Tesla พ้นข้อกล่าวหาระบบขับขี่อัตโนมัติทำคนขับเสียชีวิต

United States News News

Tesla พ้นข้อกล่าวหาระบบขับขี่อัตโนมัติทำคนขับเสียชีวิต
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 PostToday
  • ⏱ Reading Time:
  • 87 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 38%
  • Publisher: 51%

Tesla ชนะคดีในสหรัฐฯ ครั้งแรก จากข้อกล่าวหาว่าระบบ Autopilot หรือ ระบบผู้ช่วยคนขับแบบอัตโนมัติมีส่วนทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต

การชนะคดีของ Tesla นับว่ามีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องในอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Autopilot ซึ่งพาหนะสามารถขับเคลื่อนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับขี่ โดยคณะลูกขุนลงคะแนนเสียงที่ 9-3 ชี้ว่า รถคันดังกล่าวไม่มีข้อบกพร่องจากการผลิต และซอฟต์แวร์ก็ไม่มีข้อบกพร่องเช่นกัน คำฟ้องระบุว่า ระบบ Aupilot ทำให้รถรุ่น Model 3 ของ Micah Lee เลี้ยวอย่างกะทันหันด้วยความเร็ว 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่ของลอสแอนเจลิส โดยรถคันดังกล่าวชนเข้ากับต้นปาล์มและเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ทั้งคันภายในเวลาไม่กี่วินาที อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 2019 ส่งผลให้ Lee เสียชีวิต ขณะที่ผู้โดยสารอีกสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงเด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งทางโจทก์ได้ขอให้คณะลูกขุนเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ Tesla ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า Lee ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าระบบ Autopilot ถูกเปิดใช้งานในช่วงเกิดเหตุหรือไม่ Tesla ชี้ว่า แม้เทคโนโลยีของบริษัทจะชื่อ "Autopilot" ที่ช่วยให้พาหนะสามารถขับเคลื่อนเองได้ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องมั่นสังเกตสถานการณ์รอบตัวบนท้องถนน เพราะระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ระบบขับขี่ด้วยตนเอง ขณะที่ในคดีอื่นๆ ส่วนใหญ่โจทก์กล่าวหาว่าระบบ Autopilot มีข้อบกพร่อง ส่งผลให้ผู้ขับขี่ได้รับผลกระทบ รวมถึงติงว่า สาเหตุที่ Tesla ตั้งชื่อฟีเจอร์ผู้ช่วยคนขับว่า “Full Self-Driving" เพราะอยากทำให้คนเชื่อว่ารถของบริษัทสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้จริง ซึ่งเป็นความสามารถที่เกินความเป็นจริง Tesla กำลังเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จากการอ้างว่ายานพาหนะของตนสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ นอกจากนี้ หน่วยงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติยังได้ตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ Autopilot หลังพบการชนที่เกิดขึ้นมากกว่าสิบครั้งจากรถของ Tesla ที่ชนกับยานพาหนะอื่นซึ่งจอดอยู่กับที่.

การชนะคดีของ Tesla นับว่ามีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องในอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Autopilot ซึ่งพาหนะสามารถขับเคลื่อนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับขี่ โดยคณะลูกขุนลงคะแนนเสียงที่ 9-3 ชี้ว่า รถคันดังกล่าวไม่มีข้อบกพร่องจากการผลิต และซอฟต์แวร์ก็ไม่มีข้อบกพร่องเช่นกัน คำฟ้องระบุว่า ระบบ Aupilot ทำให้รถรุ่น Model 3 ของ Micah Lee เลี้ยวอย่างกะทันหันด้วยความเร็ว 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่ของลอสแอนเจลิส โดยรถคันดังกล่าวชนเข้ากับต้นปาล์มและเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ทั้งคันภายในเวลาไม่กี่วินาที อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 2019 ส่งผลให้ Lee เสียชีวิต ขณะที่ผู้โดยสารอีกสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงเด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งทางโจทก์ได้ขอให้คณะลูกขุนเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ Tesla ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า Lee ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าระบบ Autopilot ถูกเปิดใช้งานในช่วงเกิดเหตุหรือไม่ Tesla ชี้ว่า แม้เทคโนโลยีของบริษัทจะชื่อ "Autopilot" ที่ช่วยให้พาหนะสามารถขับเคลื่อนเองได้ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องมั่นสังเกตสถานการณ์รอบตัวบนท้องถนน เพราะระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ระบบขับขี่ด้วยตนเอง ขณะที่ในคดีอื่นๆ ส่วนใหญ่โจทก์กล่าวหาว่าระบบ Autopilot มีข้อบกพร่อง ส่งผลให้ผู้ขับขี่ได้รับผลกระทบ รวมถึงติงว่า สาเหตุที่ Tesla ตั้งชื่อฟีเจอร์ผู้ช่วยคนขับว่า “Full Self-Driving" เพราะอยากทำให้คนเชื่อว่ารถของบริษัทสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้จริง ซึ่งเป็นความสามารถที่เกินความเป็นจริง Tesla กำลังเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จากการอ้างว่ายานพาหนะของตนสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ นอกจากนี้ หน่วยงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติยังได้ตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ Autopilot หลังพบการชนที่เกิดขึ้นมากกว่าสิบครั้งจากรถของ Tesla ที่ชนกับยานพาหนะอื่นซึ่งจอดอยู่กับที่

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PostToday /  🏆 50. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 17:54:08