สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การสื่อสารความเสี่ยงและภัยพิบัติของสื่อมวลชน”
ซึ่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย โดยใช้ยุทธศาสตร์ “การมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของร่วม” เปิดโอกาสให้ชุมชนคิด ออกแบบ และตัดสินใจด้วยตนเอง รวมถึงรวมพลังเป็นกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และผลักดันเชิงนโยบายระดับประเทศ ปัจจุบัน โครงการบ้านมั่นคงได้ดำเนินงานแล้วกว่า ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชนให้สามารถรับมือกับทั้งปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และภัยพิบัติยังเน้นการสร้าง ฐานข้อมูลโดยชุมชนเอง เช่น การทำแผนที่ที่อยู่อาศัย การใช้เทคโนโลยี GPS และการสำรวจข้อมูลโดยคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ เพื่อใช้วางแผนด้านที่อยู่อาศัย การใช้ที่ดิน และการย้ายถิ่นฐานในกรณีภัยพิบัติ การมีข้อมูลเหล่านี้ทำให้ชุมชนสามารถออกแบบมาตรการป้องกันและฟื้นฟูได้อย่างตรงจุด การจัดการภัยพิบัติจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทนำ ทั้งในด้านการรับมือเฉพาะหน้า การสร้างรูปธรรมของแผนการจัดการภัยพิบัติ การวางระบบสวัสดิการช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ ตลอดจนการวางแผนระยะยาวด้านอาชีพ การศึกษา และคุณภาพชีวิต พร้อมทำงานร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือและผลักดันสู่การแก้ปัญหาเชิงนโยบาย “หัวใจของ พอช.
คือการหนุนเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง สามารถดูแลตนเอง รับมือทั้งปัญหาที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน” นางสาวเฉลิมศรีกล่าวว่า ได้เข้ามามีบทบาทช่วยเหลืองานในหมู่บ้าน ภายหลังผู้ใหญ่บ้านคนเดิมเสียชีวิตในเหตุการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงเมื่อปี 2567 ซึ่งครบรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่นานเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ชุมชนสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ผู้คนต้องเผชิญกับความทุกข์ยากและความหวาดกลัวจากธรรมชาติที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ นับจากวันนั้น ความรู้สึกของคนในชุมชนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้เสียงฝนที่เคยเป็นความสบายใจในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงที่ทำให้ผู้คนหวาดผวา เพราะทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ย่อมมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มซ้ำเติม พื้นที่ดอยแหลมตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ก่อนปี 2562 ตามกฎหมาย พ.ร.บ.อุทยานฯ พื้นที่นี้ถือว่าผู้อยู่อาศัยอยู่โดยไม่ถูกกฎหมาย ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวการถูกไล่รื้อ แต่เมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ ได้เปิดโอกาสให้ชุมชนมีสิทธิ์ในการอยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกระบวนการกล่าวต่อ ชุมชนใกล้เคียง เช่น บ้านหัวแม่น้ำ ภาคใต้ และบ้านห้วยขาด ต้องเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน โดยมีบางส่วนที่ต้องย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตราย การย้ายครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นได้ ได้แก่
