SCB EIC มองแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้าง

หุ้น News

SCB EIC มองแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้าง
หุ้นไทยหุ้นวันนี้ตลาดหุ้น
  • 📰 eFinanceThai
  • ⏱ Reading Time:
  • 526 sec. here
  • 18 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 242%
  • Publisher: 63%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มี.ค. 68 10:28 น. KEY SUMMARYSCB EIC เผยการก่อสร้างภาครัฐในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัว 3% แตะระดับ 856,000 ล้านบาท จากปัจจัยหนุน ทั้งห...

SCB EIC เผยการก่อสร้างภาครัฐในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัว 3% แตะระดับ 856,000 ล้านบาท จากปัจจัยหนุน ทั้งหน่วยงานหลักที่ลงทุนภาคก่อสร้างได้รับงบประมาณภายใต้งบประมาณประจำปี 2025 เพิ่มขึ้น การเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2025 จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านการคมนาคมใหม่ ๆ ทั้งนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านความล่าช้าในการเปิดประมูลโครงการใหม่ ๆ การก่อสร้างภาคเอกชนในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 1% มาอยู่ที่ 586,000 ล้านบาท โดยการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย ทำให้การเปิดโครงการระดับราคาปานกลาง-ล่างยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยการเปิดโครงการใหม่ส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มระดับราคาสูงต่อไป รวมถึงยังต้องจับตาภาวะ Oversupply ของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ซึ่งยังมีความเสี่ยงด้านการชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ออกไป จากแนวโน้มการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวในอดีต ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งการก่อสร้างภาครัฐ และภาคเอกชน ส่งผลให้ตลาดรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ประกอบกับการเข้ามาแข่งขันของผู้รับเหมาก่อสร้างชาวจีน ยังเป็นความท้าทายสำคัญให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และคาดว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นกลุ่มที่มีความร่วมมือกับพันธมิตร และปรับกลยุทธ์การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความล่าช้าในการเปิดประมูลงานโครงการก่อสร้างภาครัฐ การฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงภาวะ Oversupply ของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ ดังนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์ให้สามารถปรับการรับงานโครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชน ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงมีความร่วมมือกับพันธมิตรเข้าประมูลงานได้อย่างหลากหลาย จะเป็นกลุ่มที่สามารถรักษารายได้ และสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้ง เทรนด์ ESG เป็นแรงกดดันให้ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลงทุนเทคโนโลยีที่ลดมลภาวะ ตลอดจนยกระดับความสามารถในการดำเนินโครงการก่อสร้างที่ตอบโจทย์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารประหยัดพลังงาน โครงการที่ขอรับมาตรฐานด้านความยั่งยืนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในไทยมีผู้เล่นที่หลากหลาย ทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ซึ่งมีความสามารถในการรับเหมาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อน รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็ก ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้รับเหมาช่วงจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และมีความสามารถในการรับเหมาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโครงการขนาดกลางและเล็ก และไม่มีความซับซ้อนมากนัก ทั้งนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างในตลาด SET จำแนกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มที่รับงานก่อสร้างโครงการภาครัฐเป็นหลัก เช่น โครงสร้างพื้นฐาน 2) กลุ่มที่รับงานก่อสร้างโครงการภาคเอกชนเป็นหลัก เช่น อาคาร ที่อยู่อาศัย โรงงาน 3) กลุ่มที่รับงานก่อสร้างอื่น ๆ เช่น งานฐานราก งานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานโครงสร้าง งานตกแต่ง งานวางระบบท่อ ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และ 4) กลุ่มที่รับงานที่ปรึกษา บริหาร และควบคุมงานก่อสร้าง สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างในตลาด mai ส่วนใหญ่จะรับงานเฉพาะด้าน ได้แก่ ออกแบบ และวางระบบต่าง ๆ เช่น วิศวกรรม ไฟฟ้า สื่อสาร สุขาภิบาล การป้องกันอัคคีภัย ไปจนถึงรับงานตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตย์ มูลค่าภาคก่อสร้างในไทยโดยรวมอยู่ที่ราวปีละ 1.

4 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ สัดส่วนกว่า 57% เป็นการก่อสร้างภาครัฐ และอีก 43% เป็นการก่อสร้างภาคเอกชน โดยผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาด SET เฉพาะกลุ่มที่รับงานก่อสร้างโครงการภาครัฐ และภาคเอกชนเป็นหลักจำนวน 19 ราย มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของมูลค่าภาคก่อสร้างโดยรวม ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดอีกราว 85% กระจายไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็ก ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ในปี 2024 มีการจัดตั้งกิจการรับเหมาก่อสร้างใหม่จำนวน 7,090 ราย เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2023 สำหรับการปิดกิจการในปี 2024 มีจำนวน 2,270 ราย ลดลง 2% จากปี 2023 นับเป็นสถานการณ์การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของการประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หลังจากที่ในระยะที่ผ่านมา มีการปิดกิจการในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนการปิดกิจการขยายตัว 7% และ 30% ในปี 2023 และ 2022 ตามลำดับมูลค่าการก่อสร้างภาครัฐในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัว 3% จากปัจจัยหนุน ทั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น การเบิกจ่ายดำเนินการได้ต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ใหม่ ๆ หน่วยงานหลักที่ลงทุนภาคก่อสร้าง ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับงบประมาณภายใต้งบประมาณประจำปี 2025 เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงบประมาณประจำปี 2024 ประกอบกับอัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของหน่วยงานกลางจากงบประมาณประจำปี 2025 ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 อยู่ที่ 24% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2024 ซึ่งมีความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณประจำปี ทั้งนี้คาดว่า การเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2025 จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ มีแผนเตรียมเสนอเปิดประมูลโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในปี 2025 โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านการคมนาคม เช่น รถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 6 ช่วง มอเตอร์เวย์ ทางด่วน รถไฟชานเมือง ส่วนต่อขยายสนามบิน อีกทั้ง ยังมีโครงการที่มีการก่อสร้างต่อเนื่องจากในอดีตมีความคืบหน้า เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3, ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ, รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ , รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ, รถไฟทางคู่สายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม จากปัจจัยหนุนข้างต้น ส่งผลให้ SCB EIC คาดว่า มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัว 3% แตะระดับ 856,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับการขยายตัวที่ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยต่อปีในช่วงปี 2020-2024 โดยยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านการเปิดประมูลโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านการคมนาคม ที่อาจล่าช้าไปจากแผน แม้ในระยะข้างหน้า ยังมีโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านการคมนาคมที่กำลังดำเนินการศึกษา และอยู่ระหว่างการขออนุมัติดำเนินโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่และส่วนต่อขยายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มอเตอร์เวย์ ทางด่วน สนามบิน ซึ่งจะทยอยหนุนให้เกิดเม็ดเงินก่อสร้างจากโครงการก่อสร้างภาครัฐ แต่อาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จากแรงส่งภาคการคลังที่มีแนวโน้มแผ่วลงในปีงบประมาณ 2026 จากการที่รัฐบาลวางแผนตั้งกรอบงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 0.7% ประกอบกับยังต้องจัดสรรงบประมาณถึง 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.3% ของวงเงินงบประมาณ เพื่อชดใช้คืนเงินคงคลัง ส่งผลให้เม็ดเงินการใช้จ่ายภาครัฐลดลง โดยเฉพาะวงเงินงบลงทุนที่จะลดลงถึง -5.3% มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 1% มาอยู่ที่ 586,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวในระดับต่ำที่ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยต่อปีในช่วงปี 2020-2024 โดยการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงยังต้องจับตาภาวะ Oversupply ของอุปทานพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ซึ่งยังมีความเสี่ยงด้านการชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ออกไป การก่อสร้างภาคเอกชนในส่วนของการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2025 มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อ และราคาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะโครงการกลุ่มระดับราคาปานกลางลงมา ส่งผลให้การเปิดตัวโครงการระดับราคาปานกลาง-ล่างของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างระมัดระวัง และผู้ประกอบการหันไปเน้นการระบายสินค้าคงเหลือมากกว่า โดยการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มระดับสูงต่อไป ในส่วนของการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในปี 2025 ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายโครงการพื้นที่ค้าปลีก และโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในทำเลใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ และย่านท่องเที่ยว รวมถึงพื้นที่สำนักงานให้เช่าเกรด A และเกรด A+ ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่า ในปี 2025 อุปทานพื้นที่ค้าปลีกใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเพิ่มขึ้นอีกราว 3% จาก 8.32 ล้านตารางเมตรในปี 2024 ส่งผลให้มีอุปทานพื้นที่ค้าปลีกอยู่ที่ระดับ 8.57 ล้านตารางเมตรในปี 2025 อีกทั้ง อุปทานพื้นที่สำนักงานให้เช่าใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องราว 5% จาก 9.85 ล้านตารางเมตรในปี 2024 ส่งผลให้มีอุปทานพื้นที่สำนักงานให้เช่าอยู่ที่ระดับ 10.33 ล้านตารางเมตรในปี 2025 แม้ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ออกไป แต่คาดว่าจะยังทำให้สถานการณ์ Oversupply คลี่คลายลงได้เพียงในระยะสั้น จึงยังคงมีความเสี่ยงด้านการชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ออกไป ซึ่งจะกระทบต่อภาคก่อสร้างตามมาจากแนวโน้มการขยายตัวของภาคก่อสร้างโดยรวม ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยต่อปีในอดีต ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความล่าช้าในการเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ใหม่ ๆ และการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ตลาดรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ประกอบกับการเข้ามาแข่งขันประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างชาวจีน ยังเป็นความท้าทายสำคัญให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังนำมาสู่การใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างจากจีนมากขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก และอะลูมิเนียม ส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอด Supply chain ของภาคก่อสร้างไทย และคาดว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นกลุ่มที่มีความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งสามารถเข้าประมูลงานได้อย่างหลากหลาย และปรับกลยุทธ์รับเทรนด์การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ ผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความสามารถในการแข่งขันเข้าประมูลงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ยังคงเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการก่อสร้างสูง รวมถึงมีศักยภาพในดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการเปิดประมูลงานโครงการก่อสร้างภาครัฐใหม่ ๆ แรงกดดันจากการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงภาวะ Oversupply ของอุปทานพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ยังเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ ทั้งในปี 2025 และระยะต่อไป ดังนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์องค์กรให้สามารถปรับการรับงานโครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชน ได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นกลุ่มที่สามารถรักษารายได้ และสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้ง การแข่งขันที่รุนแรงในการเข้าประมูลงานโครงการก่อสร้าง ยังส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นกลุ่มที่มีการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งสามารถเข้าประมูลงานโครงการก่อสร้างได้อย่างหลากหลาย สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็กกลุ่มที่มีศักยภาพในการแข่งขัน จะเป็นกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างที่สามารถดำเนินโครงการก่อสร้าง และส่งมอบงานให้แล้วเสร็จตามแผน ซึ่งนอกจากจะสามารถเบิกจ่ายค่างวดงานได้ตามกำหนด สามารถรักษารายได้และสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจได้แล้ว ยังจะรักษาความสามารถในการเป็นผู้รับเหมาช่วงจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง จากการที่ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มีทางเลือกในการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็กได้อย่างหลากหลายอีกด้วย ทั้งนี้แม้ราคาวัสดุก่อสร้างสำคัญ เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในปี 2025 จากปัจจัยทางด้านต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต เช่น สินแร่เหล็ก ยิปซัม หินปูน ลดต่ำลง แต่ราคาวัสดุก่อสร้างอาจเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับยังต้องจับตาผลของนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา โดยมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในอัตราวันละ 7–55 บาท ซึ่งในกรณีดังกล่าว SCB EIC ประเมินว่า จะส่งผลให้ต้นทุนที่ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องรับภาระเพิ่มขึ้นราว 1% อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันค่าแรงในภาคก่อสร้างจะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว จากในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา แรงงานก่อสร้างต่างชาติประเทศเพื่อนบ้านกลับประเทศของตนเอง จนทำให้ภาคก่อสร้างเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก และค่าแรงในช่วงดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยปัจจุบัน แรงงานก่อสร้างจากประเทศเพื่อนบ้านได้กลับมาทำงานก่อสร้างในไทยในระดับปกติแล้ว แต่ค่าแรงในภาคก่อสร้างไม่ได้ปรับลดลง ส่งผลให้ SCB EIC มองว่า นโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจไม่ได้กระทบกับค่าแรงของแรงงานพื้นฐานมากนัก แต่จะไปกระทบกับค่าแรงของแรงงานกึ่งฝีมือและช่างฝีมือ เช่น ช่างติดตั้งยิปซัม ก่ออิฐ ฉาบปูน ช่างเขียนแบบก่อสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งค่าแรงของแรงงานกลุ่มนี้อาจปรับตัวสูงขึ้น เพื่อรักษาส่วนต่างของค่าแรงขั้นต่ำ กับค่าแรงงานกึ่งฝีมือและช่างฝีมือให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องรับภาระต่อไป ประกอบกับสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง ทั้งระหว่างผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเอง และการเข้ามาแข่งขันมากขึ้นของผู้รับเหมาก่อสร้างชาวจีน อาจก่อให้เกิดสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาตามมา ซึ่งยังเป็นแรงกดดันให้อัตรากำไรของผู้รับเหมาก่อสร้างยังอยู่ในระดับต่ำ และฟื้นตัวได้ช้า ดังนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงสูง จะเป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์การเข้าประมูลงานโครงการก่อสร้างแบบแข่งขันด้านราคา ที่อาจเผชิญภาวะขาดทุนจากการดำเนินโครงการก่อสร้าง ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีความสามารถในการควบคุมต้นทุน ด้วยการบริหารจัดการทำสัญญาสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการใช้ และมีการนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ทดแทนแรงงานได้จะเป็นกลุ่มที่ยังสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ ESG เป็นแรงกดดันให้ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องปรับกลยุทธ์ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม จึงยังต้องจับตาข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะเป็นเงื่อนไขในการเข้าประมูลงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่อย่างเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่สามารถสร้างความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตและผู้ค้าวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มีการลงทุนนำเทคโนโลยีก่อสร้างที่ลดการก่อมลภาวะมาใช้ ตลอดจนยกระดับความสามารถในการดำเนินโครงการก่อสร้างที่ตอบโจทย์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารประหยัดพลังงาน โครงการที่ขอรับมาตรฐานด้านความยั่งยืน จะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีความสามารถในการแข่งขันการเข้าประมูลงานก่อสร้างได้มากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มการให้ความสำคัญกับการก่อสร้างที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการดำเนินโครงการก่อสร้าง โดยอาจนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence มาช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงลดความเสี่ยงในการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยสำหรับแรงงาน เช่น การนำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างในอดีตมาวิเคราะห์ เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง และกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ การใช้ AI สั่งการให้อุปกรณ์และเครื่องจักรทำงานแทนแรงงานในขั้นตอนที่มีความอันตราย อีกทั้งนำ AI มาใช้กับอุปกรณ์ Sensor เพื่อติดตามเฝ้าระวังข้อมูล เช่น ตรวจวัดฝุ่นละออง และก๊าซต่าง ๆ ที่มีการแจ้งเตือนเมื่อถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อุปกรณ์ติดตัวแรงงานที่แจ้งเตือนไปยังผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำมาสู่การให้ความช่วยเหลือได้ทันที

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

eFinanceThai /  🏆 17. in TH

หุ้นไทย หุ้นวันนี้ ตลาดหุ้น ข่าวหุ้น การลงทุน SET Stock Investment

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

SCB EIC แนะภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ดึง AI ลดอุบัติเหตุในพื้นที่ 30%SCB EIC แนะภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ดึง AI ลดอุบัติเหตุในพื้นที่ 30%SCB EIC เปิดมุมมองภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง พบปัญหาความปลอดภัยในการทำงานสูง เหตุผู้ประสบอันตรายเพิ่มขึ้นทุกปี ดันเทคโนโลยี AI มาใช้ ลดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้าง 30%
Read more »

'ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย' แห่ง V45 กับเคล็ดลับการปั้น “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง” ให้โตแบบก้าวกระโดด'ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย' แห่ง V45 กับเคล็ดลับการปั้น “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง” ให้โตแบบก้าวกระโดด'ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย' แห่ง V45 กับเคล็ดลับการปั้น “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง” ให้โตแบบก้าวกระโดด “รับเหมาก่อสร้าง” นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความผันผวน ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และฝากความคาดหวังไว้กับโปรเจกต์ต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน แต่ถึงอย่างนั้น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็ถือได้ว่ามีมูลค่าสูงมาก จากข้อมูลของ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า...
Read more »

SCB EIC มอง กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้SCB EIC มอง กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.พ. 68 10:03 น. SCB EIC เผย กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6:1 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.0% โดยมีกรรมการ 1 ท่านเห็นว...
Read more »

'SCB EIC' มอง กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้'SCB EIC' มอง กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้'SCB EIC' มอง กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้ กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6:1 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.0% โดยมีกรรมการ 1 ท่านเห็นว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้มาจากการพิจารณาของ กนง.
Read more »

SCB ชี้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าตามประกาศ กดเงินบาทอ่อนค่าได้อีกSCB ชี้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าตามประกาศ กดเงินบาทอ่อนค่าได้อีกSCB มองเงินบาทอาจอ่อนค่าต่อได้อีกในช่วง 1 เดือนนี้ หากทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าตามที่ประกาศไว้ แต่ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวอาจทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าและหนุนเงินบาทกลับมาแข็งได้ คาดอ่อนค่าแตะระดับ 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ และหากภาษีสหรัฐฯกระทบเศรษฐกิจไทยก็อาจทำให้ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยอีกในเดือนมิ.ย.
Read more »

“ไทยพาณิชย์” ผนึก “ฮั่วเซ่งเฮง” ส่งบริการเทรดทองคำออนไลน์ ชำระหรือรับเงินผ่าน e-FCD ของ SCB บนแอป USD GOLD TRADE“ไทยพาณิชย์” ผนึก “ฮั่วเซ่งเฮง” ส่งบริการเทรดทองคำออนไลน์ ชำระหรือรับเงินผ่าน e-FCD ของ SCB บนแอป USD GOLD TRADEธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ดิจิทัลแบงก์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ต่อยอดความร่วมมือกับ ฮั่วเซ่งเฮง ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการลงทุนซื้อ-ขายทองคำในระบบออนไลน์ เปิดให้บริการ “เทรดทองคำออนไลน์ ชำระหรือรับเงินผ่านบัญชี e-FCD ของ SCB บนแอป USD GOLD TRADE” เพียงเชื่อมต่อบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทออมทรัพย์ (e-FCD) ที่แอป SCB...
Read more »



Render Time: 2026-04-02 11:30:16