ประชุม UNOC จุดชนวนข้อตกลงครั้งใหญ่ ผู้นำโลกร่วมเร่งคุ้มครองมหาสมุทร 30% ภายในปี 2030 ท่ามกลางความล่าช้าและวิกฤตเร่งตัว
การหารือที่กินเวลาหนึ่งสัปดาห์จะจบลงด้วยการรับรองปฏิญญาทางการเมือง แม้ว่าจะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่ปฏิญญาดังกล่าวจะเป็นการกำหนดทิศทางความทะเยอทะยานระดับโลกในอนาคต เป็นสัญญาณต่อรัฐบาล นักลงทุน และภาคประชาสังคม และหวังว่าจะกระตุ้นการสนับสนุนต่อโครงการใหม่ ๆ UNOC ได้ระบุลำดับความสำคัญ 3 ด้านสำหรับปฏิญญานี้ ได้แก่ การปกป้องระบบนิเวศทางทะเล เศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืน และการเร่งดำเนินการ หากการประชุมประสบความสำเร็จ จะมีการลงนามในปฏิญญาทางการเมืองฉบับสุดท้ายภายใต้ชื่อ Nice Ocean Action Plan คาดว่าจะมีการรับรองสนธิสัญญาฉบับสำคัญของสหประชาชาติว่าด้วยน่านน้ำทะเลหลวง เพิ่มเติมในระหว่างที่ความพยายามในการผลักดันให้สนธิสัญญานี้มีผลบังคับใช้เข้มข้นขึ้น ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งจาก UNOC ยังอาจเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับชัยชนะด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP30 ที่บราซิลในปลายปีนี้ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการประชุมครั้งนี้กับคอสตาริกา โดยจัดขึ้นที่เมืองนีซ ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีมาครงและรัฐบาลฝรั่งเศสได้รณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ยกระดับการคุ้มครอง มหาสมุทร เมื่อวันอาทิตย์ มาครงเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ผนึกกำลังกันในข้อตกลงระงับการสำรวจใต้ทะเลลึก โดยกล่าวว่า ผมต้องการให้เราบรรลุข้อตกลงสำหรับทั้งโลก เพราะการที่จะไปขุดเจาะในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก คือความบ้าคลั่งที่ไร้สติ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกอีก 6 ประเทศได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญานี้อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ฝรั่งเศสและสเปนให้สัตยาบันไปก่อนหน้านี้ โดยคาดหวังว่าสนธิสัญญาฉบับนี้จะได้รับสัตยาบันมากพอภายในสิ้นการประชุมเพื่อมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสมีบทบาทนำเชิงรุกในการผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือด้านการคุ้มครอง มหาสมุทร เพื่อให้การประชุมครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ก่อนหน้านี้ ชิลีและฝรั่งเศสได้ประกาศแนวร่วมพันธมิตร 100% เพื่อกระตุ้นให้ประเทศชายฝั่งและประเทศทางทะเลให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการเขตทะเลของตนอย่างยั่งยืน 100%เน้นย้ำว่า ฝรั่งเศสต้องเป็นผู้นำในการกระทำ ไม่ใช่แค่ถ้อยคำ ฝรั่งเศสเป็นประธานร่วมของกลุ่ม High Ambition Coalition for Nature and People ซึ่งให้คำมั่นว่าจะปกป้องอย่างน้อย 30% ของ มหาสมุทร ภายในปี 2030 และในฝรั่งเศส แม้จะมีเขตคุ้มครองมากมาย แต่ส่วนใหญ่ยังอนุญาตให้มีการประมงพาณิชย์ รวมถึงการลากอวนติดพื้นทะเล ฝรั่งเศสอ้างว่าได้บรรลุเป้าหมายคุ้มครองทะเล 30% แล้ว แต่กลุ่มสิ่งแวดล้อมระบุว่า มีเพียง 3% ของน่านน้ำฝรั่งเศสเท่านั้นที่ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงจากกิจกรรมที่เป็นอันตราย เช่น การลากอวนติดพื้นทะเลและการประมงเชิงอุตสาหกรรม โดยในปี 2024 เพียงปีเดียว มีเรือลากอวนติดพื้นมากกว่า 100 ลำใช้เวลากว่า 17,000 ชั่วโมงในการจับปลาในอุทยานธรรมชาติทางทะเล 6 แห่งของฝรั่งเศส ตามรายงานของ Oceana องค์กรรณรงค์เพื่อ มหาสมุทร มีเพียง 1% ของน่านน้ำฝรั่งเศสที่เป็นพื้นที่ห้ามจับโดยสมบูรณ์ ซึ่งเอื้อให้ชีวิตในทะเลฟื้นตัวได้ และพื้นที่เหล่านี้ยังส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อการท่องเที่ยว การจ้างงาน และชาวประมงรายย่อยในท้องถิ่น เสียงวิจารณ์นี้สะท้อนไปทั่วทั้งทวีปยุโรป รายงานฉบับใหม่ขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก พบว่า แม้จะมีการกำหนดให้พื้นที่ทางทะเลของยุโรปมากกว่า 11% เป็นเขตคุ้มครอง แต่มีเพียง 2% ของน่านน้ำในสหภาพยุโรปที่มีแผนบริหารจัดการคำมั่นที่ให้ไว้ในการประชุมครั้งนี้หรือก่อนหน้านี้จะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีเงินทุนรองรับ และในขณะนี้ ความพยายามระดับโลกในการคุ้มครอง มหาสมุทร กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนงบประมาณอย่างรุนแรง ปี 2022 เกือบ 200 ประเทศตกลงจะกำหนดให้ 30% ของ มหาสมุทร โลกเป็นพื้นที่คุ้มครองภายในปี 2030 แต่ในปี 2024 มีเพียง 8.
4% ที่ถูกครอบคลุม และมีเพียง 2.7% ที่ได้รับการประเมินว่าคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหมายถึงมีการวางกฎระเบียบและการจัดการเชิงรุกเพื่อลดหรือยุติกิจกรรมที่สร้างความเสียหาย ตัวเลข 2.7% นี้ยังลดลงเมื่อต้นปีอันเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ยกเลิกการคุ้มครองพื้นที่มรดกทางทะเลของหมู่เกาะแปซิฟิก มีเพียงสองประเทศเท่านั้น ปาเลา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก และสหราชอาณาจักร ที่คุ้มครองน่านน้ำของตนได้มากกว่า 30% โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักรที่ได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพนั้นตั้งอยู่ในดินแดนโพ้นทะเลห่างไกล ประมาณ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปีคือจำนวนเงินที่จำเป็นในการบรรลุเป้าหมาย 30% ภายในปี 2030 แต่รายงานฉบับใหม่ของกลุ่มพันธมิตร NGO ด้านธรรมชาติและองค์กรผู้ให้ทุนระดับโลกพบว่า ปัจจุบันมีการใช้จ่ายเพียง 1.2 พันล้านดอลลาร์ เท่านั้น นั่นหมายถึงช่องว่างด้านเงินทุนมหาศาลถึง 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งกลุ่มสิ่งแวดล้อมชี้ว่าเป็นเพียง 0.5% ของงบประมาณด้านกลาโหมทั่วโลกต่อปี
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เปิด 3 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย คนใหม่ชิงเก้าอี้ ผู้ว่าการฯ กยท.สุดคึก “ปธ.บอร์ด' เผย 3 คนผ่านเกณฑ์เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ตัดเชือก 22 เม.ย. ชี้อยากได้คนพร้อมทำงาน พาองค์กร ชาวสวนยาง ก้าวพ้นเอฟเฟกต์ “ตึกถล่ม แผ่นดินไหว -นโยบายทรัมป์' เขย่าโลก
Read more »
'อนุชา' ย้ำไทยตั้งเป้าศูนย์กลางผลิต EV 30% ภายในปี 2573'อนุชา' ย้ำเวทีโลก ประเทศไทยมุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ตั้งศูนย์กลางผลิต EV 30% ภายในปี 2573 - ผลิตไฟฟ้าหมุนเวียน 50% ภายใน 2583
Read more »
ฮาวาย เร่งรับมือ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง อีก 5 ปีชายหาดโออาฮูอาจหายไป 40%ฮาวาย เผชิญปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง งานวิจัยชี้ชายหาดเกาะโออาฮูจะหายไปถึงร้อยละ 40 ภายในปี 2030 กระทบชุมชนชายฝั่งถูกคุกคามที่อยู่อาศัย
Read more »
F1 ยุคใหม่=นวัตกรรม+ESG ไทยลุ้นเจ้าภาพ ดันท่องเที่ยวโต 7 พันล้าน โชว์พลังเศรษฐกิจสีเขียวเวทีโลกFormula 1 กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนอย่างจริงจังสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon ภายในปี 2030 โดยยึดหลักสิ่งแวดล้อม (ESG) เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสีเขียวทั่วโลก ซึ่งนั่นก็รวมถึง “ประเทศไทย”...
Read more »
ARK มั่นใจ! Bitcoin อาจแตะ $1.5 ล้านในปี 2030 รับแรงซื้อสถาบันที่ไหลเข้าไม่หยุดบริษัท ARK Invest คาดว่า ราคา Bitcoin อาจพุ่งแตะ 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญได้ ภายในปี 2030 โดยมองว่า สถาบันการเงินทั่วโลก กำลังต้องการ Bitcoin
Read more »
อินเดีย VS ปากีสถาน จุดเริ่มต้นสงครามนิวเคลียร์? มองฉากทัศน์ต่อไปมหาศึกเอเชียใต้สงคราม อินเดีย-ปากีสถาน ส่อบานปลาย เมื่อต่างฝ่าย ต่างสาดขีปนาวุธเข้าใส่กัน มหาศึกแห่งเอเชียใต้นี้จะจบที่โต๊ะเจรจา หรือจุดชนวน นิวเคลียร์ เขย่าโลก?
Read more »
