นักวิชาการ แนะรัฐบาลใช้โอกาสจากกระแสความนิยม “Pop Mart” ผลักดันสินค้าของเล่นไทย ชี้มีศักยภาพสร้างอาชีพ-Value Chain จำนวนมาก ยก “Cry Baby” สินค้าที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทยน่าส่งเสริมต่อยอด หากผนวกเข้ากับเอกลักษณ์ไทย เชื่อจะเป็นการสร้าง Soft Power...
นักวิชาการ แนะรัฐบาลใช้โอกาสจากกระแสความนิยม “ Pop Mart ” ผลักดันสินค้า ของเล่น ไทย ชี้มีศักยภาพ สร้างอาชีพ -Value Chain จำนวนมาก ยก “Cry Baby” สินค้าที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทยน่าส่งเสริมต่อยอด หากผนวกเข้ากับเอกลักษณ์ไทย เชื่อจะเป็นการสร้าง Soft Power ได้อย่างแท้จริง ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาจะมีปรากฏการณ์ความนิยมสินค้าชนิดหนึ่งเป็นอย่างมาก สินค้าชนิดนั้นคือ “ ของเล่น ” ที่เป็นสินค้าประเภทเดียวของบริษัทรายใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังจากประเทศจีนอย่าง Pop Mart ของเล่น ดังกล่าวนั้นได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมานี้ ซึ่งเห็นได้จากกลุ่มผู้ที่สนใจ ยอมต่อแถวเป็นชั่วโมงเพื่อเข้าไปซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพและความหลากหลายของสินค้า รวมไปถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทนี้ และแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ศิลปินนักร้องหริอนักแสดงชื่อดังได้เข้ามาให้ความสนใจ ของเล่น ของบริษัทนี้เช่นเดียวกัน ในปัจจุบันคำว่า “ ของเล่น ” ได้ถูกเปลี่ยนคำจำกัดความไปอย่างสิ้นเชิง จากในอดีตคำคำนี้มักจะถูกจำกัดไว้ว่าเป็นของสำหรับเด็กเล็กและจะถูกนำไปเล่นเพื่อความบันเทิงเพียงเท่านั้น แต่ด้วยตลาด ของเล่น มีการพัฒนาและเติบโตมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากการออกแบบของทั้งศิลปินและผู้เชี่ยวชาญให้มีการพัฒนาความซับซ้อน ความน่าสนใจ รวมไปถึงประโยชน์ต่าง ๆ จากการเล่น ของเล่น เช่น การพัฒนาทักษะ-การเรียนรู้ของเด็กผ่านการเล่น ของเล่น ก็ทำให้อุตสาหกรรม ของเล่น นั้นมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นอยู่ในระดับหนึ่ง อย่างบริษัท ของเล่น ตัวต่อเลโก้ เป็นต้น ถึงอย่างไรก็ตามในภายหลังธุรกิจ ของเล่น ขนาดใหญ่นั้นก็เริ่มที่จะเพิ่มกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้าไปเพื่อดึงดูดใจลูกค้าในทุกกลุ่มอายุ ผ่านการขยายผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และพัฒนาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มการบริโภคในอุตสาหกรรม ของเล่น อาทิเช่น การเพิ่มเหตุผลในการบริโภค การปรับพฤติกรรมและความถี่ในการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าตลาด ของเล่น โดยเฉพาะตลาด ของเล่น ในประเทศไทยนั้นได้รับความนิยมและมีการเติบโตเป็นอย่างมาก และหนึ่งในบริษัท ของเล่น ที่เข้ามาเขย่าตลาด ของเล่น ในประเทศไทยได้อย่างรุนแรงที่สุดคือ บริษัท Pop mart จากประเทศจีนนั่นเอง ก่อนอื่นผู้เขียนขออนุญาตเล่าให้ทุกท่านทราบเกี่ยวกับบริษัทนี้สั้น ๆ บริษัท Pop mart นี้เริ่มต้นทำธุรกิจครั้งแรกเมื่อปี ค.
ศ. 2010 ในเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งในตอนนั้นบริษัทเริ่มต้นด้วยการขายของธรรมดามากมายหลายชนิดรวมไปถึงของเล่นเช่นเดียวกัน แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าของบริษัทก็ตัดสินใจที่จะปรับสินค้าที่ขายภายในร้านให้กลายมาเป็นร้านที่ขายของเล่นแต่เพียงอย่างเดียว และเริ่มที่จะใช้กลยุทธ์ความแตกต่างทางด้านผลิตภัณฑ์ โดยการนำศิลปินทางด้านศิลปะเข้ามาร่วมออกแบบสินค้าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานในช่วงปี 2017 ก็เริ่มทำยอดขายได้สูงถึง 22 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาร้านขายของเล่นสัญชาติจีนนี้ได้ถูกตีมูลค่าของบริษัทสูงถึง 1.5 หมื่นล้านสหรัฐ หรือราว ๆ 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่าบริษัท Pop Mart นั้นมีมูลค่าสูงกว่าแบรนด์ของเล่นชื่อดังสัญชาติเดนมาร์กอย่าง “Lego” ที่มีอายุการดำเนินธุรกิจมาเกือบ 100 ปี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วPop Mart ได้เข้ามาเปลี่ยนคำนิยามของ “ของเล่น” ผ่านกลยุทธ์หลักคือการสร้างความแตกต่างทางผลิตภัณฑ์อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไปในข้างต้น ที่มากไปกว่านั้น การเพิ่มความหลากหลายทางผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่บริษัทของเล่นชื่อดังนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน กล่าวคือบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางด้านสินค้าอยู่ 3 ประเภทคือ1. สินค้าเฉพาะที่สามารถผลิตและขายได้ที่ร้านของพวกเขาเท่านั้น 2. สินค้าที่อนุญาตให้ผลิตได้เป็นกรณีพิเศษและระยะเวลาในการอนุญาตนั้นจะเป็นเพียงแค่ระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น และสุดท้าย 3. สินค้าที่สามารถผลิตและขายได้ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ได้รับอนุญาตจาก Pop Mart อาทิเช่น Mickey mouse หรือ Hello Kitty เป็นต้นซึ่งจากกลยุทธ์นี้บริษัทสามารถเพิ่มรุ่นและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในรูปแบบเฉพาะที่มีเอกลักษณ์จำนวนจำกัด ตลอดจนถึงการผลิตสินค้าจำนวนมากตามความนิยมของตลาดในช่วงระยะเวลาที่ต้องการได้เช่นเดียวกัน จากกลยุทธ์ที่กล่าวไป สินค้าของบริษัทจึงสามารถครอบคลุมกลุ่มอายุของลูกค้าได้เกือบทั้งหมด อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ากลยุทธ์การเพิ่มความหลากหลายและการสร้างความแตกต่างของสินค้า ของบริษัทนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่รูปแบบที่หลากหลายและทันสมัยจากการออกแบบของศิลปินชื่อดังทั่วโลกเพียงเท่านั้น แต่กลยุทธ์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับกลยุทธ์ทางด้านราคาที่มีราคาสินค้าให้เลือกตั้งแต่หลักไม่กี่ร้อยบาท จนกระทั่งราคาหลักหลายหมื่น จนถึงประเภทสินค้าหายากที่มีจำนวนการผลิตไปกี่ชิ้นทั่วโลก ที่มีราคาหลักแสนเลยทีเดียว กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มฐานะสามารถเดินเข้าไปในร้านค้าของพวกเขาได้อย่างภาคภูมิใจ และสามารถมีความสุขไปกับสินค้าของบริษัทนี้ได้เช่นเดียวกันอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจของ Pop Mart คือกลยุทธ์กล่องสุ่ม กลยุทธ์นี้เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายและความนิยมให้กับบริษัทนี้อยู่พอสมควร กลยุทธ์นี้จะเป็นการเล่นกับจิตใจของลูกค้าและนักสะสมที่ต้องการของเล่นตัวพิเศษหรือหายาก โดยอัตราส่วนที่ผู้บริโภคจะได้ของเล่นตัวหายากดังกล่าวนั้นก็จะผันแปรไปตามสัดส่วน อาทิเช่น 1:10 1:72 หรือ 1:144 เป็นต้นซึ่งความหายากนั้นส่งผลต่อราคาขายต่อ เช่นเดียวกัน ซึ่งนักสะสมต่างก็ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ของชิ้นนั้นมาครอบครอง ซึ่งกลยุทธ์นี้จะส่งผลต่อกลยุทธ์ถัดไปขององค์กรนั่นคือ “การมองของเล่นให้เป็นการลงทุน” ลูกค้าบางส่วนจะมองว่าการซื้อสินค้าจากบริษัทนี้ในระยะยาวจะสามารถทำกำไรจากสินค้าชิ้นนั้น ๆ ได้เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงนักสะสมก็ยังมองของเล่นชิ้นนั้นว่าเป็นของตกแต่งประดับบ้าน และทำให้ตนเองดูดี มีรสนิยมและดูภูมิฐานมากขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากสินค้าประเภท art toys นั้นบางชิ้นได้ออกแบบจากศิลปินชื่อดังระดับโลก และมีเพียงไม่กี่ชิ้นทั่วโลก มากไปกว่านั้นลูกค้าบางกลุ่มที่เป็นนักลงทุนก็มองว่าการซื้อของเล่นนั้นเป็นการลงทุนที่จะทำกำไรในระยะสั้นได้ ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าการเก็งกำไรระยะ “สั้น” ของตลาดของเล่นนั้นสั้นขนาดไหน ผู้เขียนบอกได้เลยว่าผู้ซื้อสินค้าบางท่านสามารถขายสินค้าและทำกำไรได้ถึง 200-300% ภายใน 5 นาทีเลยทีเดียวจริง ๆ แล้วกลยุทธ์แห่งความสำเร็จของบริษัท Pop Mart นั้นก็มีอีกพอสมควร แต่ผู้เขียนขออนุญาตหยุดเพียงเท่านี้ เนื่องจากผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านทุกท่านน่าจะรู้จักบริษัทนี้และกลยุทธ์แห่งความสำเร็จที่กลายมาเป็นปรากฏการณ์ในประเทศของเราในช่วงนี้มากขึ้นแล้ว ผู้เขียนจึงขออนุญาตเล่าเรื่องของมูลค่าตัวเลขเชิงเศรษฐกิจที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมของเล่นทั่วโลกเพิ่มเติมซักเล็กน้อย ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าตลาดของเล่นนั้นไม่ได้ “เล่น” อย่างที่บางท่านคิด ในปี 2022 ที่ผ่านมามูลค่าตลาดของของเล่นทั่วโลกนั้นมีสูงถึง 3.06 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงถึงประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ ซึ่งปัจจัยการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ก็คือ การพัฒนากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับของเล่นที่มากกว่าเพียงแค่นำไปเล่น การขยายกลุ่มผู้บริโภคที่ครอบคลุมเกือบทุกช่วงวัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการออกแบบและการผลิตที่ทำให้ของเล่นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่องทางการรับรู้ข่าวสารและการจัดจำหน่ายที่ลูกค้าและผู้ขายที่อาจจะอยู่คนละมุมโลกสามารถติดต่อและทำธุรกรรมกันได้อย่างง่ายดายขึ้นเป็นอย่างมาก โดยส่วนตัวผู้เขียนมองว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับของเล่นโดยเฉพาะ Art Toy นั้นยังมีทิศทางการเติบโตที่ดีและสดใสเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากการพัฒนาขอบเขตของคำว่าของเล่นที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่วัยเด็กเท่านั้น การขยายตัวของกลุ่มลูกค้าของผลิตภัณฑ์นี้ส่วนใหญ่กลายมาเป็นวัยทำงานที่มีศักยภาพและกำลังในการซื้อเป็นอย่างมาก การพัฒนาของคุณภาพและรูปแบบของของเล่นผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัท รวมไปถึงทัศนคติการมองของเล่นที่กลายมาเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะและรสนิยมของผู้ที่ครอบครองเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการให้คุณค่าของนักสะสมที่มองว่าการเก็บของเล่นชนิดนั้น ๆ ไว้ในระยะยาวจะสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับของเล่นชิ้นนั้นและสามารถเอาชนะภาวะเงินเฟ้อและการเสื่อมค่าของมูลค่าเงินในรูปแบบปกติ ได้มากไปกว่านั้นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีความพิเศษเฉพาะและเข้ามาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมของเล่นสัญชาติจีนก็คือ “เจตจำนงที่ดีและการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐผ่านกลไกเชิงนโยบาย” ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพการผลิตของผลิตภัณฑ์ การดูแลด้านการนำเข้า-ส่งออก รวมไปถึงการส่งเสริมทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบและผลิตสินค้า เป็นต้น ผู้เขียนขอยกตัวอย่างหนึ่งหน่วยงานภาครัฐจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศจีน หน่วยงานนี้มีหน้าที่หลักในการกำหนดกฎระเบียบ นโยบาย และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการควบคุมดูแลการผลิต และที่สำคัญที่สุดหน่วยงานดังกล่าวนี้ก็ยังเข้าไปสนับสนุนการพัฒนาทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงที่ใช้ในการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ของเล่นให้มีลักษณะเฉพาะและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยที่หน่วยงานภาครัฐหน่วยงานนี้จะไม่เข้าไปก้าวก่ายรูปแบบการบริหารงานหรือทิศทางขององค์กรธุรกิจแต่อย่างใดจากที่กล่าวไปทั้งหมดนั้น ผู้เขียนมองเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย หากภาครัฐหันมาให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนศิลปินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ ผู้เขียนมองว่าจะสามารถสร้างอาชีพต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้มากพอสมควร รวมไปถึงสามารถนำเข้ามาเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ เนื่องจากประเทศของเรานั้นมีทั้งปราชญ์และศิลปินที่รอการสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก มากไปกว่านั้นประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและของดีต่าง ๆ ที่สามารถนำเข้าไปผนวก ในผลิตภัณฑ์ Art Toy เพื่อเพิ่มมูลค่าได้อยู่มากมาย สุดท้ายนี้หากรัฐบาลสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมของเล่นที่มากกว่าเพียงแค่เล่นได้อย่างถูกที่ถูกทาง ผ่านนโยบายที่ถูกต้อง อย่างนี้แหละถึงจะเรียกว่าเป็นการสร้าง Soft Power ของไทยอย่างแท้จริง...
ของเล่น สร้างอาชีพ Soft Power อ.ดร.กติกา ทิพยาลัย Posttoday
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
POP MART กลยุทธ์ ‘กล่องสุ่ม’ ที่เล่นกับใจคนจนกลายเป็นร้านชำอาร์ตทอยดาวรุ่งมูลค่าแสนล้านThairath Money คอลัมน์ BrandStory ครั้งนี้หยิบยกเรื่องราวของ POP MART ‘ร้านชำของเล่น’ อันดับหนึ่งจีนที่สามารถก้าวสู่ตลาดสากล เอาชนะใจนักสะสมทั่วโลกที่แย่งกันครอบครองอาร์ตทอยอย่างเอาเป็นเอาตาย อะไรทำให้ร้านค้าเล็กๆ อย่างป๊อปมาร์ทกลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ที่กำลังมีอิทธิพลอย่างมากในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ขณะนี้...
Read more »
เปิดประวัติ POP MART เบื้องหลังกล่องสุ่มตุ๊กตาระดับแสนล้านป็อป มาร์ท (Pop Mart) ร้านของเล่นอาร์ตทอยสุดฮิตจากประเทศจีน ที่พูดชื่อแล้วไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องกำลังเป็นที่นิยมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
Read more »
POP MART จัดเซอร์ไพรส์ใหญ่ เปิดตัวสโตร์สาขาที่ 4 ณ ศูนย์การค้าชั้นนำแฟชั่นไอส์แลนด์ไม่ปล่อยให้แฟนๆรอนาน POP MART บริษัทอาร์ตทอยยักษ์ใหญ่ระดับโลก หลังจากได้สร้างกระแสปรากฎการณ์เขย่าวงการตลาดอาร์ตทอยให้คึกคัก
Read more »
จีนปั้น “ลาบูบู้-Songmont” โกยรายได้แทนทัวร์ไม่เข้าร้านกระแสสินค้าจีนมาแรง บริษัททัวร์สบช่องจัดโปรแกรมพาลงร้าน Pop Mart ตามหาลาบูบู้ แถมได้คนดังเห่อถือกระเป๋าแบรนด์จีน Songmont พี่ไทยไม่พลาดตามหายันจีน ขณะที่ทัวร์จีนไม่ลงร้านรัฐบาลยอดตอบรับดี คนไทยยอมจ่ายเพิ่มแลกไม่เข้าร้าน กระทบต่อสิ
Read more »
ฉันต้องได้! พาส่อง TOP 5 อาร์ตทอย สุดฮิต ของ POP MART จุดชนวนของ “กระแสดราม่า”ทำความรู้จัก TOP 5 อาร์ตทอยสุดฮิต ของ POP MART ที่ทำให้บรรดานักจุ่ม ต้องยืนต่อแถวรอกันเป็นจำนวนมาก แม้สินค้านั้นจะเหลือน้อยก็ตาม ส่งผลต่อจุดชนวนกระแสดราม่า แม้มีเงินแต่ก็ซื้อไม่ได้
Read more »
กลยุทธ์และการเติบโตของ Pop Mart เจ้าของ Labubuปัจจุบันชื่อ Labubu และ Art Toys กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ความน่าสนใจของบรรดาตุ๊กตาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้มาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่บริษัทที่อยู่เบื้องหลังอย่าง Pop Mart ด้วย
Read more »
