300 ปีหลังการระบาดของเชื้อไวรัสซีเมียนที่ทำให้มนุษย์พูดไม่ได้ และเหล่าวานรพัฒนาตัวเองให้ฉลาดขึ้นและเริ่มรวมกลุ่มเป็นเผ่าต่าง ๆ โนอา จำต้องเดินทางไกลเพื่อภารกิจพาครอบครัวกลับบ้าน โดยระหว่างทางเขาได้พบกับ รากา อูรังงูตังเฒ่าผู้พยายามรวบรวมองค์ความรู้ของ ซีซาร์ ผู้นำเหล่าวานรในอดีตและ เม มนุษย์หญิงสาวที่มีแผนบางอย่าง พวกเขาต้องรวมตัวกันต่อกรกับ...
ปัญหาสำคัญของหนังก็กลับมาวนเป็นงูกินหางเพราะในขณะที่เรื่องราว 80% ของมันเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างวานรคือกลุ่มของพร็อกซิมัส ที่เป็นผู้ร้ายหลักของหนังกับ โนอา พระเอกในภาคนี้ แต่ทั้งสองตัวละครกลับไม่ค่อยมีพัฒนาการอะไรเท่าไหร่ ในกรณีของพร็อกซิมัส เป็นตัวร้ายแบน ๆ โหด ๆ ยังพอเข้าใจได้ แต่ โนอา ที่ตัวหนังจะต้องปูพื้นทั้งพื้นฐานครอบครัวหรือหน้าที่ในฐานะผู้นำเผ่า และอาจจะพอพูดได้ว่าจะต้องเป็นตัวละครนำของแฟรนไชส์พิภพวานรต่อจาก ซีซาร์ แต่เรื่องราวในส่วนนี้กลับหายไปเพื่อจะได้ใส่ฉากแอ็กชั่นโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์และความตูมตามเข้ามาแทนเพื่อเอาใจคนดูยุคใหม่ที่ไม่ชอบหนังคุยกันเยอะ แต่ถึงจะมีปัญหาด้านพัฒนาการตัวละครไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือประเด็นหลักที่หนังต้องการพูดถึงของหนังในชุดพิภพวานรก็ยังเป็นการสะท้อนโลกแห่งความจริงที่ความขัดแย้งใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้เสมอ ในขณะเดียวกันหนังยังแอบแฝงเรื่องพลังของ "การสื่อสาร" อีกด้วยทิ้งห่างมา 7 ปีสำหรับภาพยนตร์ชุด ‘พิภพวานร’ หลังจากการเข้าฉายของ ‘War for the Planet of the Apes’ ในปี 2017 และหากนับจากหนังภาคแรกที่ออกฉายในปี 1968 ก็จะทำให้การเข้าฉายของ ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ กลายเป็นภาคที่ฉลองครบรอบ 56 ปีของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ไซไฟ ดราม่าอิงการเมืองเรื่องนี้พอดี ลำพังเหตุการณ์ในหนังเองก็ดุเดือดเลือดพล่านไม่น้อยอยู่แล้ว นอกจอในงานฉายรอบกาล่าเองก็มีดราม่าเรื่องมุกคุกคามทางเพศที่กำลังเกิดวิวาทะในสื่อโซเชียล มีเดียที่เดือดไม่แพ้กัน มาว่ากันที่เรื่องราวในหนังจะพาผู้ชมข้ามเวลาไป 300 ปีหลังการระบาดของเชื้อไวรัสซีเมียนที่ทำให้มนุษย์พูดไม่ได้ และเหล่าวานรพัฒนาตัวเองให้ฉลาดขึ้นและเริ่มรวมกลุ่มเป็นเผ่าต่าง ๆ โดยในหนังจะพาเราไปรู้จักกับตัวละครเผ่าอินทรีที่วานรในเผ่าจะเลี้ยงนกอินทรีและสามารถสั่งการพวกมันได้ โดยมีตัวละครสำคัญคือวานรชื่อ โนอา ที่หลังจากต้องสูญเสียพ่อและเผ่าอินทรีของเขาถูกวานรกลุ่มใส่หน้ากากจับตัวไป โนอา จำต้องเดินทางไกลเพื่อภารกิจพาครอบครัวกลับบ้าน โดยระหว่างทางเขาได้พบกับ รากา อูรังงูตังเฒ่าผู้พยายามรวบรวมองค์ความรู้ของ ซีซาร์ ผู้นำเหล่าวานรในอดีตและ เม มนุษย์หญิงสาว พวกเขาต้องรวมตัวกันต่อกรกับ พร็อกซิมัส วานรจอมเผด็จการที่หมายทำลายมนุษยชาติและตั้งตนเป็นเจ้าชีวิตเหล่าวานรทั้งปวง แม้ในข้อมูลของภาพยนตร์ที่หามาได้จะบอกว่า เวส บอล ผู้กำกับหนังชุด ‘The Maze Runner’ เสนอไอเดียว่านี่จะเป็น ‘Apocalypto’ ฉบับวานร แต่พอได้ดูจริง ๆ เราจะพบว่าพลอตเรื่องรวมถึงฉากเปิดที่เป็นการผจญภัยโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์นี่แทบจะกลายเป็น ‘Avatar’ ซึ่งภาพยิ่งชัดเมื่อมันเล่าถึงว่าวานรตั้งสังคมของตนเป็นเผ่าต่าง ๆ แถมยังพยายามใส่พิธีกรรมความเชื่อเฉพาะเผ่าเข้ามาด้วย แต่ที่สิ่งที่ ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ ทำได้ไม่ถึงทั้งการเป็น ‘Apocalypto’ และ ‘Avatar’ ก็คงหนีไม่พ้นตัวบทภาพยนตร์เอง โดยเฉพาะเหล่าตัวละครที่เราจะเห็นพัฒนาการได้น้อยมาก การเริ่มเรื่องด้วยการปูให้ โนอา ปีนหน้าผาได้อย่างเก่งกาจหรือแม้แต่วานรเพื่อนรักอีก 2 ตัวที่สื่อถึงความผูกพันระหว่างเพื่อนยอมรับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มเรื่องราวใหม่ที่น่าสนใจเพราะคราวนี้คือสามารถสานต่อเรื่องราวของวานรได้เต็มที่โดยไม่ต้องสนใจไปเล่าเรื่องราวฝั่งมนุษย์ แต่พอหลังจากผ่านองก์แรกเมื่อปูคอนฟลิกต์เรื่องเผ่าอินทรีถูกจับตัวไปแล้วปรากฎว่าหนังพาตัวเองออกทะเลเข้ามหาสมุทรแบบไม่สนใจให้ข้อมูลอะไรเราทั้งสิ้น รวมถึงบทบาทของวานรเพื่อนรักอีก 2 ตัวที่ค่อย ๆ เฟดไปจากหนังและโผล่มาอีกทีตอนท้ายเรื่อง ส่วนในกรณีของรากายังพอถือว่ายกประโยชน์ให้จำเลยได้เพราะถือเป็นแค่แฟนคลับของซีซาร์ มาเพื่อเชื่อมโยงหนังภาคนี้กับไตรภาคก่อนหน้า แต่ตัวเม ที่เป็นมนุษย์ที่อยู่ ๆ ก็พูดได้แถมยิ่งพอหนังดำเนินเรื่องไปกลับทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกได้ว่าเป็นกุญแจดอกแรกที่จะเชื่อมหนังในเวอร์ชันใหม่เข้ากับหนังภาคแรกที่ฉายในปี 1968 เลยด้วยซ้ำ หนังกลับให้เธอโผล่มาแบบคนไม่ได้สำคัญในครึ่งเรื่องแรก แต่พอครึ่งเรื่องหลังก็แทบจะกลายเป็นตัวนำของเรื่องราวจนกระทั่งหนังจบและไปบดบังความโดดเด่นของ โนอา ที่ควรจะเป็นพระเอกและมีบทบาทเด่นที่สุดของหนังไปอย่างน่าเสียดาย และปัญหาสำคัญของหนังก็กลับมาวนเป็นงูกินหางเพราะในขณะที่เรื่องราว 80% ของมันเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างวานรคือกลุ่มของพร็อกซิมัส ที่เป็นผู้ร้ายหลักของหนังกับ โนอา พระเอกในภาคนี้ แต่ทั้งสองตัวละครกลับไม่ค่อยมีพัฒนาการอะไรเท่าไหร่ ในกรณีของพร็อกซิมัส เป็นตัวร้ายแบน ๆ โหด ๆ ยังพอเข้าใจได้ แต่ โนอา ที่ตัวหนังจะต้องปูพื้นทั้งพื้นฐานครอบครัวหรือหน้าที่ในฐานะผู้นำเผ่า และอาจจะพอพูดได้ว่าจะต้องเป็นตัวละครนำของแฟรนไชส์พิภพวานรต่อจาก ซีซาร์ แต่เรื่องราวในส่วนนี้กลับหายไป หรือแม้แต่พิธีเชื่อมสัมพันธ์ที่อุตส่าไปเอาไข่นกตอนต้นเรื่องมาอย่างยากลำบากก็ถูกตัดจบหลังจากเผ่าอินทรีถูกบุกทำลายเพื่อจะได้ใส่ฉากแอ็กชั่นโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์และความตูมตามเข้ามาแทนเพื่อเอาใจคนดูยุคใหม่ที่ไม่ชอบหนังคุยกันเยอะ แม้จะยอมรับว่าเมื่อเทียบกับ ‘Godzilla X Kong The New Empire’ ที่เพิ่งฉายไป หนังอาจจะมีบทพูดและมีการบอกเล่าเรื่องราวมากกว่าก็ตาม แต่ถึงจะมีปัญหาด้านพัฒนาการตัวละครไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือประเด็นหลักที่หนังต้องการพูดถึงของหนังในชุดพิภพวานรก็ยังเป็นการสะท้อนโลกแห่งความจริงที่ความขัดแย้งใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งหาก ‘Planet of the Apes’ ปี 1968 ต้องการแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามเย็นที่มหาอำนาจต่างขู่ว่าจะใช้นิวเคลียร์ในการห้ำหั่นกัน หรือกระทั่งจุดเริ่มของไตรภาคใหม่อย่าง ‘Rise of the Planet of the Apes’ ในปี 2011 ที่เกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง โดยให้เหล่าวานรเป็นตัวแทนผู้ไม่เคยมีปากเสียงได้ปลดแอกตัวเองจนกระทั่งมีแต้มต่อเหนือเหล่ามนุษย์ที่เคยทำการทดลองและข่มเหงพวกมัน ส่วน ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ ก็มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือการใช้เชื้อไฟจากความขัดแย้งของสงครามระหว่าง อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ มาสานต่อเรื่องราวด้วยการให้ พร็อกซิมัส อ้างคำพูดของ ซีซาร์ มาใช้ในการก่อสงครามเพื่อขึ้นครองบัลลังก์เหนือเหล่าวานรและต้องการทำลายล้างเหล่ามนุษยชาติ ซึ่งก็ไม่ต่างจากสงครามในโลกจริงที่เป็นการอ้างอิงทั้งเรื่องความเชื่อและประวัติศาสตร์เพื่ออ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ไม่ต่างจากที่ พร็อกซิมัส พยายามทำและการเรียกตัวเองโดยต่อท้ายชื่อว่าซีซาร์ก็เป็นการบิดเบือนจาก ซีซาร์ ที่เป็นวานรผู้เสียสละสู่ซีซาร์หรือตำแหน่งกษัตริย์เพื่อแสดงความบ้าอำนาจ และในขณะเดียวกันหนังยังแอบแฝงเรื่องพลังของ “การสื่อสาร” ตั้งแต่การที่ เม ปฏิเสธการพูดออกเสียงเพื่อป้องกันตัวเองไปจนถึงวัตถุประสงค์แท้จริงที่เธอร่วมเดินทางกับโนอาและรากา ก็เพื่ออำนาจดังกล่าวอีกด้วย และในทางกลับกันเมื่อหนังยกเรื่องอำนาจแห่งการสื่อสารแล้ว พร็อกซิมัส เองก็ดูจะเข้าใจในอำนาจดังกล่าวโดยเฉพาะการนำเอาเรื่องราวของ ซีซาร์ มาบิดเบือนและใช้เป็นกิมมิกเพื่อทำลายมนุษย์ ไปจนถึงพลอตรองที่หนังเลือกจบได้อย่างทรงพลังก็คือการที่ โนอา ต้องเรียนรู้เพื่อจะสื่อสารกับนกอินทรีให้ได้อย่างพ่อที่จากไปของเขา.
ปัญหาสำคัญของหนังก็กลับมาวนเป็นงูกินหางเพราะในขณะที่เรื่องราว 80% ของมันเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างวานรคือกลุ่มของพร็อกซิมัส ที่เป็นผู้ร้ายหลักของหนังกับ โนอา พระเอกในภาคนี้ แต่ทั้งสองตัวละครกลับไม่ค่อยมีพัฒนาการอะไรเท่าไหร่ ในกรณีของพร็อกซิมัส เป็นตัวร้ายแบน ๆ โหด ๆ ยังพอเข้าใจได้ แต่ โนอา ที่ตัวหนังจะต้องปูพื้นทั้งพื้นฐานครอบครัวหรือหน้าที่ในฐานะผู้นำเผ่า และอาจจะพอพูดได้ว่าจะต้องเป็นตัวละครนำของแฟรนไชส์พิภพวานรต่อจาก ซีซาร์ แต่เรื่องราวในส่วนนี้กลับหายไปเพื่อจะได้ใส่ฉากแอ็กชั่นโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์และความตูมตามเข้ามาแทนเพื่อเอาใจคนดูยุคใหม่ที่ไม่ชอบหนังคุยกันเยอะ แต่ถึงจะมีปัญหาด้านพัฒนาการตัวละครไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือประเด็นหลักที่หนังต้องการพูดถึงของหนังในชุดพิภพวานรก็ยังเป็นการสะท้อนโลกแห่งความจริงที่ความขัดแย้งใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้เสมอ ในขณะเดียวกันหนังยังแอบแฝงเรื่องพลังของ "การสื่อสาร" อีกด้วยทิ้งห่างมา 7 ปีสำหรับภาพยนตร์ชุด ‘พิภพวานร’ หลังจากการเข้าฉายของ ‘War for the Planet of the Apes’ ในปี 2017 และหากนับจากหนังภาคแรกที่ออกฉายในปี 1968 ก็จะทำให้การเข้าฉายของ ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ กลายเป็นภาคที่ฉลองครบรอบ 56 ปีของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ไซไฟ ดราม่าอิงการเมืองเรื่องนี้พอดี ลำพังเหตุการณ์ในหนังเองก็ดุเดือดเลือดพล่านไม่น้อยอยู่แล้ว นอกจอในงานฉายรอบกาล่าเองก็มีดราม่าเรื่องมุกคุกคามทางเพศที่กำลังเกิดวิวาทะในสื่อโซเชียล มีเดียที่เดือดไม่แพ้กัน มาว่ากันที่เรื่องราวในหนังจะพาผู้ชมข้ามเวลาไป 300 ปีหลังการระบาดของเชื้อไวรัสซีเมียนที่ทำให้มนุษย์พูดไม่ได้ และเหล่าวานรพัฒนาตัวเองให้ฉลาดขึ้นและเริ่มรวมกลุ่มเป็นเผ่าต่าง ๆ โดยในหนังจะพาเราไปรู้จักกับตัวละครเผ่าอินทรีที่วานรในเผ่าจะเลี้ยงนกอินทรีและสามารถสั่งการพวกมันได้ โดยมีตัวละครสำคัญคือวานรชื่อ โนอา ที่หลังจากต้องสูญเสียพ่อและเผ่าอินทรีของเขาถูกวานรกลุ่มใส่หน้ากากจับตัวไป โนอา จำต้องเดินทางไกลเพื่อภารกิจพาครอบครัวกลับบ้าน โดยระหว่างทางเขาได้พบกับ รากา อูรังงูตังเฒ่าผู้พยายามรวบรวมองค์ความรู้ของ ซีซาร์ ผู้นำเหล่าวานรในอดีตและ เม มนุษย์หญิงสาว พวกเขาต้องรวมตัวกันต่อกรกับ พร็อกซิมัส วานรจอมเผด็จการที่หมายทำลายมนุษยชาติและตั้งตนเป็นเจ้าชีวิตเหล่าวานรทั้งปวง แม้ในข้อมูลของภาพยนตร์ที่หามาได้จะบอกว่า เวส บอล ผู้กำกับหนังชุด ‘The Maze Runner’ เสนอไอเดียว่านี่จะเป็น ‘Apocalypto’ ฉบับวานร แต่พอได้ดูจริง ๆ เราจะพบว่าพลอตเรื่องรวมถึงฉากเปิดที่เป็นการผจญภัยโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์นี่แทบจะกลายเป็น ‘Avatar’ ซึ่งภาพยิ่งชัดเมื่อมันเล่าถึงว่าวานรตั้งสังคมของตนเป็นเผ่าต่าง ๆ แถมยังพยายามใส่พิธีกรรมความเชื่อเฉพาะเผ่าเข้ามาด้วย แต่ที่สิ่งที่ ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ ทำได้ไม่ถึงทั้งการเป็น ‘Apocalypto’ และ ‘Avatar’ ก็คงหนีไม่พ้นตัวบทภาพยนตร์เอง โดยเฉพาะเหล่าตัวละครที่เราจะเห็นพัฒนาการได้น้อยมาก การเริ่มเรื่องด้วยการปูให้ โนอา ปีนหน้าผาได้อย่างเก่งกาจหรือแม้แต่วานรเพื่อนรักอีก 2 ตัวที่สื่อถึงความผูกพันระหว่างเพื่อนยอมรับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มเรื่องราวใหม่ที่น่าสนใจเพราะคราวนี้คือสามารถสานต่อเรื่องราวของวานรได้เต็มที่โดยไม่ต้องสนใจไปเล่าเรื่องราวฝั่งมนุษย์ แต่พอหลังจากผ่านองก์แรกเมื่อปูคอนฟลิกต์เรื่องเผ่าอินทรีถูกจับตัวไปแล้วปรากฎว่าหนังพาตัวเองออกทะเลเข้ามหาสมุทรแบบไม่สนใจให้ข้อมูลอะไรเราทั้งสิ้น รวมถึงบทบาทของวานรเพื่อนรักอีก 2 ตัวที่ค่อย ๆ เฟดไปจากหนังและโผล่มาอีกทีตอนท้ายเรื่อง ส่วนในกรณีของรากายังพอถือว่ายกประโยชน์ให้จำเลยได้เพราะถือเป็นแค่แฟนคลับของซีซาร์ มาเพื่อเชื่อมโยงหนังภาคนี้กับไตรภาคก่อนหน้า แต่ตัวเม ที่เป็นมนุษย์ที่อยู่ ๆ ก็พูดได้แถมยิ่งพอหนังดำเนินเรื่องไปกลับทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกได้ว่าเป็นกุญแจดอกแรกที่จะเชื่อมหนังในเวอร์ชันใหม่เข้ากับหนังภาคแรกที่ฉายในปี 1968 เลยด้วยซ้ำ หนังกลับให้เธอโผล่มาแบบคนไม่ได้สำคัญในครึ่งเรื่องแรก แต่พอครึ่งเรื่องหลังก็แทบจะกลายเป็นตัวนำของเรื่องราวจนกระทั่งหนังจบและไปบดบังความโดดเด่นของ โนอา ที่ควรจะเป็นพระเอกและมีบทบาทเด่นที่สุดของหนังไปอย่างน่าเสียดาย และปัญหาสำคัญของหนังก็กลับมาวนเป็นงูกินหางเพราะในขณะที่เรื่องราว 80% ของมันเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างวานรคือกลุ่มของพร็อกซิมัส ที่เป็นผู้ร้ายหลักของหนังกับ โนอา พระเอกในภาคนี้ แต่ทั้งสองตัวละครกลับไม่ค่อยมีพัฒนาการอะไรเท่าไหร่ ในกรณีของพร็อกซิมัส เป็นตัวร้ายแบน ๆ โหด ๆ ยังพอเข้าใจได้ แต่ โนอา ที่ตัวหนังจะต้องปูพื้นทั้งพื้นฐานครอบครัวหรือหน้าที่ในฐานะผู้นำเผ่า และอาจจะพอพูดได้ว่าจะต้องเป็นตัวละครนำของแฟรนไชส์พิภพวานรต่อจาก ซีซาร์ แต่เรื่องราวในส่วนนี้กลับหายไป หรือแม้แต่พิธีเชื่อมสัมพันธ์ที่อุตส่าไปเอาไข่นกตอนต้นเรื่องมาอย่างยากลำบากก็ถูกตัดจบหลังจากเผ่าอินทรีถูกบุกทำลายเพื่อจะได้ใส่ฉากแอ็กชั่นโชว์วิช่วลเอฟเฟกต์และความตูมตามเข้ามาแทนเพื่อเอาใจคนดูยุคใหม่ที่ไม่ชอบหนังคุยกันเยอะ แม้จะยอมรับว่าเมื่อเทียบกับ ‘Godzilla X Kong The New Empire’ ที่เพิ่งฉายไป หนังอาจจะมีบทพูดและมีการบอกเล่าเรื่องราวมากกว่าก็ตาม แต่ถึงจะมีปัญหาด้านพัฒนาการตัวละครไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือประเด็นหลักที่หนังต้องการพูดถึงของหนังในชุดพิภพวานรก็ยังเป็นการสะท้อนโลกแห่งความจริงที่ความขัดแย้งใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งหาก ‘Planet of the Apes’ ปี 1968 ต้องการแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามเย็นที่มหาอำนาจต่างขู่ว่าจะใช้นิวเคลียร์ในการห้ำหั่นกัน หรือกระทั่งจุดเริ่มของไตรภาคใหม่อย่าง ‘Rise of the Planet of the Apes’ ในปี 2011 ที่เกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง โดยให้เหล่าวานรเป็นตัวแทนผู้ไม่เคยมีปากเสียงได้ปลดแอกตัวเองจนกระทั่งมีแต้มต่อเหนือเหล่ามนุษย์ที่เคยทำการทดลองและข่มเหงพวกมัน ส่วน ‘Kingdom of the Planet of the Apes’ ก็มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือการใช้เชื้อไฟจากความขัดแย้งของสงครามระหว่าง อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ มาสานต่อเรื่องราวด้วยการให้ พร็อกซิมัส อ้างคำพูดของ ซีซาร์ มาใช้ในการก่อสงครามเพื่อขึ้นครองบัลลังก์เหนือเหล่าวานรและต้องการทำลายล้างเหล่ามนุษยชาติ ซึ่งก็ไม่ต่างจากสงครามในโลกจริงที่เป็นการอ้างอิงทั้งเรื่องความเชื่อและประวัติศาสตร์เพื่ออ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ไม่ต่างจากที่ พร็อกซิมัส พยายามทำและการเรียกตัวเองโดยต่อท้ายชื่อว่าซีซาร์ก็เป็นการบิดเบือนจาก ซีซาร์ ที่เป็นวานรผู้เสียสละสู่ซีซาร์หรือตำแหน่งกษัตริย์เพื่อแสดงความบ้าอำนาจ และในขณะเดียวกันหนังยังแอบแฝงเรื่องพลังของ “การสื่อสาร” ตั้งแต่การที่ เม ปฏิเสธการพูดออกเสียงเพื่อป้องกันตัวเองไปจนถึงวัตถุประสงค์แท้จริงที่เธอร่วมเดินทางกับโนอาและรากา ก็เพื่ออำนาจดังกล่าวอีกด้วย และในทางกลับกันเมื่อหนังยกเรื่องอำนาจแห่งการสื่อสารแล้ว พร็อกซิมัส เองก็ดูจะเข้าใจในอำนาจดังกล่าวโดยเฉพาะการนำเอาเรื่องราวของ ซีซาร์ มาบิดเบือนและใช้เป็นกิมมิกเพื่อทำลายมนุษย์ ไปจนถึงพลอตรองที่หนังเลือกจบได้อย่างทรงพลังก็คือการที่ โนอา ต้องเรียนรู้เพื่อจะสื่อสารกับนกอินทรีให้ได้อย่างพ่อที่จากไปของเขา
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รีวิว Civil War (2024) มองสมรภูมิกลางเมืองในสหรัฐฯ ผ่านสายตานักข่าวสงครามรีวิว ภาพยนตร์ Civil War (2024) มองสมรภูมิกลางเมืองในสหรัฐ ผ่านสายตานักข่าวสงคราม หนังดีที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน !
Read more »
รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G “โดดเด่นในทุกช็อต” ด้วยกล้อง 200MP ถ่ายภาพสวยพร้อมลูกเล่นระดับรุ่นเรือธงรีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่ 'โดดเด่นในทุกช็อต' ด้วยกล้อง 200MP ถ่ายภาพสวยพร้อมลูกเล่นระดับรุ่นเรือธง
Read more »
รีวิว Redmi Note 13 Pro+ 5G สีพิเศษ Mystic Silver ที่ขายเฉพาะช่วง Fan Fest เท่านั้นรีวิว Redmi Note 13 Pro+ 5G ที่รอบนี้จะพิเศษหน่อยเพราะจะเป็นรุ่นสีพิเศษ Mystic Silver ที่จะวางจำหน่ายเฉพาะช่วง Xiaomi Fan Festival เท่านั้น
Read more »
‘Eureka’ เปิดตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น J20 มาพร้อมสถานี ALL in One รวมทุกอย่างในตัว และเทคโนโลยี Real time self-cleaning ทำความสะอาดผ้าถูด้วยน้ำสะอาดตลอดการถูพื้น ยกระดับนวัตกรรมหุ่นยนต์ทำความสะอาดสนุกกับเรื่องราวไอที เทคโนโลยี อัปเดต รีวิว สมาร์ทโฟน gadget ล้ำๆ ก่อนใคร
Read more »
รีวิว Infinix Note 40 Pro+ มือถือซีรีส์กลาง ให้มาครบทั้งชาร์จไวผ่านสาย และไร้สายรีวิว Infinix NOTE 40 Pro+ 5G มือถือดีไซน์สวย เล่นเกมลื่นด้วยชิป Dimensity 7020 รองรับชาร์จไวสูงสุดถึง 100W แถมยังรองรับการชาร์จไร้สายถึง 20W
Read more »
'Kingdom of the Planet of the Apes' ดำดิ่งสู่ยุควานร 9 พ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์PPTVHD36 World Class TV ละครกลับไปสู่วันฝัน รายการวาไรตี้ The Voice 2019 เกมพันหน้า กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก และการแข่งขัน MotoGP 2019 ทันทุกสถานการณ์ข่าว เกาะติดดาราไทย และต่างประเทศ สุดมันกับซีรีส์ และภาพยนต์ระดับโลก
Read more »