SME ยังต้องเดินหน้ามุ่งสู่ความยั่งยืน แม้ทรัมป์ไม่แคร์โลกเดือด

ความยั่งยืน News

SME ยังต้องเดินหน้ามุ่งสู่ความยั่งยืน แม้ทรัมป์ไม่แคร์โลกเดือด
ESGSMEภาวะโลกเดือด
  • 📰 PostToday
  • ⏱ Reading Time:
  • 128 sec. here
  • 12 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 83%
  • Publisher: 51%

SME ยังต้องเดินหน้ามุ่งสู่ความยั่งยืน แม้ทรัมป์ ไม่แคร์โลกเดือด จับตานโยบายต่างประเทศ ประเมินความเสี่ยง ปรับตัว สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ ก้าวข้ามสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

SME ยังต้องเดินหน้ามุ่งสู่ ความยั่งยืน แม้ทรัมป์ ไม่แคร์โลกเดือด จับตานโยบายต่างประเทศ ประเมินความเสี่ยง ปรับตัว สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ ก้าวข้ามสู่ธุรกิจมูลค่าสูง สัญญาณความผันผวน และความไม่แน่นอนสั่นสะเทือนไปทั้งโลกทันทีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยที่ 2 นโยบาย “The American first” ที่เน้นผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเป็นสำคัญ ทำให้การค้าระหว่างประเทศสั่นคลอนสร้างความท้าทายต่อผู้ประกอบการ และ SME ที่อยู่ในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น อีกหนึ่งประเด็นใหญ่คือการประกาศยกเลิกความตกลงปารีส ที่เป็นกรอบความร่วมมือของสหประชาชาติที่ต้องการลดอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นให้น้อยกว่า 2 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันก็ยังมุ่งขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สวนทางกับหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับนโยบาย ความยั่งยืน ส่วนธนาคารในสหรัฐฯ หลายแห่งประกาศถอนตัวจากกลุ่ม the Net-Zero Banking Alliance คาดว่าจะกระทบต่ออนาคตการเงินสีเขียวเนื่องจากการเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้สถาบันการเงินต้องลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยในช่วงก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ได้มีการฟ้องศาลและเสนอกฎหมายต่อต้าน ESG ว่านโยบายลดก๊าซเรือนกระจก ของสถาบันการเงินเป็นการเลือกปฏิบัติ และขัดขวางการดำเนินธุรกิจอย่างเสรีของอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันและถ่านหิน ซึ่งกฎหมายอยู่ในขั้นตอนพิจารณา รัฐที่มีการฟ้องร้องหรือมีการออกกฎหมายต่อต้าน ESG มีจำนวน 22 รัฐ ทำให้สถาบันการเงินชั้นนำ มองว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการฟ้องร้องมากขึ้นหากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วง 4 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดีธนาคารที่ออกจากกลุ่ม NZBA จะยังคงสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายลดก๊าซฯ เหมือนเดิม แต่อาจมีการปรับปรุงกลยุทธ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ซึ่งล้วนมีบริบทที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย แม้ธนาคารพาณิชย์ไทยไม่ได้เข้าร่วมในกลุ่ม NZBA ดังเช่นสถาบันการเงินชั้นนำในต่างประเทศ แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ในไทยยังคงต้องดำเนินนโยบายตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2608 ศูนย์วิจัยกสิกร ยังรายงานด้วยว่า ในปี 2568 ความยั่งยืน จะยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น การปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน ของสหภาพยุโรป ภาระผูกพันจากการประชุม COP30 สนธิสัญญาพลาสติกโลก เป็นต้น นอกจากนี้ มาตรการในประเทศที่จะมีความเข้มงวด ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ภาคธุรกิจ ดำเนินการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพิ่มขึ้นเช่นกัน อาทิ ร่าง พร.

บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาด UGT1, การห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เป็นต้น อุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับผลกระทบทางตรง อย่างไรก็ดีอานิสงส์ของการเปลี่ยนตลาดการส่งออกของจีน และการเร่งนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีน จะส่งผลต่อดีต่อผู้บริโภคในประเทศ และอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งออกในระยะสั้น โดยเฉพาะกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้นำเข้าสินค้าเป้าหมายตามมาตรการ CBAM จะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 80 ยูโร หรือประมาณ 2800 บาทต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ตันที่เกิดจากการผลิตสินค้าดังกล่าว ในปี 2568 จะเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินการเฟสแรกของมาตรการ CBAM ผ่อนผันให้แค่รายงานผลการปล่อยการเรือนกระจกเท่านั้น และจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม CBAM Cerfiticate ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยสหภาพยุโรปจะทยอยประกาศระเบียบข้อบังคับและแนวปฏิบัติเช่นการเข้าไปรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวในระบบ เพื่อส่งข้อมูลให้ EU ได้โดยตรงรวมถึงแนวปฏิบัติอื่นๆให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบภายในปีนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2568 จะมีการประชุม COP30 ซึ่งจะกำหนดให้ทุกประเทศส่งแผนเพื่อลดการปล่อยการเรือนกระจกใหม่ โดยเพิ่มความพยายามในการลดผลกระทบต่อสภาพพูมิอากาศ รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศอื่นๆ เช่น สนธิสัญญาพลาสติกโลก, ภาระผูกพันจากการประชุมครั้งก่อน, การเข้าร่วม Climate Market Club ของ World Bank ที่ส่งผลให้เป้าหมายและแผนการดำเนินการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกของไทยให้มีรูปธรรมมากขึ้นไทยมีความเสี่ยงอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่อาจถูกสหรัฐฯเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้น และอาจได้รับผลกระทบจากการไหลทะลักของสินค้าจีน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐในระดับสูง และแนวโน้มการกีดกันทางการค้ากับประเทศจีนจากนโยบายของทรัมป์ สินค้าส่งออกที่ช่วยลดการปล่อยการเรือนกระจกอาจได้รับอานิสงส์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า, แผงโซลาร์เซลล์,แบตเตอรี่เป็นต้น ถึงแม้อาจโดนกำแพงภาษีแต่น่าจะมีอัตราต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตจากหรือเป็นสินค้าของบริษัทสัญชาติจีน ผลกระทบต่อประเทศไทย คือ อุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงจะได้รับผลกระทบทางตรง เช่น เหล็ก, อะลูมิเนียม, ซิเมนต์, พลาสติก โดยจะมีความยุ่งยากในการดำเนินการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการรายงานปริมาณการปล่อยการเรือนกระจกของการผลิตสินค้าของตนเองได้มาตรฐาน รวมถึงอาจมีต้นทุนค่าธรรมเนียมแก่ประเทศนำเข้าสินค้า และค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ ส่วนผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ ธุรกิจที่ไม่ได้เป็นธุรกิจส่งออก หรือเป็นเป้าหมายของมาตรการ แต่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยอาจเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับบริษัทที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคและผู้ส่งออกไทยอาจได้รับผลดีในระยะสั้น จากอานิสงส์ของการเปลี่ยนตลาดการส่งออกของจีน และการเร่งนำเข้าสินค้าของสหรัฐทดแทนสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่น รถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PostToday /  🏆 50. in TH

ESG SME ภาวะโลกเดือด Netzero CBAM โดนัลด์ ทรัมป์ Posttoday โพสต์ทูเดย์

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

รัฐบาลปลุกพลังเอสเอ็มอี ออก “ออฟซอฟต์” 2 หมื่นล้านบาทรัฐบาลปลุกพลังเอสเอ็มอี ออก “ออฟซอฟต์” 2 หมื่นล้านบาทรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเร่งใช้กลไกสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เข้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ออก “ออฟซอฟต์” 2 โครงการ “ปลุกพลัง SME” และ “ติดปีก SME” วงเงิน 20,000 ล้านบาท
Read more »

ครม. ไฟเขียว 2 มาตรการ SME D Bankครม. ไฟเขียว 2 มาตรการ SME D Bankรัฐบาลเร่งใช้กลไกสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือ SME ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ผ่าน SME D Bank
Read more »

SME D Bank จับมือเอสเอ็มอี “Student CareW” รับเทรนด์การศึกษายุคใหม่SME D Bank จับมือเอสเอ็มอี “Student CareW” รับเทรนด์การศึกษายุคใหม่SME D Bank ร่วมลงทุน “Student Care” แพลตฟอร์มระบบบริหารกิจการโรงเรียนสุดล้ำ เพิ่มศักยภาพรองรับเทรนด์การศึกษายุคใหม่เติบโต ตั้งเป้าทะยานเข้าตลาดทุนภายใน 5 ปี เผยความสำเร็จ SME D Bank หนุนเอสเอ็มอีผ่านการร่วมลงทุนแล้วกว่า 40 ราย
Read more »

กระทรวงการคลังเติมเงิน SME ผ่าน 2 โครงการ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาทกระทรวงการคลังเติมเงิน SME ผ่าน 2 โครงการ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาทกระทรวงการคลังเปิด 2 โครงการสินเชื่อ SME วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ผ่านสินเชื่อปลุกพลัง SME และสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2568
Read more »

ปลุก ศก.รัฐทุ่ม 2 หมื่นล้านส่งโครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME-โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SMEปลุก ศก.รัฐทุ่ม 2 หมื่นล้านส่งโครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME-โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SMEปลุกศก.
Read more »

BOOTCAMP DAY 2025: อัพสกิล สร้างแบรนด์ ปั้นยอดขายด้วย LINEBOOTCAMP DAY 2025: อัพสกิล สร้างแบรนด์ ปั้นยอดขายด้วย LINELINE for Business จัด BOOTCAMP DAY 2025 งานอีเวนต์ใหญ่แห่งปีสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ภายใต้แนวคิด 'อัพสกิล สร้างแบรนด์ ปั้นยอดขายด้วย LINE' รวบรวมกูรูและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ระดับแถวหน้า ถ่ายทอดประสบการณ์ เคล็ดลับความสำเร็จและเทคนิคการสร้างแบรนด์ปัง เพื่อช่วย SME สร้างยอดขาย และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:25:48