“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปม “ออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” มีด่านหินและฝันค้าง เรือธงคว่ำกลางทาง ตัวแปร “เสียง สภาสูง” โอกาสผ่านยาก แม้แก้ไขกฎหมายประชามติใช้ระบบชั้นเดียว
จุดฝันค้างกลางวัน ในแง่กฎหมาย มี 2 ส่วน โดยรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซ่อนเงื่อนไขในการแก้ไขยาก โดยบัญญัติถึงในการแก้ไขวาระที่หนึ่ง มาตรา 256 และในวาระที่สาม ขั้นตอนสุดท้าย มาตรา 256 จะต้ององค์ประกอบกฎหมาย มี “ สมาชิกวุฒิสภา” เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าจำนวนหนึ่งในสาม ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภาถามว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะหาเสียง สว.
ที่จะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญมาจากไหน เพราะในสภาสูง คุมเกมด้วย สว.กลุ่มสีน้ำเงิน เป็นส่วนใหญ่ฝันค้างอีกจุดหนึ่ง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2564 วินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่า ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งอธิบายได้ว่า ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติและ กกต.จะต้องจัดทำประชามมติ ทั้งก่อนร่างและหลังร่างรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ จากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กำหนดเงื่อนไข กรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หากเป็นการแก้ไข 3 เรื่อง ได้แก่ หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญบัญญัติเด็ดขาด ก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องจัดให้มีการจัดทำประชามติก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 อธิบายได้ว่า 3 เรื่องที่กำหนดไว้แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ และระบอบการปกครองฯ โดยบัญญัติให้สอดคล้องกับข้อห้ามในรัฐธรรมนูญมาตรา 255ในชั้น แก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงและ กกต.จัดทำประชามติหนึ่งครั้งก่อนว่า ประชาชนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในประเด็นที่รัฐสภาแก้ไขเมื่อประชาชนเห็นชอบกับประเด็นทีได้แก้ไข ในชั้นที่สอง เมื่อ รัฐธรรมนูญที่แก้ไขในหมวด 15/1 ให้มี สสร.ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องปฏิบัติตามวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 คือ จัดทำประชามติ อีก 2 ครั้ง ซึ่งต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อน เหตุที่เป็นเช่นนี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคหนึ่ง และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเสร็จเด็ดขาด มีผลผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 211 วรรคสี่กรณีประชาชนใช้สิทธิออกเสียงประชามติ และ กกต.จัดทำประชามติ สำหรับการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องจัดทำประชามติก่อนและหลัง รวมเป็นสองครั้งกับดักทางกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ กกต.ต้องจัดทำประชามติ ถึง 3 ครั้ง จึงเป็นที่มาและรากฐาน แก้ไข พรบ.ประชามติ มาตรา 13 โดยเปลี่ยนเป็นระบบชั้นเดียว โดยใช้เสียงข้างมากธรรมดาหากพิจารณาในแง่ อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 กรอบเวลาในปัจจุบัน ที่เหลืออยู่จะครบกำหนดในวันที่ 14 พฤษภาคม 2570 ระยะเวลาเหลืออยู่ปีกว่า ประกอบกับมีความผันแปรของฝ่ายการเมืองในค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นกรณีศาลรัฐธรรมสั่งให้นางสาวแพทองธารฯนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะขาดคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 160 ปมคลิปเสียง ไม่รู้ว่าคำตัดสิน ผลจะออกมาบวกหรือลบ แต่ในแง่มิติฝ่ายบริหารการปรับ ครม.ล่าสุด ให้ประชาชนจับข้อสังเกต อากัปกิริยาทางการเมือง แกนนำรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ยึดกระทรวงมหาดไทย ไปบริหารเองเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งสมัยหน้า อธิบายได้แง่การเมืองได้ว่า การยึดกระทรวงอำนาจเข้ามาบริหารเอง เป็นนับถอยหลังสู่การยุบสภา คืนอำนาจให้แก่ประชาชน อีกแง่มุมหนึ่ง เป็นการสร้างคะแนนนิยมให้แก่พรรคเพื่อไทย เพราะหากชิงยุบสภาในช่วงนี้ พรรคประชาชนฝ่ายค้าน จะได้เปรียบ เพราะมีคะแนนนิยมมากกว่าแม้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดาของนางสาวแพทองธาร ฯนายกรัฐมนตรี พยายามออกอีเวนต์หลายรายการ ปลุกใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงแค่น้ำลายและแผ่นเสียงตกร่อง ไม่ก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติหากพิจารณาดู กับดักข้อกฎหมาย ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จุดตัดถึงฝั่งฝันแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อยู่ที่ “เกมสภาสูง”เสียงหนึ่งในสาม “วาระที่หนึ่ง”และ “วาระที่สาม” เป็นหลัก แม้พรรคฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีใจตรงกันในการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับแก้ยาก กำหนดในการประชุมร่วมของรัฐสภา รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เจอด่านหิน การตีรวนของกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ในวาระที่หนึ่ง มาตรา 256 โอกาสที่จะผ่านค่อนข้างยาก เพราะพรรคภูมิใจไทย เป็นนกรู้ ว่า เป็นการเอาเปรียบในสนามการเลือกตั้งสมัยหน้าและเป็นการสร้างคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน กระบวนการชูธง “ออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เป็นได้แค่วาดฝัน ฝันค้างกลางวันตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เรือธงรัฐนาวาสีแดงในนโยบายเจอคลื่นสีน้ำเงินคว่ำกลางทะเล โอกาสรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเกิดขึ้นยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน แก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ ประชาชนจับต้องได้ จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเชือด “แพทองธาร” วืดไม่เข้าเป้า“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ กลเกมการเมือง กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเชือด “แพทองธาร” ข้อเท็จจริงยังห่างไกล วืดไม่เข้าเป้า
Read more »
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ รัฐบาลแพทองธาร เกมแห่งอำนาจ สู้สุดซอยจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “เกมฝ่ายแค้น” ศึกนอก-ศึกใน กลไกรัฐธรรมนูญ “ต่อลมหายใจ” ให้รัฐบาลแพทองธาร เกมแห่งอำนาจ สู้สุดซอยจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ
Read more »
เกมแห่งอำนาจ เกลือจิ้มเกลือ 'แดง-น้ำเงิน' ต่างฝ่ายต่างยืมมือ'องค์กรอิสระ''ดร.ณัฏฐ์' ชี้ เกมแห่งอำนาจ“เกลือจิ้มเกลือ” ”แดง-น้ำเงิน“แก้เกม ต่างฝ่ายต่างยืมมือ “องค์กรอิสระ-ศาลรัฐธรรมนูญ-ระบบรัฐสภา” ทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง
Read more »
'ดร.ณัฎฐ์' ชี้มุมกม. ปม'ที่ดินเขากระโดง' กลับเป็นที่ดินหลวง โอกาสน้อย'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ ปมที่ดินเขากระโดง ศาลปกครองกลางไม่รับคำขอประเด็นสำคัญเพราะฟ้องซ้ำ โอกาส “ที่ดินเขากระโดง”กลับมาเป็นที่ดินหลวง โอกาสน้อย
Read more »
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีฮั้วเลือก สว.มีช่องว่างเพียบ เอาผิดยากแม้รู้ตัวคนจ้าง!ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ปม “ทุจริตฮั้ว การเลือก สว.”จุดอ่อน มีช่องว่าง ศาลปกครองเพิกถอนระเบียบฯแนะนำตัว ทำให้พกโพยได้ เอาผิดยาก หากฟ้องศาลฎีกา สส.ภูมิใจไทย-นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
Read more »
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้จุดอ่อนคดี 'ทุจริตฮั้วเลือก สว.' พบช่องว่างเอาผิดยาก'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ ปม 'ทุจริตฮั้วเลือกสว.' จุดอ่อน มีช่องว่าง 'ศาลปกครอง'เพิกถอนระเบียบฯแนะนำตัว ทำให้พกโพยได้ เอาผิดยาก หากฟ้องศาลฎีกา 'สส.ภูมิใจไทย'- 'นายก อบจ.นครศรีธรรมราช' ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
Read more »
