“ท็อปส์ เดลี่” ร้านสะดวกซื้อที่ไม่เหมือนร้านสะดวกซื้อ

ท็อปส์ เดลี่ News

“ท็อปส์ เดลี่” ร้านสะดวกซื้อที่ไม่เหมือนร้านสะดวกซื้อ
เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นตลาดร้านสะดวกซื้อไทยเซเว่นอีเลฟเว่น
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 182 sec. here
  • 16 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 114%
  • Publisher: 63%

ท็อปส์ เดลี่ไม่เร่งปูพรมสาขาเพื่อชนเจ้าตลาด แต่เลือก “เล่นเกมเฉพาะจุด” สร้าง Neighborhood Store ที่ปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับทำเล เลิกยึดสูตรสำเร็จแบบ one-size-fits-all ที่ล้าสมัยไปแล้ว

ตลาดร้านสะดวกซื้อไทย มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท และยังโตต่อเนื่องจากพฤติกรรม “ช้อปใกล้บ้าน” ของคนเมือง ทว่าพื้นที่นี้ถูกยึดครองโดย เซเว่นอีเลฟเว่น แทบทั้งสนาม การลงมาแข่งแบบตัวต่อตัวจึงไม่ง่าย สองปีก่อน เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแฟรนไชส์แฟมิลี่มาร์ท หลังประเมินว่าโมเดลร้านเล็กแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อีกต่อไป แทนที่จะลุยด้วยสูตรเดิม CRC หันมาปั้น “ ท็อปส์ เดลี่ ” โดยคงจุดแข็งเรื่องความครบครัน แต่ยกระดับภาพลักษณ์และประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ทันสมัย สอดรับทิศทางเติบโตทั้งเครือ ท็อปส์ เดลี่ ไม่เร่งปูพรมสาขาเพื่อชนเจ้าตลาด แต่เลือก “เล่นเกมเฉพาะจุด” สร้าง Neighborhood Store ที่ปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับทำเล ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว เลิกยึดสูตรสำเร็จแบบ one-size-fits-all ที่ล้าสมัยไปแล้ว หัวใจคือ Big Data จาก The 1 ฐานข้อมูลลูกค้า 21 ล้านราย บอกพฤติกรรมและความต้องการรายย่านอย่างละเอียด ข้อมูลนี้ถูกแปลงเป็นการคัดสินค้า โปรโมชัน และประสบการณ์ที่เข้ามือคนในพื้นที่จริง จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด อธิบายว่า ท็อปส์ เดลี่ ตั้งใจให้ประสบการณ์ใกล้เคียงซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ย่อส่วนให้กะทัดรัด เน้นคุณภาพและความหลากหลาย ทั้งอาหารสด เบเกอรี่ เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้านำเข้าที่ร้านสะดวกซื้อทั่วไปไม่มี แนวคิดการขยายสาขา “ไม่สุ่ม” แต่ใช้ Big Data วิเคราะห์ความต้องการของชุมชนก่อนทุกครั้ง ซึ่งพิสูจน์ความสำเร็จได้แล้ว จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดปัจจุบัน ท็อปส์ เดลี่ ได้ผสานจุดแข็งของแบรนด์ในเครือ CRC สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะกลุ่มผ่าน 3 โมเดลใหม่เป็นการคอแลปส์ของ 2 แบรนด์ ปัจจุบันมี 10 สาขา ขนาด 90-230 ตารางเมตร ในทำเลท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย ภูเก็ต และพัทยา โดยขยายสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์จาก 240 รายการเป็น 700 รายการ มีไวน์พรีเมียมกว่า 300 รายการจาก 13 ประเทศ พร้อม Wine Specialist ที่คอยให้คำปรึกษา สาขา Laguna Village ภูเก็ต ทำยอดเกินเป้าหมาย 37% โดย 60% เป็นลูกค้าต่างชาติจากการคอแลปส์ดังกล่าว บางจุดยังไม่เพียงพอเลยนำ 3 แบรนด์มารวมกัน มี 5 สาขา ขนาดสาขา 170-240 ตารางเมตร ในโซนท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย ภูเก็ต และหัวหิน เพิ่ม Artisan Bakery กว่า 50 เมนู กาแฟ Lavazza และ Soft Serve มีโซน Dine-in ให้ลูกค้าเพลิดเพลินตั้งแต่เช้าจนเย็น พร้อมไวน์และเครื่องดื่มคุณภาพนอกจากนี้การมุ่งเน้นไปยังสินค้าเพื่อความงามก็เป็นอีกเทรนด์ ขณะนี้มี 2 สาขา ขนาด 240-270 ตารางเมตร ในนนทบุรีและกรุงเทพฯ เพิ่มสินค้าความงาม 1,000 รายการในราคาเข้าถึงได้ เน้นทำเลที่อยู่อาศัย พร้อมโปรโมชั่นและสินค้าเฉพาะชุมชนเส้นทางการเติบโตของท็อปส์สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจมา 29 ปี เริ่มเปิดสาขาแรกที่ RCA ในปี 2539 และค่อยๆ เพิ่มสาขาในหลากหลายฟอร์แมตในเวลาต่อมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละสถานที่จนล่าสุดจะครบรอบ 29 ปีในวันที่ 20 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ท็อปส์ได้บุกเบิกและพัฒนานวัตกรรม การค้าปลีก มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่- Customer First การให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าแต่ละราย พร้อมคาดการณ์และตอบสนองความต้องการแบบเรียลไทม์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้ของเครื่อง รีแบรนด์สู่ “1 Brand” ในปี 2566 ท็อปส์ประกาศรวมทุกโมเดลเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ TOPS ปัจจุบันมี 752 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น• TOPS WINE CELLAR 9 สาขาพลัง Ecosystem เชื่อมไร้รอยต่อ ความได้เปรียบของ ท็อปส์ เดลี่ คือการอยู่ใน Ecosystem ของ CRC ที่ผสาน Omni-Channel อย่างแท้จริง ทั้งหน้าร้าน Tops Online, GrabMart, โปรแกรมสะสมแต้ม The 1, เครือห้าง และข้อมูลลูกค้าเชิงลึก ทำให้สร้างประสบการณ์ที่ “ไม่เหมือนใคร” ท็อปส์ เดลี่ กำลังเปลี่ยนสมการจากแข่งจำนวนสาขา เป็นแข่งคุณภาพประสบการณ์จาก Big Data คล้ายแนวทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่ Tops Food Hall พระราม 9 และแจ้งวัฒนะ ที่ปรับเปลี่ยนมาจนผลักดันยอดขายโตสองหลัก ดึงลูกค้าใหม่และนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ร้านสะดวกซื้อ การได้หยิบไวน์พรีเมียมคู่เบเกอรี่หอมกรุ่น หรือเดินจากโซนความงามไปตู้แช่นมในร้านเดียว คือเหตุผลชัด ๆ ว่าทำไมการ “ไม่ชน” จึงพาแบรนด์เติบโตได้จริง.

ตลาดร้านสะดวกซื้อไทยมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท และยังโตต่อเนื่องจากพฤติกรรม “ช้อปใกล้บ้าน” ของคนเมือง ทว่าพื้นที่นี้ถูกยึดครองโดยเซเว่นอีเลฟเว่นแทบทั้งสนาม การลงมาแข่งแบบตัวต่อตัวจึงไม่ง่าย สองปีก่อน เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแฟรนไชส์แฟมิลี่มาร์ท หลังประเมินว่าโมเดลร้านเล็กแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อีกต่อไป แทนที่จะลุยด้วยสูตรเดิม CRC หันมาปั้น “ท็อปส์ เดลี่” โดยคงจุดแข็งเรื่องความครบครัน แต่ยกระดับภาพลักษณ์และประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ทันสมัย สอดรับทิศทางเติบโตทั้งเครือ ท็อปส์ เดลี่ไม่เร่งปูพรมสาขาเพื่อชนเจ้าตลาด แต่เลือก “เล่นเกมเฉพาะจุด” สร้าง Neighborhood Store ที่ปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับทำเล ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว เลิกยึดสูตรสำเร็จแบบ one-size-fits-all ที่ล้าสมัยไปแล้ว หัวใจคือ Big Data จาก The 1 ฐานข้อมูลลูกค้า 21 ล้านราย บอกพฤติกรรมและความต้องการรายย่านอย่างละเอียด ข้อมูลนี้ถูกแปลงเป็นการคัดสินค้า โปรโมชัน และประสบการณ์ที่เข้ามือคนในพื้นที่จริง จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด อธิบายว่า ท็อปส์ เดลี่ตั้งใจให้ประสบการณ์ใกล้เคียงซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ย่อส่วนให้กะทัดรัด เน้นคุณภาพและความหลากหลาย ทั้งอาหารสด เบเกอรี่ เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้านำเข้าที่ร้านสะดวกซื้อทั่วไปไม่มี แนวคิดการขยายสาขา “ไม่สุ่ม” แต่ใช้ Big Data วิเคราะห์ความต้องการของชุมชนก่อนทุกครั้ง ซึ่งพิสูจน์ความสำเร็จได้แล้ว จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดปัจจุบัน ท็อปส์ เดลี่ ได้ผสานจุดแข็งของแบรนด์ในเครือ CRC สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะกลุ่มผ่าน 3 โมเดลใหม่เป็นการคอแลปส์ของ 2 แบรนด์ ปัจจุบันมี 10 สาขา ขนาด 90-230 ตารางเมตร ในทำเลท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย ภูเก็ต และพัทยา โดยขยายสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์จาก 240 รายการเป็น 700 รายการ มีไวน์พรีเมียมกว่า 300 รายการจาก 13 ประเทศ พร้อม Wine Specialist ที่คอยให้คำปรึกษา สาขา Laguna Village ภูเก็ต ทำยอดเกินเป้าหมาย 37% โดย 60% เป็นลูกค้าต่างชาติจากการคอแลปส์ดังกล่าว บางจุดยังไม่เพียงพอเลยนำ 3 แบรนด์มารวมกัน มี 5 สาขา ขนาดสาขา 170-240 ตารางเมตร ในโซนท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย ภูเก็ต และหัวหิน เพิ่ม Artisan Bakery กว่า 50 เมนู กาแฟ Lavazza และ Soft Serve มีโซน Dine-in ให้ลูกค้าเพลิดเพลินตั้งแต่เช้าจนเย็น พร้อมไวน์และเครื่องดื่มคุณภาพนอกจากนี้การมุ่งเน้นไปยังสินค้าเพื่อความงามก็เป็นอีกเทรนด์ ขณะนี้มี 2 สาขา ขนาด 240-270 ตารางเมตร ในนนทบุรีและกรุงเทพฯ เพิ่มสินค้าความงาม 1,000 รายการในราคาเข้าถึงได้ เน้นทำเลที่อยู่อาศัย พร้อมโปรโมชั่นและสินค้าเฉพาะชุมชนเส้นทางการเติบโตของท็อปส์สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจมา 29 ปี เริ่มเปิดสาขาแรกที่ RCA ในปี 2539 และค่อยๆ เพิ่มสาขาในหลากหลายฟอร์แมตในเวลาต่อมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละสถานที่จนล่าสุดจะครบรอบ 29 ปีในวันที่ 20 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ท็อปส์ได้บุกเบิกและพัฒนานวัตกรรมการค้าปลีกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่-Customer First การให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าแต่ละราย พร้อมคาดการณ์และตอบสนองความต้องการแบบเรียลไทม์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้ของเครื่อง รีแบรนด์สู่ “1 Brand” ในปี 2566 ท็อปส์ประกาศรวมทุกโมเดลเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ TOPS ปัจจุบันมี 752 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น• TOPS WINE CELLAR 9 สาขาพลัง Ecosystem เชื่อมไร้รอยต่อ ความได้เปรียบของท็อปส์ เดลี่คือการอยู่ใน Ecosystem ของ CRC ที่ผสาน Omni-Channel อย่างแท้จริง ทั้งหน้าร้าน Tops Online, GrabMart, โปรแกรมสะสมแต้ม The 1, เครือห้าง และข้อมูลลูกค้าเชิงลึก ทำให้สร้างประสบการณ์ที่ “ไม่เหมือนใคร” ท็อปส์ เดลี่ กำลังเปลี่ยนสมการจากแข่งจำนวนสาขา เป็นแข่งคุณภาพประสบการณ์จาก Big Data คล้ายแนวทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่ Tops Food Hall พระราม 9 และแจ้งวัฒนะ ที่ปรับเปลี่ยนมาจนผลักดันยอดขายโตสองหลัก ดึงลูกค้าใหม่และนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ร้านสะดวกซื้อ การได้หยิบไวน์พรีเมียมคู่เบเกอรี่หอมกรุ่น หรือเดินจากโซนความงามไปตู้แช่นมในร้านเดียว คือเหตุผลชัด ๆ ว่าทำไมการ “ไม่ชน” จึงพาแบรนด์เติบโตได้จริง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ตลาดร้านสะดวกซื้อไทย เซเว่นอีเลฟเว่น Neighborhood Store TOPS WINE CELLAR การค้าปลีก Customer Centric Big Data Customer First การพัฒนาธุรกิจค้าปลีก จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ท็อปส์ เดินหน้ากรีนโลจิสติกส์ เปิดตัว “EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสดท็อปส์ เดินหน้ากรีนโลจิสติกส์ เปิดตัว “EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสดท็อปส์ จับมือ FLS Group เดินหน้า กรีนโลจิสติกส์ ส่งทัพ “EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสด กระจายทั่วไทย ตั้งเป้าลดคาร์บอนฯ 13,335 ตัน ภายใน 5 ปี
Read more »

ท็อปส์ จับมือ เอฟแอลเอส กรุ๊ป เปิดตัว ‘EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสด ยกระดับกรีนโลจิสติกส์ช่วยกระจายสินค้าทั่วไทยท็อปส์ จับมือ เอฟแอลเอส กรุ๊ป เปิดตัว ‘EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสด ยกระดับกรีนโลจิสติกส์ช่วยกระจายสินค้าทั่วไทยท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน ผนึกกำลัง เอฟแอลเอส กรุ๊ป (FLS Group) ผู้นำด้านโซลูชันซัพพลายเชนระดับโลก เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ขนาด 10 ล้อควบคุมอุณหภูมิและ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ สำหรับใช้กระจายสินค้าสู่ร้านท็อปส์ ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินการภายใต้ภารกิจ ‘12 Missions to...
Read more »

ท็อปส์ ผนึก สมิติเวช ปูพรมขยายฐานลูกค้าใหม่ เจาะตลาดคนรักสุขภาพท็อปส์ ผนึก สมิติเวช ปูพรมขยายฐานลูกค้าใหม่ เจาะตลาดคนรักสุขภาพท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึก เครือรพ.สมิติเวช เปิดเกมรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ชูกลยุทธ์ Cross-Industrial Collaboration มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าข้ามธุรกิจ ผสานค้าปลีก-สุขภาพ สร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เราไม่อยากให้ใครป่วย
Read more »

ท็อปส์ ตั้งทีมเฉพาะกิจ กระจายสินค้าสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาขาดแคลนท็อปส์ ตั้งทีมเฉพาะกิจ กระจายสินค้าสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาขาดแคลนท็อปส์ ตั้งทีมเฉพาะกิจ เกาะติดสถานการณ์ คลังสินค้าและกระจายสินค้าใน 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา มั่นใจสินค้าเพียงพอรองรับความต้องการประชาชน
Read more »

แมนยู ปัด5ทีมซื้อ แม็กไกวร์! เจ้าตัวหวังต่อสัญญารีไทร์กับผีแมนยู ปัด5ทีมซื้อ แม็กไกวร์! เจ้าตัวหวังต่อสัญญารีไทร์กับผีเดลี่ เมล กล่าวอ้างว่า แมนยู ปฏิเสธข้อเสนอจากห้าทีมใน พรีเมียร์ลีก และต่างแดนที่ติดต่อขอซื้อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ขณะที่กองหลัง ผีแดง วาดหวังได้ต่อสัญญาเพื่อแขวนรองเท้ากับ โรงละครแห่งความฝัน
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:26:56