“จีดีพี”ไทยโตรั้งท้ายอาเซียน เวิลด์แบงก์-IMF หั่นเหลือ 1.6-1.8%

เวิลด์แบงก์ News

“จีดีพี”ไทยโตรั้งท้ายอาเซียน เวิลด์แบงก์-IMF หั่นเหลือ 1.6-1.8%
ธนาคารโลกIMFกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 223 sec. here
  • 21 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 148%
  • Publisher: 51%

เวิลด์แบงก์ หั่น GDP ไทยปี 68 โตชะลอเหลือ 1.6% ต่ำสุดในภูมิภาค จากเดิมคาด 2.9% ศูนย์วิจัยกรุงไทยลดคากการณ์เศรษฐกิจไทยเหลือ 2% กรณีผลกระทบภาษีทรัมป์ปานกลาง และ0.7%กรณีผลกระทบรุนแรง ขณะที่ IMF ปรับลดเศรษฐกิจไทยจาก 2.9% เหลือ 1.8% วันนี้ ( 3 พ.ค.2568) ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผย รายงานอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับเดือนเม.ย.

สาเหตุหลักๆมาจาก ความไม่แน่นอนในระดับสากลที่เพิ่มมากขึ้น กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจ และผู้บริโภค ส่งผลให้การลงทุนและการบริโภคถูกจำกัด นอกจากนี้ การส่งออกของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางการค้า ในขณะที่การเติบโตของ เศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัวลงส่งผลต่ออุปสงค์ภายนอกประเทศยังคงลดลงต่อไป นาย มานูเอลา วี.

เฟอโร รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า ทางรอดท่ามกลางโลกที่ผันผวน ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยังมีโอกาสที่จะรักษาแนวโน้มทางเศรษฐกิจของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้ โดยการลงทุนและรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ รวมถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ผ่านการปฏิรูปอย่างจริงจัง และสร้างความร่วมมือระดับสากลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว อาจปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแนวโน้มการเติบโตในภาพรวม และอีกส่วนขึ้นอยู่กับนโยบายในการตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกของแต่ละประเทศ ขณะที่อัตราความยากจนในภูมิภาคนี้ จะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องคาดว่าในช่วงปี 2567-2568 ประชากรราว 24 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จะหลุดพ้นจากความยากจนได้ อ้างอิงตามเส้นแบ่งความยากจนของผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ทั้งนี้ธนาคารโลก เสนอ 3 แนวทางเพื่อตอบสนองเชิงนโยบาย คือ 1. การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะสามารถกระตุ้นผลิตภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการสร้างงานที่เพิ่มขึ้นมาใช้ ดังที่ประเทศมาเลเซีย และไทยได้ดำเนินการไว้ ,2. การปฏิรูปเพื่อยกระดับการแข่งขัน โดยเฉพาะในด้านการบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ดังที่เห็นได้จากกรณีของประเทศเวียดนาม และ3. การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความแกร่งทางเศรษฐกิจได้ ขณะที่ ศูนย์วิจัยกรุงไทย ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ลงเหลือ 2.0% ในกรณีที่ได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง และอาจลดลงเหลือ 0.7% ในกรณีที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% ศูนย์วิจัยกรุงไทย วิเคราะห์ว่า ผลกระทบที่ต้องเร่งรับมือทั้งระยะยาวในรูปแบบของ “แผลเป็นทางเศรษฐกิจ” ที่ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีข้างหน้า มูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และ ผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs ไทย กว่า 4,990 ราย ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการภาษีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งออกสินค้ายานยนต์ยานยนต์และชิ้นส่วน เหล็ก อลูมิเนียม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ตามรายงาน IMF's World Economic Outlook เดือนเม.ย.2568 IMF ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการการค้าโลกและสร้างความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน ข้อมูลล่าสุด IMF ได้ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจาก 3.3% เหลือ 2.8% ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับลดจาก 2.7% เหลือ 1.8% โดย IMF ระบุว่าโอกาสที่สหรัฐฯ จะเกิดภาวะถดถอยในปี 2568 อยู่ที่ 37% และโอกาสที่ การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะต่ำกว่า 2% มีถึงเกือบ 30% ซึ่งสูงขึ้นจากการประเมินก่อนหน้า ด้านยูโรโซนปรับลดจาก 1.0% เหลือ 0.8% ญี่ปุ่นปรับลดจาก 1.1% เหลือ 0.6% และจีนปรับลดจาก 4.6% เหลือ 4.0% ส่วนประเทศไทยนั้น IMF ได้ปรับลดจาก 2.9% เหลือ 1.8% นอกจากนี้ ปริมาณการค้าโลกยังถูกปรับลดจาก 4.2% เหลือ 1.7% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกรุงไทย ประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ออกเป็น 2 สถานการณ์ คือ Scenario 1 ไทยถูกเก็บภาษี 10% ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 หลังจากที่มีการเลื่อนการขึ้นภาษีเต็มรูปแบบออกไป 90 วัน โดยในช่วงครึ่งปีหลังการเจรจากับสหรัฐฯ ประสบผลสำเร็จทำให้ภาษีลดเหลือเพียง universal tariff ที่ 10% จาก 36% ที่มีการรวม reciprocal tariff ขณะที่ Sectoral tariff จะถูกเก็บในสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน และกลุ่มเหล็ก ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ได้รับการยกเว้นในสถานการณ์นี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.0% ลดลงจากการประมาณการเดิมที่ 2.7% และ Scenario 2 ไทยถูกเก็บภาษี 10% ในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 และในช่วงครึ่งปีหลังได้รับผลกระทบเต็มรูปแบบจากการขึ้นภาษี reciprocal tariff ที่ 36% นอกจากนี้ Sectoral tariff จะถูกเก็บในสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน และกลุ่มเหล็ก ตั้งแต่ไตรมาส 2 โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์จะได้ถูกจัดเก็บตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3ในสถานการณ์นี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 0.7% ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการประเมินสถานการณ์ข้างต้น สอดคล้องกับมุมมองของ กนง. ที่คาดว่าเศรษฐกิจระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงสูงขึ้น จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 1.75% โดยคาดกรณีผลกระทบปานกลาง เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.0% ขณะที่กรณีผลกระทบรุนแรง เศรษฐกิจอาจขยายได้ 1.3% แม้ว่าผลกระทบจากสงครามการค้าในครั้งนี้จะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการเกิด ผลกระทบทันที เช่นในกรณีโควิด-19 แต่ยังคงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ GDP ของไทยในปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวแรงจนอาจเกิดภาวะถดถอยทางเทคนิค นอกจากผลกระทบเฉพาะหน้าที่สำคัญ อาทิ การส่งออกจากภาระภาษีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการลงทุนที่จะต่ำกว่าที่คาดไว้เนื่องจากธุรกิจเลื่อนการลงทุนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐแล้ว ยังมีผลกระทบระยะถัดไปที่ต้องเตรียมรับมือ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

ธนาคารโลก IMF กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หั่นจีดีพีไทย จีดีพีของไทย จีดีพีไทย จีดีพีไทย2568 อาเซียน ศูนย์วิจัยกรุงไทย ภาษีทรัมป์ ไทยถูกเก็บภาษี 10% ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ ข่าวเศรษฐกิจล่าสุด ข่าววันนี้

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

คลัง เตรียมอัด 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตภาษีสหรัฐคลัง เตรียมอัด 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตภาษีสหรัฐพิชัย เผยรัฐเตรียมงบ 5 แสนล้าน กระตุ้นลงทุน-บริโภค เร่งฟื้นเศรษฐกิจหลัง IMF หั่นจีดีพีไทยเหลือ 1.8% ไม่ห่วงแม้หนี้สาธารณะพุ่งแตะ 80% จีดีพี
Read more »

'เวิลด์แบงก์' หั่น 'จีดีพี' ไทยปี 68 โตชะลอเหลือ 1.6% ต่ำสุดในภูมิภาค'เวิลด์แบงก์' หั่น 'จีดีพี' ไทยปี 68 โตชะลอเหลือ 1.6% ต่ำสุดในภูมิภาคเมื่อวันที่ 28 เม.ย.68 ธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 เหลือโต 1.6% ชะลอลงจากเมื่อเดือนก.พ.68 ที่ได้ประเมินว่าจะเติบโตได้ 2.
Read more »

'จุลพันธ์' ชี้เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทยเร็วเกินไป ขอรอดูผลสงครามการค้า-ยัน กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เสร็จปีนี้'จุลพันธ์' ชี้เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทยเร็วเกินไป ขอรอดูผลสงครามการค้า-ยัน กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เสร็จปีนี้'จุลพันธ์' ชี้เร็วเกินไป เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทยเหลือ 1.6% รับไทยต้องปรับจีดีพีแต่ต้องขอดูผลกระทบสงครามการค้าก่อน ปัดตอบ กนง.ลดดอกเบี้ยหรือไม่ พร้อมเดินหน้าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ยืนยันกฎหมายเสร็จปีนี้ วันที่ 29 เม.ย.68 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้จาก 2.9% เหลือ 1.
Read more »

เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว สวนทางสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ คลี่คลายเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว สวนทางสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ คลี่คลายศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ วิเคราะห์เศรษฐกิจโลก คาดชะลอตัว-เสี่ยงสูง ชี้สงครามการค้า จีน-สหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย ขณะที่เศรษฐกิจไทย Q1โตสูง ส่งออกพุ่ง 15.2% หวั่น “ภาษีทรัมป์” อาจฉุดรั้ง ประเมิน GDP ไทยขยายตัวเพียง 1.5-1.8% วันนี้ (29 เม.ย.
Read more »

คลังรับเข็นไม่ขึ้นโต 3% ปีนี้ นายกฯ ไม่ถอยจ่ออัดมาตรการ ลั่น“ทำเต็มที่”กระตุ้นเศรษฐกิจไทยคลังรับเข็นไม่ขึ้นโต 3% ปีนี้ นายกฯ ไม่ถอยจ่ออัดมาตรการ ลั่น“ทำเต็มที่”กระตุ้นเศรษฐกิจไทยนายกฯ ยืนยันพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ แม้ธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะปรับประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย 'จุลพันธ์'ลุยต่อเงินหมื่นเฟสเด็ก ส่งเข้าครม.สัปดาห์หน้า แจกเดือน พ.ค.
Read more »

โฆษกรัฐบาลพลิกมุมมองบวก ชี้มูดี้ส์ยังมองศก.ไทยโตได้ 2% ไม่ติดลบโฆษกรัฐบาลพลิกมุมมองบวก ชี้มูดี้ส์ยังมองศก.ไทยโตได้ 2% ไม่ติดลบ“จิรายุ“ชี้“มูดี้ส์ ”ปรับลด Outlook เร็วเกินไป มั่นใจการเจรจาสหรัฐฯจะเป็นผลดีต่อประเทศ ชี้ “จีดีพี”เติบโตไม่น้อยกว่า 2% เร่งเครื่องยนต์ 4 ตัว เดินหน้ากระตุ้น ศก.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:40:11