[เปิดประวัติ] เส้นทางเศรษฐีหมื่นล้านของ Sam Bankman-Fried ชายวัย 29 ปีที่ร่ำรวยอู้ฟู่จากตลาด Crypto

United States News News

[เปิดประวัติ] เส้นทางเศรษฐีหมื่นล้านของ Sam Bankman-Fried ชายวัย 29 ปีที่ร่ำรวยอู้ฟู่จากตลาด Crypto
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamblockchain
  • ⏱ Reading Time:
  • 168 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 70%
  • Publisher: 53%

แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากที่ร่ำรวยอย่างรวดเร็วจาก Crypto แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะรวยเร็วเท่าชายคนนี้ Sam Bankman-Fried (SBF) หรือ SBF หนึ่งในคนที่ร่ำรวย

และบริษัท Alameda Research ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาจะพังทลายลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่มีสักกี่คนกันที่จะรู้ว่าเขาขับรถ Corolla นอนบนบีนแบ็ก และเขายีงมีแนวคิดเหมือนโรบินฮู้ดที่จะแจกเงินให้กับผู้คนที่ยากจนอีกด้วย ในวันนี้ ทางสยามบล็อกเชนจึงอยากจะมาพาเพื่อน ๆ ไปย้อนดูกันว่าผู้ที่เคยได้ชื่อ ‘มหาเศรษฐี Crypto’ อย่าง SBF ทำอย่างไรถึงสามารถสร้างเว็บเทรดและบริษัทกองทุน Crypto ระดับโลกขึ้นมาได้SBF จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยี Massachusetts ด้วยปริญญาฟิสิกส์ และแม้ว่าเขาจะเลือกเรียนในสาขาที่ใคร ๆ มองว่ายากมาก แต่ SBF ก็ได้บอกตามตรงว่าเขามักใช้เวลาไปกับการเล่นวีดิโอเกม หลังจากเรียนจบ เขาได้งานที่ ‘Jane Street’ บริษัทการค้าใน Wall Street เมื่อปี 2014 และใน 3 ปีต่อมา เขาก็สามารถก่อตั้งบริษัทกองทุนคริปโต ‘Alameda Research’ ซึ่งบริษัทนี้ก็สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลโดยใช้ประโยชน์จากความคลาดเคลื่อนของราคาในตลาดโลกต่อมาในปี 2018 เขาได้ตระหนักว่าเว็บเทรด Crypto ที่มีอยู่นั้นไม่ค่อยดีนัก กระดานเทรดทุกแห่งมีแต่ข้อผิดพลาด ความไม่ปลอดภัย และไม่มีการสนับสนุนลูกค้าเลย SBF อธิบายว่า “คุณรู้สึกว่าระบบเหล่านี้เป็นศูนย์กลาง สำคัญ และมีคุณค่า แต่ตอนนี้มันแย่จริง ๆ และเราสามารถทำได้ดีกว่านี้” Gary Wang ผู้สำเร็จการศึกษาจาก MIT และอดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google ได้เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจแนวคิดของ SBF และร่วมมือกันใช้ความรู้ด้านเทคนิคเพื่อการสร้างเว็บเทรด FTX แต่เมื่อมีคนถามพวกเขาว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่? SBF ก็ตอบกลับไปว่า “ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก แต่ดีที่สุดที่ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ก็คือราว ๆ 20%” แต่ดูเหมือนว่า SBF จะไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดีอย่างที่เขากล่าวไว้ เนื่องจากลูกค้าทยอยมาที่ FTX เรื่อย ๆ จากนั้นผู้คนก็เริ่มพูดถึงเว็บเทรดใหม่บนโซเชียลมีเดียและบอกต่อเพื่อน ๆ ของพวกเขา จนกระทั่งในปี 2021 FTX มีผู้ใช้ 5 ล้านคนภายในสิ้นปี และปริมาณซื้อขายรายวันก็พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว โดยอยู่ที่ 60,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมจากพนักงานสี่คนในช่วงเริ่มต้น FTX มีพนักงานประมาณ 250 คนเมื่อช่วงต้นปีนี้ แต่ในทางตรงกันข้าม Deutsche Bank ซึ่งมีมูลค่าน้อยกว่า FTX ถึง 4 พันล้านดอลลาร์กลับมีพนักงานมากกว่า 80,000 คน “ส่วนสำคัญของความสำเร็จของ FTX คือการที่แพลตฟอร์มมีปัญหาน้อยมาก” SBF อธิบาย “ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีนโยบายที่จะอนุญาตให้นักเทรดมีบัญชีหนึ่งบัญชีโดยที่ยอดคงเหลือของมาร์จิ้นจะหักล้างกัน แทนที่จะเป็นบัญชีมาร์จิ้นจำนวนมาก” โดยพื้นฐานแล้ว FTX มีอัตราส่วนผู้ใช้ระหว่างนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันคือ 50:50 อย่างไรก็ตาม สถาบันต่าง ๆ เช่น บริษัทการค้า กองทุนป้องกันความเสี่ยง และสำนักงานต่าง ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบประมาณ 80% ของรายได้และปริมาณการซื้อขาย ดังนั้นจึงแตกต่างอย่างมากกับเว็บเทรดที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ อย่าง Coinbase ซึ่งได้รับรายได้ส่วนใหญ่จากผู้ค้าปลีก แม้ว่าปัจจัยสำคัญในการก้าวเป็นผู้นำกระดานเทรดของโลก คือการที่ FTX เชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์ Crypto ที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในฐานะศูนย์กลางของแพลตฟอร์มที่มีกิจกรรมการซื้อขายบนความเสี่ยงสูง FTX จึงอยู่ในสายตาของหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ออกกฎหมายมาโดยตลอด ในเวลาเพียง 3 ปีหลังจากก่อตั้ง FTX มีมูลค่าตลาดที่มากกว่า Twitter, Nasdaq และ Deutsche Bank ของเยอรมนีซะอีกรากฐานของความมั่งคั่งของ SBF คือ แพลตฟอร์มกระดานเทรด FTX ที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัท Alameda Research แต่ไม่หลังจากนั้น หนึ่งในเว็บเทรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องเผชิญกับสภาวะตลาดหมีครั้งใหญ่ในปี 2022 จนนำไปสู่การลาออกของเหล่าผู้บริหาร และข่าวฉาวที่สะเทือนอุตสาหกรรม Crypto อย่างการเสกเหรียญ FTT ขึ้นมาจากกลีบเมฆ ยิ่งไปกว่านั้น การเทขายเหรียญ FTT ของมหาเศรษฐีอีกรายอย่าง CZ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งบีบบังคับให้ SBF ตัดสินใจขายเว็บเทรดที่เขาทุ่มเทสร้างขึ้นมาให้กับ.

และบริษัท Alameda Research ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาจะพังทลายลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่มีสักกี่คนกันที่จะรู้ว่าเขาขับรถ Corolla นอนบนบีนแบ็ก และเขายีงมีแนวคิดเหมือนโรบินฮู้ดที่จะแจกเงินให้กับผู้คนที่ยากจนอีกด้วย ในวันนี้ ทางสยามบล็อกเชนจึงอยากจะมาพาเพื่อน ๆ ไปย้อนดูกันว่าผู้ที่เคยได้ชื่อ ‘มหาเศรษฐี Crypto’ อย่าง SBF ทำอย่างไรถึงสามารถสร้างเว็บเทรดและบริษัทกองทุน Crypto ระดับโลกขึ้นมาได้SBF จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยี Massachusetts ด้วยปริญญาฟิสิกส์ และแม้ว่าเขาจะเลือกเรียนในสาขาที่ใคร ๆ มองว่ายากมาก แต่ SBF ก็ได้บอกตามตรงว่าเขามักใช้เวลาไปกับการเล่นวีดิโอเกม หลังจากเรียนจบ เขาได้งานที่ ‘Jane Street’ บริษัทการค้าใน Wall Street เมื่อปี 2014 และใน 3 ปีต่อมา เขาก็สามารถก่อตั้งบริษัทกองทุนคริปโต ‘Alameda Research’ ซึ่งบริษัทนี้ก็สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลโดยใช้ประโยชน์จากความคลาดเคลื่อนของราคาในตลาดโลกต่อมาในปี 2018 เขาได้ตระหนักว่าเว็บเทรด Crypto ที่มีอยู่นั้นไม่ค่อยดีนัก กระดานเทรดทุกแห่งมีแต่ข้อผิดพลาด ความไม่ปลอดภัย และไม่มีการสนับสนุนลูกค้าเลย SBF อธิบายว่า “คุณรู้สึกว่าระบบเหล่านี้เป็นศูนย์กลาง สำคัญ และมีคุณค่า แต่ตอนนี้มันแย่จริง ๆ และเราสามารถทำได้ดีกว่านี้” Gary Wang ผู้สำเร็จการศึกษาจาก MIT และอดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google ได้เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจแนวคิดของ SBF และร่วมมือกันใช้ความรู้ด้านเทคนิคเพื่อการสร้างเว็บเทรด FTX แต่เมื่อมีคนถามพวกเขาว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่? SBF ก็ตอบกลับไปว่า “ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก แต่ดีที่สุดที่ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ก็คือราว ๆ 20%” แต่ดูเหมือนว่า SBF จะไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดีอย่างที่เขากล่าวไว้ เนื่องจากลูกค้าทยอยมาที่ FTX เรื่อย ๆ จากนั้นผู้คนก็เริ่มพูดถึงเว็บเทรดใหม่บนโซเชียลมีเดียและบอกต่อเพื่อน ๆ ของพวกเขา จนกระทั่งในปี 2021 FTX มีผู้ใช้ 5 ล้านคนภายในสิ้นปี และปริมาณซื้อขายรายวันก็พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว โดยอยู่ที่ 60,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมจากพนักงานสี่คนในช่วงเริ่มต้น FTX มีพนักงานประมาณ 250 คนเมื่อช่วงต้นปีนี้ แต่ในทางตรงกันข้าม Deutsche Bank ซึ่งมีมูลค่าน้อยกว่า FTX ถึง 4 พันล้านดอลลาร์กลับมีพนักงานมากกว่า 80,000 คน “ส่วนสำคัญของความสำเร็จของ FTX คือการที่แพลตฟอร์มมีปัญหาน้อยมาก” SBF อธิบาย “ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีนโยบายที่จะอนุญาตให้นักเทรดมีบัญชีหนึ่งบัญชีโดยที่ยอดคงเหลือของมาร์จิ้นจะหักล้างกัน แทนที่จะเป็นบัญชีมาร์จิ้นจำนวนมาก” โดยพื้นฐานแล้ว FTX มีอัตราส่วนผู้ใช้ระหว่างนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันคือ 50:50 อย่างไรก็ตาม สถาบันต่าง ๆ เช่น บริษัทการค้า กองทุนป้องกันความเสี่ยง และสำนักงานต่าง ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบประมาณ 80% ของรายได้และปริมาณการซื้อขาย ดังนั้นจึงแตกต่างอย่างมากกับเว็บเทรดที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ อย่าง Coinbase ซึ่งได้รับรายได้ส่วนใหญ่จากผู้ค้าปลีก แม้ว่าปัจจัยสำคัญในการก้าวเป็นผู้นำกระดานเทรดของโลก คือการที่ FTX เชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์ Crypto ที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในฐานะศูนย์กลางของแพลตฟอร์มที่มีกิจกรรมการซื้อขายบนความเสี่ยงสูง FTX จึงอยู่ในสายตาของหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ออกกฎหมายมาโดยตลอด ในเวลาเพียง 3 ปีหลังจากก่อตั้ง FTX มีมูลค่าตลาดที่มากกว่า Twitter, Nasdaq และ Deutsche Bank ของเยอรมนีซะอีกรากฐานของความมั่งคั่งของ SBF คือ แพลตฟอร์มกระดานเทรด FTX ที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัท Alameda Research แต่ไม่หลังจากนั้น หนึ่งในเว็บเทรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องเผชิญกับสภาวะตลาดหมีครั้งใหญ่ในปี 2022 จนนำไปสู่การลาออกของเหล่าผู้บริหาร และข่าวฉาวที่สะเทือนอุตสาหกรรม Crypto อย่างการเสกเหรียญ FTT ขึ้นมาจากกลีบเมฆ ยิ่งไปกว่านั้น การเทขายเหรียญ FTT ของมหาเศรษฐีอีกรายอย่าง CZ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งบีบบังคับให้ SBF ตัดสินใจขายเว็บเทรดที่เขาทุ่มเทสร้างขึ้นมาให้กับ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamblockchain /  🏆 37. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

วิจัยใหม่แฉ กลยุทธ์ที่ผู้ก่อตั้ง FTX และ Alameda อาจใช้ในการ ‘เสกเงินได้อย่างไม่จำกัด’วิจัยใหม่แฉ กลยุทธ์ที่ผู้ก่อตั้ง FTX และ Alameda อาจใช้ในการ ‘เสกเงินได้อย่างไม่จำกัด’จากข้อมูลวิจัยใหม่ล่าสุดพบว่า มหาเศรษฐี Sam Bankman-Fried อย่างที่ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่า ตัวเขานั้นเป็นเจ้าของธุรกิจหลัก 2 แห่งด้วยกัน ที่แรกเลยก็คือ
Read more »

Sam Bankman-Fried ชี้ Binance ได้เข้าซื้อ FTX กระดานเทรดคริปโตเป็นที่เรียบร้อยแล้วSam Bankman-Fried ชี้ Binance ได้เข้าซื้อ FTX กระดานเทรดคริปโตเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อไม่นานมานี้ Changpeng Zhao (CZ) CEO ของ Binance กระดานเทรดยักษ์ใหญ่ระดับโลกและ Sam Bankman-Fried CEO ของ FTX กระดานเทรดชั้นนำระดับโลกได้ร่วมกัน
Read more »

Sam Bankman-Fried สูญเสียสถานะมหาเศรษฐี ! หลังมูลค่าทรัพย์สินลดลงกว่า 5 แสนล้านบาทSam Bankman-Fried สูญเสียสถานะมหาเศรษฐี ! หลังมูลค่าทรัพย์สินลดลงกว่า 5 แสนล้านบาทเมื่อเร็ว ๆ นี้ข้อมูลดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg Terminal  ได้มีการอัปเดตมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ CEO ของ FTX อย่าง Sam Bankman-Fried
Read more »

โทเคน FTT ร่วงแรง 83% ทำทรัพย์สิน FTX ลดฮวบ สูญเสียสถานะ 'มหาเศรษฐี' คริปโทฯโทเคน FTT ร่วงแรง 83% ทำทรัพย์สิน FTX ลดฮวบ สูญเสียสถานะ 'มหาเศรษฐี' คริปโทฯโทเคน FTT ร่วงแรง 83% สู่ระดับต่ำสุดที่ 2.67 ดอลลาร์ ส่วนราคาเหรียญในไทยร่วงแตะ 106 บาท แม้ว่า Binance ประกาศเข้าซื้อกิจการ FTX ด้าน Sam Bankman-Fried สินทรัพย์ลดฮวบ สูญเสียสถานะ 'มหาเศรษฐี' คริปโท อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »

FTX เตือนนักลงทุน บริษัทฯ “เสี่ยงล้มละลาย” หากไร้เงินทุนมาช่วยอุ้มFTX เตือนนักลงทุน บริษัทฯ “เสี่ยงล้มละลาย” หากไร้เงินทุนมาช่วยอุ้มสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 พ.ย. 65 11:38 น. แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Sam Bankman-Fried ได้ชี้แจงกับนักลงทุนของ FTX.com ว่าบริษัทอา...
Read more »

Sam Bankman-Fried ลบทวีตที่กล่าวว่า “เงินของลูกค้า FTX ยังปลอดภัย” ออกไปแล้วSam Bankman-Fried ลบทวีตที่กล่าวว่า “เงินของลูกค้า FTX ยังปลอดภัย” ออกไปแล้วประมาณหนึ่งวันก่อนการล่มสลายของเว็บเทรดชื่อดัง FTX ด้านเจ้าของแพลตฟอร์มอย่าง Sam Bankman-Fried ได้ทำการทวีตบอกกับชุมชน Twitter ของเขาว่า
Read more »



Render Time: 2026-04-01 18:08:46