ZoomIn: เจาะดีล TRUE-DTAC ส่อล่าช้า 1-3 เดือนหลังตั้งบอร์ดกสทช.เพิ่ม-ปมคลื่นความถี่ อ่านต่อ 🔗 TRUE DTAC ทรู ดีแทค หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การแต่งตั้งกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพิ่มอีก 1 คนเมื่อกลางดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้คณะกรรมการ กสทช.
เพิ่มขึ้นมาเป็น 6 คน จาก 7 ที่นั่ง คาดว่าจะมีผลกระทบต่อการพิจารณาดีลควบรวมกิจการของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ทำให้อาจต้องล่าช้าออกไป 1-3 เดือน แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีข้อสรุปไม่เกินสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร ข้าราชการบำนาญสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. คนล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 และอยู่ระหว่างรอโปรดเกล้า คาดหมายว่าจะเข้ามารับตำแหน่งได้ในช่วงต้นเดือนก.ย.65 ขณะที่บอร์ด กสทช.ที่ประชุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมายังไม่สรุปเรื่องดีลควบรวม TRUE และ DTAC โดยมอบหมายให้ทางสำนักงาน กสทช.ไปทำการวิเคราะห์ที่มีหลักฐานทางวิชาการและข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับเพิ่มเติม ซึ่งสำนักงาน กสทช.ขอเวลา 30 วัน ก็เท่ากับต้นเดือนก.ย.หรือ 10 ก.ย. จะนำข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาในการประชุมบอร์ดกสทช. นายพิสุทธ์ กล่าวว่า เมื่อมี กรรมการ กสทช.คนใหม่เข้ามาเชื่อว่าคงยังไม่สามารถออกความเห็นในเรื่องดังกล่าวในขณะที่เพิ่งเข้าร่วมประชุมเรื่องนี้เป็นครั้งแรก จึงมีความเป็นไปได้ที่ กสทช.จะต้องขยายเวลาออกไปอีก 30 วันเพื่อให้กรรมการคนใหม่ได้มีเวลาศึกษาข้อมูลทั้งหมด ก่อนที่จะโหวตรับการควบรวมกิจการหรือไม่ นายพิสุทธิ์ คาดว่า หากในการประชุมบอร์ด กสทช.ที่เลื่อนออกไป 30 วันไปเป็นต้นเดือน ต.ค.หรือวันที่ 10 ต.ค.65 โหวตผ่านให้กับการควบรวมกิจการ TRUE และ DTAC หลังจากนั้นทั้งสองบริษัทจะสามารถดำเนินการขั้นตอนเทนเดอร์ออฟเฟอร์ได้ และเดือน ธ.ค.น่าจะอยู่ในช่วงแลกหุ้นและเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทใหม่ แต่หากการโหวตของบอร์ด กสทช.ล่าช้าออกไปเป็นเดือน พ.ย.ก็ยังสามารถเดินต่อไปได้ตามกำหนด เพราะจากการสอบถามนางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE ระบุว่ามติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการทั้ง TRUE และ DTAC มีอายุ 1 ปี หรือสิ้นสุด 4 เม.ย.66 ดังนั้น ขั้นตอนการโหวตของบอร์ด กสทช.ในเรื่องนี้จะล่าช้าได้มากสุดคือในเดือน ก.พ.66 เพื่อให้ขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินการได้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม อีกเงื่อนเวลาที่สำคัญคืออายุรัฐบาลที่กำลังจะหมดไป หากรอให้มีการเลือกตั้งใหม่และได้รัฐบาลใหม่ เชื่อว่าดีลนี้น่าจะวุ่นวายมากขึ้น นายพิสุทธิ์ ประเมินว่าการโหวตรับทราบการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE-DTAC น่าจะผ่านไปได้ในขั้นตอนของ กสทช. โดยอาจจะเกิดขึ้น 2 แนวทาง กรณีแรก โหวตรับด้วยคะแนน 3 ต่อ 3 โดยประธานบอร์ดเป็นผู้ตัดสิน คือ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หรือกรณีที่สอง โหวตรับด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 2 แต่มาตรการเยียวยายังน่ากังวล แต่อาจจะไม่ใช่มาตรการเข้มงวดอย่างการคืนคลื่น เพราะ กสทช.เองก็ไม่มีช่องทางที่จะงบมาซื้อคืนคลื่นแต่อย่างใด ส่วนมูลค่าหุ้น นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า หากไม่มีการควบรวมกิจการ ให้ราคาเป้าหมาย DTAC ที่ 35 บาท แต่หากดีลควบรวมสำเร็จ มูลค่าจะเพิ่มอีก 20 บาท เป็น 55 บาท ส่วน TRUE ให้ราคาเป้าหมาย 4.00 บาทหากไม่มีดีลควบรวมกิจการ แต่หากดีลเป็นไปด้วยดีมูลค่าจะเพิ่มอีก 2 บาทเป็นเป้าหมายใหม่ 6 บาท นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ดีลควบรวมกิจการของ TRUE และ DTAC เป็นเกมธุรกิจที่ทั้งสองได้รับประโยชน์เต็มๆ เพราะเมื่อรวมกันทำให้บริษัทใหม่ที่เกิดจากควบรวมมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งแทนทันที โดย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ก็จะตกเป็นเบอร์สอง ปัจจุบัน DTAC มีส่วนแบ่งการตลาดมือถืออยู่ที่ 19.6 ล้านเลขหมาย หรือสัดส่วน 20% และ TRUE อยู่ที่ 32.2 ล้านเลขหมาย หรือ ส่วนแบ่งตลาด 34% ขณะที่ ADVANC อยู่ที่ 44.1 ล้านเลขหมาย หรือมีส่วนแบ่ง 46% และที่สำคัญการควบรวมทำให้ต้นทุนธุรกิจของ TRUE และ DTAC ลดลง โดยที่ผ่านมา TRUE มีผลขาดทุน 4-5 พันล้านบาท ส่วน DTAC มีกำไรราว 3-4 พันล้านบาท เมื่อรวมกันกำไรจะเท่ากับศูนย์ ไม่ขาดทุน ขณะที่ ADVANC มีกำไรปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่รายได้ทั้งสองฝั่งเท่ากัน นั่นหมายความว่า TRUE-DTAC มีต้นทุนมากกว่า ADVANC ดังนั้น การควบรวมกิจการจะทำให้ฝั่ง TRUE- DTAC มีรายได้กลับมาเติบโตอีกครั้งจากการแข่งขันที่ลดลง ไม่มีสงครามราคา ขณะที่ทรัพยากรมีเท่ากัน ทั้ง 5G และ Content รวมทั้งการประมูลคลื่นก้ไม่ต้องแข่งขันมากเหมือนในอดีต หาก TRUE-DTAC สามารถกลับมามีกำไรให้ได้ 1 ใน 3 ของ ADVANC หรือราว 1 หมื่นล้านบาท ก็จะทำให้การควบรวมได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ส่วน ADVANC ไม่ได้ประโยชน์จากดีลนี้มากนัก เพราะเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพการบริหารดีอยู่แล้ว ขณะที่ ADVANC เข้าซื้อกิจการ บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ 99.87% และเข้าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ที่ราคาหน่วยละ 8.50 บาท ด้วยมูลค่ารวม 32,420 ล้านบาทนั้นทำให้ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจบรอดแบนด์ของเอไอเอสขึ้นเป็นอันดับ 2 จากอันดับ 4 และการแข่งขันลดลง ราคาเน็ตบ้านอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 บาท/เดือนทำให้รายได้อุตสาหกรรมฟื้นตัวตามไปด้วย โดยปัจจุบัน TRUE มีส่วนแบ่งตลาดบรอดแบนด์เป็นอันดับ 1 ที่ 39% ผู้ใช้บริการ 4.7 ล้านราย 3BB มีลูกค้า 2.4 ล้านราย ส่วนแบ่ง 20% เป็นอันดับ 2 ส่วนผู้อันดับ 3 เป็น บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ มีลูกค้า 2.0 ล้านราย มีส่วนแบ่ง 16% และ เอไอเอส มีส่วนแบ่งตลาด 15% จากฐานลูกค้า 15% ส่วนแหล่งข่าวจาก กสทช. คาดว่าการประชุมบอร์ดต้นเดือนก.ย.น่าจะโหวตรับทราบการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE-DTAC เพราะเอกชนก็เร่งให้ดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว ประกอบกับ กรรมการคนใหม่ กสทช.ก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล อย่างไรก็ดี แม้จะโหวตรับการควบรวมกิจการ TRUE-DTAC แต่ กสทช.ก็สามารถออกมาตรการเยียวยาด้วยได้ และหากยังทำตามมาตรการไม่ได้ก็ยังสามารถควบรวมกิจการกันได้ประเด็นการคืนคลื่นอาจเป็นอุปสรรคกับบริษัทควบรวมระหว่าง TRUE-DTAC หลังจากมีกระแสข่าวว่าผู้ประกอบการบางรายเสนอให้ทาง กสทช.สั่งห้ามไม่ให้บริษัทที่เกิดขึ้นจากการควบรวม รวมคลื่นความถี่ของ TRUE และ DTAC ไปใช้งานร่วมกัน และ New Co ควรคืนคลื่นบางส่วน หลังจากนั้น TRUE ออกมาระบุว่า New Co ควรได้รับเงินชดเชยหากถูกเรียกคืนคลื่นในอนาคต เมย์แบงก์มองว่า การคืนคลื่นเพียงเล็กน้อย จะไม่ส่งผลลบต่อความสามารถในการแข่งขันของ New Co ถึงแม้ยังมีความเสี่ยงที่การอนุมัติการควบรวมจะล่าช้าออกไปได้อีก เรายังคงประเมินว่ามีโอกาส 90% ที่การควบรวมของ TRUE และ DTAC จะเกิดขึ้นได้ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ประเมินว่า New Co จะสามารถคืนคลื่นความถี่ได้จำนวน 55MHz โดยไม่ส่งผลลบต่อความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับ ADVANC ในปัจจุบัน TRUE และ DTAC รวมกันมีปริมาณคลื่นความถี่เท่ากับ 6.5 MHz ต่อลูกค้ามือถือ 1 ล้านราย ถ้า New Co ต้องคืนคลื่นจำนวน 55MHz ปริมาณคลื่นความถี่จะเหลือ 5.5MHz ต่อลูกค้ามือถือ 1 ล้านราย ซึ่งเท่ากับตัวเลขของ ADVANC พอดี การวิเคราะห์เพิ่มเติมทางด้านการถือครองคลื่นความถี่ของ New Co ว่าก่อให้เกิดการได้เปรียบ และมีผลต่อการแข่งขันในตลาดหรือไม่ คือ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทาง คณะกรรมการ กสทช. ต้องเลื่อนการพิจารณาการประเด็นการควบรวมออกไปจาก 10 ส.ค. เป็น 10 ก.ย. ความเสี่ยงที่อาจทำให้การอนุมัติการควบรวมล่าช้าออกไปอีก คือ ทางกสทช. อาจต้องใช้เวลาร่างมาตรการที่เกี่ยวกับ การรวมคลื่น หรือ การคืนคลื่นของ New Co เพิ่มเติม อีกหนึ่งความเสี่ยงต่อการอนุมัติการควบรวมคือ ทางบอร์ด กสทช. อาจตัดสินใจรอให้กรรมการคนที่ 6 เข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับการควบรวมของ TRUE และ DTAC ถ้าคณะกรรมการ กสทช.อนุมัติการควบรวมได้ภายในเดือน ต.ค.65 คาดว่า การทำคำเสนอซื้อหุ้น TRUE และ DTAC โดยสมัครใจ จะเกิดขึ้นได้ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. ในกรณีนี้ ขั้นตอนการควบรวมในช่วงสุดท้าย ซึ่งรวมไปถึง การจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วม การจดทะเบียนบริษัท New Co กับกระทรวงพาณิชย์ และการนำ New Co เข้าตลาดหลักทรัพย์ น่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในเดือน ธ.ค. ในทางตรงกันข้าม ถ้าทาง กสทช.ไม่สามารถอนุมัติการควบรวมได้ภายในเดือน ต.ค. การควบรวมอาจจะไม่สำเร็จภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ เมย์แบงก์ยังคงให้ ADVANC เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังปี 65 และอัพไซด์ 4% ต่อราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 230 บาทจากแผนการเข้าซื้อ TTTBB และ JASIF
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
AIS จ่อฟ้องดำเนินคดี หลังถูกปล่อยข่าวเท็จขอ กสทช.ห้ามรวมคลื่นTRUE-DTACAIS เตรียมฟ้องดำเนินคดี หลังถูกปล่อยข่าวเท็จ กรณีขอกสทช.ห้ามรวมคลื่น TRUE-DTAC ย้ำไม่เคยเข้าพบเพื่อคุยเรื่องนี้ ด้านกสทช.ยืนยันข่าวไม่เป็นความจริง AIS ไม่เคยชี้นำหรือก้าวล่วงล่วงการพิจารณาดีลนี้
Read more »
ADVANC จ่อดำเนินคดีแก๊งกุข่าวเท็จ ยันไม่เคยเสนอ กสทช.ห้ามควบ TRUE-DTACสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ส.ค. 65 9:32: น.   ADVANC เตรียมดำเนินคดีทางกฎหมาย ขบวนการปล่อยข่าวเท็จ อ้างซีอีโอ เสนอ กสทช.ห้ามการควบรวม TRUE-DTAC ย...
Read more »
ตาย 28 คน! โควิดไทยวันนี้ ติดเชื้อเข้ารพ.เพิ่ม 1,531 หายป่วย 2,298 รักษาตัว 18,829ตาย 28 คน! โควิดไทยวันนี้ ติดเชื้อเข้ารพ.เพิ่ม 1,531 หายป่วย 2,298 รักษาตัว 18,829 isranews สำนักข่าวอิศรา โควิด19
Read more »
TAKUNI-CAZ ควงคู่บวกต่อเนื่องแม้ปัดข่าวถูกแบ็คดอร์ โบรกฯมองผลงานดี : อินโฟเควสท์TAKUNI และ CAZ ยังคงปรับตัวขึ้นหลังจากเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเช้านี้ราคาหุ้น TAKUNI ดีดตัวขึ้น 3.25% หรือเพิ่มขึ้น 0.10 บาทมาที่ 3.18 บาท มูลค่าซื้อขาย 46.94 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.18 น.จากราคาเปิด 3.12 บาท ราคาตสูงสุด 3.20 บาท ราคาต่ำสุด 3.12 บาท ส่วนหุ้น CAZ ปรับตัวขึ้น 2.52% หรือเพิ่มขึ้น 0.15 บาท มาที่ 6.10 บาท มูลค่าซื้อขาย 93.26 ล้านบาท จากราคาเปิด 6.10 บาท ราคาสูงสุด 6.20 บาท ราคาต่ำสุด 5.95 บาท บทวิเคราะห์ของ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เช้านี้ระบุว่า บมจ.ทาคูนิ …
Read more »
ศรีลังกาปรับขึ้นราคาน้ำมันก๊าด หวังลดการขาดทุน : อินโฟเควสท์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัทซีลอน ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชั่น (CPC) ของรัฐบาลศรีลังกาประกาศขึ้นราคาน้ำมันก๊าดเพื่อลดการขาดทุน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนวานนี้ (21 ส.ค.) CPC เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า ราคาน้ำมันก๊าดจะปรับขึ้นจากเดิม 253 รูปี (0.7 ดอลลารสหรัฐ) สู่ระดับ 340 รูปี ทั้งนี้ น้ำมันก๊าดเป็นของที่ใช้กันในชุมชนกลุ่มเปราะบางหลายแห่ง โดยก่อนหน้านี้ขายกันในราคาอุดหนุนที่ 87 รูปี นายกาญจนา วิเจเซเครา รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของศรีลังกากล่าวในรัฐสภาเมื่อเดือนก่อนว่า ทางการมีแผนจะปรับขึ้นราคาน้ำมันก๊าดและให้เงินอุดหนุนกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยระบุว่า การขายน้ำมันก๊าดในราคาอุดหนุนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ CPC ขาดทุน และชี้ว่า ต้นทุนการผลิตน้ำมันก๊าดอยู่ที่ 421 รูปีต่อลิตร โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ส.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
TOPICSTODAY: จับตาการเมืองร้อน ปธ.สภายื่นศาลรธน.วินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯ/ม็อบนัดชุมนุมขับไล่ : อินโฟเควสท์– ประเด็นทางการเมืองที่น่าสนใจวันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เตรียมส่งคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านขอให้ตรวจสอบวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะครบกำหนดในวันที่ 24 ส.ค.นี้หรือไม่ โดยคาดว่าจะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยในวันนี้ หากศาลรับไว้พิจารณาจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีหรือไม่ – ขณะที่กลุ่มคณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ นัดมวลชนแนวร่วม ชุมนุมระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค. บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีข้อเรียกร้องต้องการกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนัดปักหลักชุมนุมยาวถึงวันที่ 24 ส.ค. 65 – สน.นางเลิ้ง สั่งปิดเดินรถในถนน 4 เส้นสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 21-24 ส.ค. 65 เวลา 07.00 -20.00 น. ได้แก่ 1.ถนนพิษณุโลก (แยกนางเลิ้ง-แยกสวนมิสกวัน) 2.ถนนพระรามที่ 5 (แยกพาณิชยการ-สะพานอรทัย) 3.ถนนลูกหลวง …
Read more »
