ติดตามข่าวอีจัน ข่าวเกาะติดกระแส ข่าวล่าสุด คลิปข่าวล่าสุด ข่าวร้อนล่าสุด อีจันบันเทิง อาชญากรรม คดีดัง สืบสวนสอบสวน ข่าววันนี้ ทันทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องเด่น ทุกประเด็นร้อน อัพเดทข่าวสด รู้ข่าวสารก่อนใคร
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือก.ล.ต. ให้สัมภาษณ์ในการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง ประจำปี 2568 ครั้งที่ 19 ภายใต้หัวข้อ “รู้ทันโลกการเงิน ทลายหนี้ สู่ความยั่งยืน” ว่า ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ณ วันนี้ตลาดมีความผันผวนจากปัจจัยหลายอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องภาษีสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน และยังเชื่อว่าทีมไทยแลนด์ยังทำงานเต็มที่ เพื่อหาจุดที่เหมาะสมของทั้งสองฝ่ายได้แบบวิน-วิน โดยพื้นฐานเศรษฐกิจในปัจจุบันการเติบโตเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องแก้ไขปรับปรุงร่วมกัน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่าปี 68 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งประเทศ ไทยจะเติบโตได้ที่ 2.
3% แต่ยังมีความไม่แน่นอน ที่จะเป็นปัจจัยกดดันทำให้ GDP เติบโตต่ำลงได้ หากดูตามที่บริษัทจดทะเบียนของไทย ณ วันนี้ในส่วนของ P/E อยู่ในระดับต่ำ แต่ Dividend Yield ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค ซึ่งโดยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ใช่ถดถอย อีกทั้ง หากมองตามพื้นฐานของนักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่า Downside Risk ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นต้องกลับมาดูที่ปัจจัยพื้นฐานว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยโตขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยสิ่งหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามผลักดันอยู่ คือ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนเติบโตในอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างความชัดเจน และคาดหวังว่าจะดึงดูดนักลงทุนให้เห็นถึงศักยภาพบริษัทจดทะเบียนของไทยให้มากขึ้น “ท้ายที่สุดแล้ว เท่าที่ฟังจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนกองทุนต่างประเทศที่พบมาเขาอยากจะได้ความเชื่อมั่นในการเติบโตของธุรกิจเรา ทำยังไงให้เขาเห็นว่ามีศักยภาพโตมากกว่า GDP ด้วยซ้ำไป อยากจะเชิญชวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหลาย เข้ามาช่วยกันสื่อสารให้กับนักลงทุนทราบว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะเติบโตอย่างไร” นายอัสสเดช กล่าว ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีหลาย “เซกเตอร์” ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน และต้องสื่อสารไปให้นักลงทุนรับทราบ เช่น Health care ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ทุกภาคส่วนต้องให้ความช่วยเหลือ เพราะทุกวันนี้เติบโตค่อนข้างช้า ซึ่งต้องสร้างความชัดเจนว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างไร โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกัน หลายคนมองว่าบริษัทจดทะเบียนเป็นอุตสาหกรรมเก่าจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องจริง โดยเป้าหมายหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามวางแผน คือ ต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานดึงดูดเศรษฐกิจกระแสใหม่ เข้ามาในตลาดทุนเพื่อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงยังได้พูดคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อหารือถึงการปรับขั้นตอนหลักกฏเกณฑ์ให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ตลาดทุนได้ง่ายขึ้นด้วย นายอัสสเดช กล่าวว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังหากการเจรจาภาษีสหรัฐ มีข้อตกลงที่ชัดเจนและไทยสามารถแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศได้ ก็จะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นและวิเคราะห์ได้ว่าอุตสาหกรรมไหนสามารถแข่งขันได้ และสิ่งที่อยากจะเห็น คือ การใช้งบประมาณของประเทศ เพื่อเป็นตัวกระตุ้นที่จะดึงเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ ส่วนมาตรการการช่วยเหลือ บมจ. ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อรองรับผลกระทบภาษีทรัมป์ สิ่งเราที่ทำมาโดยตลอดและในอนาคตที่มองเห็นยกตัวอย่างเช่นเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด ESG เป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM โดยสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ อยากทำต่อและทำเพิ่มเติมคือ การเป็นศูนย์กลางสร้างแพลตฟอร์มที่ทำให้บริษัทจดทะเบียนมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรับมือกับกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ น้อยลง “เนื่องจากเราเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวเชื่อมได้ว่าเราจะสร้างแพลตฟอร์มกลางอย่างไรให้บริษัทจดทะเบียนมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในเรื่องพวกนี้น้อยลง ถ้าปล่อยให้ทุกคนออกไปนั่งลงทุน จ้างคน เทรนด์คน ลงระบบเองทุกคน บริษัทเล็ก ๆ เหนื่อยแน่นอน เพราะฉะนั้นหน้าที่ที่เราทำได้ก็คือ การลงทุนในแพลตฟอร์มพวกนี้ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตที่จะดำเนินการตรงตามกฎเกณฑ์ของโลกลดลงได้อย่างไร” นายอัสสเดช ระบุ นายอัสสเดช ย้ำว่า ข้อดีของเศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการเติบโต ไม่ได้อยู่ในช่วงถดถอย แม้ว่าจะเติบโตช้าก็ตาม เชื่อว่ายังมีโอกาสในตลาดทุนไทยและยังมีความน่าสนใจอยู่ ซึ่งนักลงทุนควรวิเคราะห์ข้อมูลให้ดีว่าแต่ละบริษัทจดทะเบียนมีภาวะการแข่งขันเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าเรื่องภาษีหากอยู่ในระดับต่ำ หรือ สูง ก็จะมีผลกระทบกับบางธุรกิจบางอุตสาหกรรมที่ส่งออก ดังนั้น ต้องเลือกและวิเคราะห์ข้อมูลให้ดี โดยหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะให้ความช่วยเหลือได้ก็คือ การมีข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และชัดเจน ในการไปตัดสินใจการลงทุน อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 3 สัปดาห์ก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 1 ส.ค. ภาษีสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ หากดูทิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดที่ผ่านมา คาดนักลงทุนวิเคราะห์ไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นความผันผวนน่าจะอยู่ในวงแคบและคิดว่ามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจแล้ว
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'ทรัมป์' เล็งแบนพลเมืองอีก 36 ประเทศ ห้ามเข้าสหรัฐฯ อ้างป้องกันก่อการร้าย-ภัยมั่นคง มี 'กัมพูชา' ด้วย'ทรัมป์' เล็งแบนพลเมืองอีก 36 ประเทศ ห้ามเข้าสหรัฐฯ อ้างป้องกันก่อการร้าย-ภัยมั่นคง มี 'กัมพูชา' ด้วย วันที่ 16 มิถุนายน 2568 กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเพิ่มข้อจำกัดในการเดินทางซึ่งอาจรวมถึงการห้ามมิให้พลเมืองจากประเทศอื่นๆ อีก 36 ประเทศเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้...
Read more »
“พิชัย” เสนอแผนลดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 70% ใน 5 ปี หวังเลี่ยงภาษีนำเข้า 36%“พิชัย” เสนอแผนลดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 70% ใน 5 ปี หวังเลี่ยงภาษีนำเข้า 36% นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ของไทยในการลดความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บ ภาษีนำเข้าในอัตราสูงถึง 36% ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้หลังวันที่ 9...
Read more »
'พิชัย' มั่นใจไทยเจรจาสหรัฐฯ ลดภาษีได้ ยืนยันมีแผนสำรอง'พิชัย' มองไทยยังมีหวังเจรจาลดภาษีกับสหรัฐฯ และเชื่อว่าจะอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ยืนยันมีแผนสำรองไม่ว่าจะถูกเรียกเก็บ 36% หรือต่ำกว่า วันนี้ (8 ก.ค.2568) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงไทยแจ้งอัตราเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 36% ว่า ข้อความในหนังสือระบุให้แต่ละประเทศเร่งเจรจาก่อนวันที่ 1 ส.ค.
Read more »
แปลจดหมาย 'ทรัมป์' ถึง 'ไทย' ส่งสัญญาณเปิดกว้างเจรจา แม้ประกาศรีดภาษี 36%ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายถึงประเทศไทย เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตรา 36% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมระบุด้วยว่า อัตราภาษีที่ 36% นี้ยังน้อยกว่าที่จำเป็นในการขจัดความไม่สมดุลทางการค้าทั้งหมดกับไทย อย่างไรก็ดี ปธน.
Read more »
ภาษีทรัมป์ 36% อดีตทูตฯ พิศาล ชี้ทีมไทยแลนด์ต้องปรับกลยุทธ์เจรจาทรัมป์ยืนกรานเก็บภาษีนำเข้าไทย 36% เริ่ม 1 ส.ค.2568 ทีมไทยแลนด์เตรียมเจรจารอบใหม่เพื่อลดผลกระทบต่อการส่งออกและแรงงาน ภายใต้ความท้าทายจากดุลการค้า 1.2 ล้านล้านบาทที่สหรัฐฯ มองว่าเสียเปรียบ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2568 รายการ 'ตอบโจทย์' ได้วิเคราะห์นัยจากจดหมายของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยืนยันเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยที่อัตราร้อยละ 36 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.
Read more »
SET Reboot! รีเซ็ตความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย ภารกิจใหญ่ 'อัสสเดช คงสิริ'เปลี่ยนผ่านตลาดหุ้นไทย จากวิกฤติสู่โอกาสการลงทุน! นับถอยหลังครบรอบ 1 ปี 'อัสสเดช คงสิริ' บนเก้าอี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯกับภารกิจฟื้นความเชื่อมั่น สร้างนวัตกรรมใหม่ ดึงเงินทุนต่างชาติ พลิกโฉมตลาดทุนไทยในทุกมิติ
Read more »
