“ณัฐพงษ์” จี้ 'รัฐบาล' ขอความชัดเจน ปม กระจายอำนาจแก้ปัญหาฝุ่น

เท้ง ณัฐพงษ์ News

“ณัฐพงษ์” จี้ 'รัฐบาล' ขอความชัดเจน ปม กระจายอำนาจแก้ปัญหาฝุ่น
แก้ปัญหาฝุ่นพรรคประชาชนพรรคเพื่อไทย
  • 📰 PostToday
  • ⏱ Reading Time:
  • 515 sec. here
  • 13 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 219%
  • Publisher: 51%

“ณัฐพงษ์” ตั้งกระทู้จี้ 'รัฐบาล' ขอความชัดเจนกระจายอำนาจแก้ปัญหาฝุ่น ชี้เพื่อไทยชูกระจายอำนาจหาเสียง แต่นโยบายกลับสวนทาง-ล่าช้า

“ณัฐพงษ์” ตั้งกระทู้จี้ "รัฐบาล" ขอความชัดเจนกระจายอำนาจ แก้ปัญหาฝุ่น ชี้เพื่อไทยชูกระจายอำนาจหาเสียง แต่นโยบายกลับสวนทาง-ล่าช้า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 13 นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า พรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการแก้ไขปัญหาฝุ่น pm 2.

5 และการกระจายอำนาจโดยนายกฯ มอบหมายให้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ตอบกระทู้แทน ณัฐพงษ์เริ่มต้นการถามกระทู้โดยชี้ให้เห็นว่าจากการปฏิบัติที่ผ่านมาของรัฐบาลเพื่อไทยที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น pm 2.5 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐามาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร มีการผ่านมติ ครม. ไปทั้งหมด 24 ครั้ง มีข้อสั่งการ 43 ครั้ง และมีการให้ข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการถึง 71 ครั้ง แต่จากตัวชี้วัดที่รัฐบาลเพื่อไทยตั้งขึ้นเองในปี 2567 ผลปรากฏว่าตกเป้าทุกตัวชี้วัด โดยเฉพาะที่ระบุว่าจะลดพื้นที่การเผาไหม้ให้ได้ 50% รัฐบาลทราบดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ฝุ่นพิษ pm 2.5 หนักหน่วงมากขึ้นและมีที่มาจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นข้ามพรมแดน ฝุ่นจากไร่นา ฝุ่นจากไฟป่า และฝุ่นในเมือง ซึ่งวันนี้ตนจะขออภิปรายถึงเฉพาะฝุ่นจากในป่าและในเมือง ซึ่งเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกระจายอำนาจโดยตรงณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่ากรณีของไฟป่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ข่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่ามีการจัดสรรงบกลางไปแล้วกว่า 620 ล้านบาท มีการตั้งพื้นที่ 14 กลุ่มป่าเป้าหมาย แต่วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะจัดการไฟป่าอย่างไรในพื้นที่นอก 14 กลุ่มป่า เช่น นครราชสีมา ลพบุรี ชัยนาท และชลบุรี ที่มีปัญหาไฟป่าเช่นกัน ส่วนกรณีฝุ่นในเมือง กรุงเทพมหานครเพิ่งให้ข่าวว่าวันนี้ยังไม่สามารถตรวจและปรับรถบรรทุกและขนส่งโดยสารสาธารณะ 6 ล้อขึ้นไปได้ เพราะ กทม. ยังไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และทำได้เพียงขอความร่วมมือ ส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการศึกษาล่าสุดพบว่าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญเช่นกัน คำถามของตนคือ 1) แม้ปีนี้จะมีการจัดสรรงบกลาง 620 ล้านบาทไปแล้ว แต่ก็เป็นเพียงการจัดสรรงบประมาณแบบปีต่อปีที่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี เช่น งบประมาณปี 2568 มี อปท. ของบประมาณจัดการไฟป่ามา 1,800 แห่ง แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปเพียง 90 แห่งเท่านั้น จึงอยากถามล่วงหน้าถึงงบประมาณปี 2569 และปีต่อๆ ไป รัฐบาลมีแนวโน้มออกข้อสั่งการอย่างไรให้การจัดสรรงบประมาณปีต่อปีเป็นงบประมาณประจำให้ อปท. เพียงพอต่อการจัดการไฟป่า2) ปัญหาฝุ่นในเมือง รัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะให้รัฐมนตรีที่รักษาการ พ.ร.บ. แต่ละฉบับออกคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. แต่ละฉบับ เช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.โรงงาน หรือไม่อย่างไร 3) ในการแปลผลภาพจากดาวเทียมที่ดูรอยเผาไหม้เพื่อติดตามการเผาไหม้ในพื้นที่การเกษตร ทราบมาว่าตอนนี้ยังมีปัญหาในการแปลผลทางเทคนิค ที่ยังไม่สามารถเอาภาพถ่ายทางดาวเทียมที่เป็นรอยเผาไหม้มาใช้ในการวิเคราะห์ได้ เรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไรทางด้านประเสริฐ ได้ตอบกระทู้คำถามแรกโดยระบุว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องฝุ่น pm 2.5 มาก หลายข้อสั่งการได้บรรลุเป้าหมาย ส่วนเรื่องงบประมาณ เมื่อวันอังคาร 28 ม.ค. ที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติงบกลาง 620 ล้านบาท ส่วนการจัดสรรในอนาคตนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่ามี 2 กรณี คือกรณีป่าสงวนแห่งชาติ จะเป็นการถ่ายโอนภารกิจจากกรมป่าไม้ โดยจะมีแนวทางจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าและจัดชุดเฝ้าระวัง ส่วนกรณีป่าสงวน ได้มีการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าให้แก่ อปท. ในพื้นที่เสี่ยง 90 แห่ง งบประมาณ 122 ล้านบาท และยังมีการจัดโครงการอบรมเสริมสร้างการแก้ไขปัญหาด้านไฟป่า หมอกควัน pm 2.5 ถึง 4 รุ่นให้ผู้นำ อปท. ในพื้นที่ 17 จังหวัดในเขตภาคเหนือ 1,700 กว่าราย ส่วนการดำเนินการในระยะต่อไป กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกับกรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำแนวทางให้ อปท. จัดทำแผนป้องกันและควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพส่วนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีประกาศจากคณะกรรมการกระจายอำนาจให้ อปท. ในเรื่องการจัดทำแผนงาน แผนปฏิบัติการ ระบบแจ้งเตือน อาสาสมัคร และเครื่องมืออื่นๆ ขณะนี้มีการดำเนินการไปแล้ว 19 อปท. ในเชียงใหม่ และกรมอุทยานก็มีการสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม ส่วนมาตรการเกี่ยวกับพื้นที่ อปท. อื่นๆ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งได้ให้นโยบายในฐานะที่กำกับดูแล อปท. หลายเรื่อง ส่วนเรื่องฝุ่นลดลงหรือไม่ เรียนว่ารัฐบาลมีนโยบายการบูรณาการระหว่างหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีการงดรับซื้ออ้อยไฟไหม้และห้ามรับซื้ออ้อยที่เผาเกิน 25% ส่งผลให้อ้อยที่เกิดจากการเผาลดลง จากเดิม 27% เหลือ 11% โดยมีมาตรการอย่างเข้มงวดและมีการจัดการอย่างเด็ดขาด ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการงดเว้นสิทธิเกษตรกรที่เผาไร่เผานา ขณะที่กรุงเทพมหานครเองก็มีมาตรการหลายอย่างในการขอความร่วมมือที่เกี่ยวกับฝุ่นจากท่อไอเสีย เช่น การห้ามรถ 6 ล้อเข้าไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก อย่างไรก็ตามจังหวัดรอบปริมณฑลมีพื้นที่การเกษตรที่มีการเผาบางส่วน ทำให้มีฝุ่นละอองที่ปลิวเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางรัฐบาลก็จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนเรื่องภาพถ่ายดาวเทียม วันนี้รัฐบาลมีการใช้ข้อมูลประกอบกันทั้ง GISTDA กรมควบคุมมลพิษ กรุมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงมหาดไทยเองจัดการประชุมทุกวันโดยให้ ปภ. เป็นหน่วยปฏิบัติ จากนั้น ณัฐพงษ์ได้ถามกระทู้ต่อเป็นครั้งที่สอง โดยระบุว่าคำตอบของรองนายกฯ ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ อีกทั้งที่ตอบมาในส่วนของมาตรการรับซื้ออ้อยเผา จะเห็นว่ามีเกษตรกรจอดรถอ้อยที่ขายไม่ได้หลายพันคัน แสดงให้เห็นถึงมาตรการที่ดำเนินการอย่างล่าช้าหรือสายเกินไป วันนี้เราจึงอยากได้มาตรการที่ชัดเจนว่าปีหน้าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ในระยะยาว ก็คือการกระจายและเพิ่มอำนาจให้ อปท. ซึ่งคำตอบของรองนายกฯ ในวันนี้จะเป็นคำตอบที่สำคัญ ในฐานะที่รองนายกฯ สังกัดพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงอยากถามถึงความชัดเจนในจุดยืนและความจริงใจต่อการกระจายอำนาจของพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐา มีการบรรจุนโยบายผู้ว่าซีอีโอ ซึ่งนักปกครองที่ไหนก็รู้ว่านโยบายนี้อยู่ตรงข้ามกับการกระจายอำนาจที่คนที่มีอำนาจสูงสุดในจังหวัดควรต้องมาจากการเลือกตั้ง และยังเคยมีการปัดตก พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ที่พรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ ซึ่งมีหลักใหญ่ใจความในการเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่นปีละ 1% เพื่อให้ถึงเป้าหมาย 35% ในอนาคต และนี่ก็เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสื่อสารมาโดยตลอดแต่การกระทำกลับสวนทางกัน และยังมี พ.ร.บ.การปลดล็อกการเวนคืนที่ดิน ให้ อปท. สามารถจัดการปัญหาที่ดินในจังหวัดได้เอง เรื่องนี้อดีตนายกฯ ไม่ลงนามรับรอง มาถึงรัฐบาลนี้ในสมัยประชุมที่แล้ว พรรคประชาชนได้เสนอ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ก็ถูกสภาโหวตคว่ำ ทั้งที่หลักใหญ่ใจความคือการกระจายอำนาจให้ อปท. ระดับจังหวัดสามารถกำหนดมาตรฐานการขนส่งสาธารณะให้ใช้พลังงานสะอาดได้ และล่าสุดยังมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ควรจะเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่น ให้นายก อบจ. นั่งเป็นประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด แต่ก็มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคเพื่อไทยที่ขอสงวนความเห็นในชั้นกรรมาธิการ ว่าอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแทน ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ เมื่อไม่นานมานี้บุคคลคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรียังได้ปราศรัยในเวทีหาเสียงหลายจังหวัด ว่าแต่ก่อนไม่เคยเห็นความสำคัญของ อปท. เพราะแต่ก่อนพรรคเพื่อไทยเคยคุมได้ทุกกระทรวง แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจึงเริ่มเห็นความสำคัญของ อปท. และยังมีการปราศรัยอีกว่าตัวเองมองท้องถิ่นเป็นมือไม้แขนขาทำงานให้พรรคเพื่อไทย ทัศนคติแบบนี้ การกระทำที่ผ่านมาแบบนี้ ทำให้ตนต้องตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยชัดๆ อีกครั้งว่า 1) ที่พรรคเพื่อไทยเคยมีนโยบายหาเสียงว่าพร้อมให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีความพร้อม ตอนนี้จังหวัดที่มีความพร้อมมีกี่จังหวัดแล้ว และจะมีการดำเนินนโยบายนี้เมื่อไหร่ 2) งบประมาณและสัดส่วนรายได้ของ อปท. ต่อรัฐส่วนกลางในนานาอารยประเทศล้วนแต่เกินครึ่ง ส่วนของประเทศไทยวันนี้ยังอยู่ที่ 29-30% และแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย อยากถามเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่ามีแนวคิดเพิ่มสัดส่วนรายได้ท้องถิ่นให้ถึง 35% เมื่อไหร่ และมีจุดยืนอย่างไรต่อร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนของพรรคร่วมรัฐบาล และถ้าเห็นด้วย ทำไมถึงไม่เสนอเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี 3) อปท. ยังขาดอำนาจหน้าที่หลายอย่าง ตกลงแล้วรัฐบาลมีเจตจำนงในการถ่ายโอนภารกิจเหล่านี้ให้กับ อปท. หรือไม่อย่างไร 4) การจัดการบุคลากร สมัยประชุมสภาที่แล้ว พ.ร.บ.บริหารบุคลากรท้องถิ่นต้องล่ม สมัยประชุมนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นกำลังรอฟังอยู่ว่าจะมีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ผูกขาดการจัดสอบบุคลากรท้องถิ่นไว้ที่ส่วนกลางหรือไม่ พรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้สู่สภาทันทีที่เปิดสมัย อยากถามจุดยืนพรรคเพื่อไทยว่าจะผลักดันเรื่องนี้ต่อหรือไม่อย่างไร รองนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามโดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ แม้กฎหมายหลายฉบับจะไม่ได้รับการตอบรับในสภาแต่ก็มีหลายเรื่องโดยหลายพรรคการเมืองที่ได้รับการตอบรับในสภา ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เคยเสนอ เช่น พ.ร.บ.สุราเสรี ก็เป็นเรื่องท้องถิ่น แต่การผ่านกฎหมายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สภาต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ส่วนนโยบายผู้ว่าซีอีโอนั้น ตนไม่อยากให้มองเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการกระจายอำนาจ แต่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันเสียมากกว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยได้คลายมาตรการและมีการขอความร่วมมือกับ อปท. หลายเรื่อง วันนี้ อปท. สามารถทำแผนได้ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นและเรื่องอื่นๆ และบรรจุแผนงานโครงการเข้ามาในแผนงานงบประมาณได้ รองนายกรัฐมนตรียังระบุว่าตนเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้เป็นเรื่องสำคัญและพรรคเพื่อไทยก็ให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องมีการดูถึงภาระงบประมาณแผ่นดินควบคู่ประกอบไปด้วย ส่วนเรื่องนโยบายเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นเรื่องน่าสนใจที่พรรคเพื่อไทยเองก็อยู่ระหว่างการพิจารณาถึงเหตุและความเหมาะสม อย่างไรก็ตามปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ส่วนกรณี พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ณ เวลานี้ยังไม่มีการเสนอเข้ามาในสภาตนจึงยังไม่เห็นรายละเอียด ได้ทราบแต่เพียงจากสื่อมวลชนว่าจะมีการนำเสนอ ตนจึงยังตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ หลายอย่างที่พรรคประชาชนเสนอไปแล้วไม่ได้รับการตอบรับนั้นก็เป็นเรื่องของสภา สภาประกอบด้วย สส. ทุกพรรคการเมือง สมาชิกแต่ละคนมีเหตุผลในการพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ จุดยืนของนักการเมืองต่างเห็นความสำคัญของประชาชน และทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการทำให้ อปท. มีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้มากขึ้นทั้งนั้น จากนั้น ณัฐพงษ์ได้ถามต่อเป็นครั้งสุดท้าย โดยระบุว่าตนยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน จึงอยากถามไปยังรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในเรื่องการเสนอกฎหมายที่ท่านบอกว่าเป็นหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัตินั้นก็จริงอยู่ แต่ต้องอย่าลืมว่าหากเป็น พ.ร.บ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีจะถือว่าเป็นเรื่องด่วน ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.บริหารบุคลากรท้องถิ่นที่พรรคประชาชนเสนอเข้าสู่สภา กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น และต้องต่อคิวกว่าจะเข้าสู่ระเบียบวาระได้ ดังนั้นถ้าคณะรัฐมนตรีไม่มีการทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง หมดสภาสมัยนี้หรือชุดนี้การผลักดันการกระจายอำนาจก็จะยังคงไปไม่ถึงไหน ส่วนที่ตนยกประเด็นเรื่อง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนขึ้นมานั้น เป็นเพราะตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐามาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร มีการออกข้อสั่งการ ผ่านมติคณะรัฐมนตรี และการสั่งการข้าราชการไปแล้วหลายครั้งแต่ผลก็แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย ขณะเดียวกันสิ่งที่เราได้เห็นคือการที่พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมเสนอร่างกฎหมายของตัวเองเข้ามา สิ่งที่วันนี้พวกเราต้องการเห็นคือการกระทำที่จริงใจต่อการกระจายอำนาจจากพรรคเพื่อไทย ทางด้านประเสริฐได้ตอบคำถามสุดท้าย โดยระบุว่าทุก พ.ร.บ. ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองและศึกษาในหลายขั้นตอน อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นรัฐบาล ตนจะรับเรื่องนี้ไปศึกษาให้อีกทางหนึ่ง เข้าใจว่าร่างนี้เป็นร่างการเงินที่ยิ่งต้องมีการศึกษาละเอียดมากขึ้น และถ้ามีความสำคัญเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนมาก รัฐบาลก็ยินดีจะรับไปดำเนินการ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PostToday /  🏆 50. in TH

แก้ปัญหาฝุ่น พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ความร้อนแรงของการเมืองไทยในปี 2568ความร้อนแรงของการเมืองไทยในปี 2568บทความนี้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยในปี 2568 โดยเฉพาะการแข่งขันหาเสียงนายกรัฐมนตรี ระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร (เพื่อไทย) และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ประชาชน)
Read more »

ณัฐพงษ์ ช่วย ‘ชลธี นุ่มหนู’ หาเสียงนายก อบจ.ตราดณัฐพงษ์ ช่วย ‘ชลธี นุ่มหนู’ หาเสียงนายก อบจ.ตราดณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะ ร่วมกิจกรรมพบปะประชาชนและหาเสียงให้ ชลธี นุ่มหนู ผู้สมัครนายก อบจ.ตราด พรรคประชาชน เบอร์ 3 ณัฐพงษ์มั่นใจนโยบายตอบโจทย์ประชาชน-สร้างการเปลี่ยนแปลง
Read more »

ธนกร วอนรัฐบาล เร่งคลอดมาตรการคุม pm 2.5ธนกร วอนรัฐบาล เร่งคลอดมาตรการคุม pm 2.5“ธนกร” ขอ รัฐบาล เร่งคลอดมาตรการคุม pm 2.5 หลังค่าฝุ่นผันผวน 12-19 ม.ค.นี้ จี้ ผู้ว่ากทม.-บก.จร.ใช้ยาแรง เข้มรถควันดำ-เอาผิดหนักพวกเผาป่า หนุน ใช้WFH -งดเรียนกลางแจ้ง หวั่น กระทบหนักสุขภาพคนแก่-เด็กเล็ก
Read more »

ณัฐพงษ์ สงสัย รัฐบาล 'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' เพื่อแก้ปัญหาสังคมหรือผลประโยชน์ทับซ้อนณัฐพงษ์ สงสัย รัฐบาล 'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' เพื่อแก้ปัญหาสังคมหรือผลประโยชน์ทับซ้อนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ว่า สิ่งที่เรากังวลใจคือผลกระทบที่เกิดขึ้นทางสังคม และสิ่งที่รัฐบาลอาจจะยังไม่ได้ให้ความชัดเจนมากคือถึงแม้บ่อนการพนันจะมีแค่ 10% จากโครงการทั้งหมด แต่สิ่งที่เรากังวลคือผลกระทบที่ตามมา
Read more »

แกนนำพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ.ลำพูนแกนนำพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ.ลำพูนแกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ.ลำพูน วันที่ 18 มกราคม 2568 ที่ตลาดจตุจักรพรรคประชาชนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลำพูน โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.
Read more »

'ทนายเชาว์' ชำแหละ 7.7 พันล้าน ไม่ใช่ 'ค่าโง่' แต่เป็น 'คนโง่' หากกรมที่ดินเอาภาษีประชาชนไปจ่าย'ทนายเชาว์' ชำแหละ 7.7 พันล้าน ไม่ใช่ 'ค่าโง่' แต่เป็น 'คนโง่' หากกรมที่ดินเอาภาษีประชาชนไปจ่ายนายเชาว์ มีขวด ทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ใครโกงที่วัด คนนั้นจ่ายค่าชดเชยคดีอัลไพน์ มีเนื้อหาระบุว่า เป็นตลกร้ายที่กรมที่ดินแสดงความพร้อมสุดฤทธิ์ในการ จ่ายชดเชย ปม สนามกอล์ฟอัลไพน์หลังมีการยกเลิกคำสั่ง
Read more »



Render Time: 2026-04-02 07:23:56