“ทรัมป์มีความคิดในทิศทางตรงกันข้ามกับไบเดนโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ซึ่งเราอาจจะเห็นสหรัฐหันหลังให้กับข้อตกลง Paris Agreement 2015 สนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปลี
“ทรัมป์มีความคิดในทิศทางตรงกันข้ามกับไบเดนโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ซึ่งเราอาจจะเห็นสหรัฐหันหลังให้กับข้อตกลง Paris Agreement 2015 สนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลับมาสนับสนุนแหล่งพลังงานฟอสซิลราคาถูกเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ” นายเกรียงไกร กล่าวว่า ก่อนการกลับเข้ามาในทำเนียบขาวของทรัมป์จะต้องจับดูอย่างใกล้ชิด ว่ารัฐบาลสหรัฐจะมีการผลักดันและเดินหน้าการทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้เข้มข้นมากเพียงใด ซึ่งหากมีการผลักดันเรื่องที่หาเสียงไว้ได้อย่างเข้มข้น ก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้กับบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเพื่อมุ่งหาพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องชะลอการตัดสินใจลงทุนในช่วงเวลานี้ เพื่อรอดูความชัดเจนหลังจากที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง “ทั้งนี้ การกลับมาใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีราคาถูกกว่า รวมทั้งการลดภาษีนิติบุคคลจาก 21% ลดเหลือ 15% จะเป็นจุดแข็งและแรงดึงดูดกลุ่มนักลงทุนย้อนศรกลับไปตั้งฐานผลิตในสหรัฐ”นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้เริ่มต้นประกาศ สงครามการค้า ระหว่างสหรัฐและจีน อีกทั้งยังประกาศในนโยบายหาเสียงไว้ว่า จะมีการเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้า 10-20% จากประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ ในขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนจะโดนภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 60-100% ดังนั้นบริษัทจีนที่เผชิญหน้ากับ กำแพงภาษี เพิ่มขึ้นจึงย้ายฐานการผลิตมาในไทย เวียดนาม และอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูท่าทีว่าสหรัฐจะจับตาดูการเคลื่อนย้ายฐานทุนจากจีนเป็นพิเศษและเข้มงวดหรือไม่ เพราะรู้ดีว่าทุนจีนย้ายฐานเข้ามาเพื่อแปลงสัญชาติ ขณะที่เชื้อชาติยังคงเป็นของจีนอยู่ ซึ่งอาจทำให้สินค้าแบรนด์จีนที่ส่งออกจากไทยโดนเก็บภาษีในอัตราเดียวกับสินค้าส่งออกจากจีน “การเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนของจีนมายังภูมิภาคนี้ ทำให้ต้องถูกสหรัฐจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้การส่งออกสินค้าแบรนด์ไทยถูกเหมาโหล รวมกับแบรนด์จีนที่เข้ามา” ทั้งนี้ กระแสการย้ายฐานการผลิตจะยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิลเ็กทรอนิกส์ แผ่นวงจรพิมพ์ ไบโอเทคโนโลยี เกษตรและอาหาร และดาต้าเซ็น้ตอร์ เพียงแต่ชะลอตัวลงในระหว่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ไทยยังต้องจับตาดูความสัมพันธ์และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่อาจเปลี่ยนจากพหุภาคีเป็นทวิภาคี คือการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าเป็นรายประเทศ ซึ่งเดิมสหรัฐดำเนินนโยบายต่างประเทศภายใต้นโยบาย Indo-Pacific Economic Framework เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจากจีนในภูมิภาค “ตอนนี้ยังต้องเฝ้าติดตามดูว่าตอนปฏิบัติจริงกับตอนหาเสียงไว้จะเหมือนกันแค่ไหน ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเตรียมแผนสองไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหวังว่าภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกชนทจะได้หารือร่วมกันเพื่อเตรียมรับมือและปรับตัวได้ทัน” นายเกรียงไกร กล่าวนายสนั่น อังอุบลกุล ประธาน หอการค้า แห่งประเทศไทย กล่าวว่านโยบายทรัมป์ 2.
0 อาจกระตุ้นให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ออกจากจีนและเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนนั้น ถือเป็นโอกาสที่สำคัญที่ไทยควรใช้จังหวะเวลานี้เร่งการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่โอกาสจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น แต่ไทยยังมีโอกาสจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่อาจจะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ และพลังงานสะอาด เป็นต้น โดย หอการค้าฯ มองว่า ไทยมีความได้เปรียบในหลายด้านที่จะสนับสนุนการเข้ามาของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางในภูมิภาค ซึ่งสะดวกต่อการขนส่งสินค้า สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมถึงการมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม และแรงงานที่มีทักษะด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น ขณะที่ การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของไทยในปี 2566 มีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ นายสนั่น กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมไฮเทคอื่นๆได้อย่างเต็มศักยภาพ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้าง Ecosystem ที่สนับสนุนการเข้ามาลงทุน และพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รวมถึงการสร้าง Value added และส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ให้มากขึ้น ซึ่งจริงๆ จะมี กลุ่มธุรกิจอื่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกเยอะ การสร้าง ecosystem ที่้เหมาะสมจะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศในระยะยาว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงภาคอุตสาหกรรมในการรับมือกับนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยที่ 2 ว่าเรื่องนี้ตนเองในฐานะรองประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ว่าประเทศไทยมีนโยบายที่จะดึงเม็ดเงินการลงทุนจากหลายๆประเทศเข้ามาในไทยไม่เฉพาะจีน หรือสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯนั้น เราก็ต้องจับตาดูนโยบายที่จะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าแนวโน้มนโยบายของสหรัฐฯจะเน้นในเรื่องของการผลิตในประเทศ ลดการนำเข้าสินค้าซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาในเรื่องของประเทศคู่ค้าทั้งนี้ในเรื่องของภาคการผลิตเมื่อทรัมป์เข้ามาเป็นประธานาธิบดีมีการวิเคราะห์ว่าจะมีสินค้าและการผลิตจากจีนที่เข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น โดยการลงทุนทางตรงเหล่านี้เราก็ต้องมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์ มากขึ้นในแง่ของการกำหนดเงื่อนไขในเรื่องการใช้วัสดุในประเทศ หรือการถ่ายถอดเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยมากขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะต้องมีการปรับปรุงสิทธิ์ประโยชน์ในการยื่นขอบีโอไอที่จะต้องมีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ประกอบกันด้วย โดยเงื่อนไขที่จะมีการพิจารณาเช่นเปิดให้มีการร่วมทุนเพื่อให้กิจการของคนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น รวมทั้งการจ้างงานในกลุ่มที่เป็นแรงงานที่เป็นแรงงานทักษะสูง ซึ่งเรื่องนี้เราะพูดคุยกับบีโอไอมาตลอดเพื่อให้มีนโยบายที่ยืดหยุ่นและเหมาะสม ส่วนเรื่องของการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสหรัฐฯเป็นผู้นำเข้าจากไทยรายใหญ่ซึ่งเราก็ต้องดูนโยบายในเรื่องนี้ว่าเราจะปรับมาตรการอย่างไรเพื่อให้สามารถดึงการลงทุน และก็สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจไทยในภาพรวมด้วย หากปรับตัวได้ทันเราก็จะได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะมีการปรับเปลี่ยนสหรัฐฯเช่นกัน “ไทยเราก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเราอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับการเพ่งเล็งเพราะเราเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯในหลายสินค้า และการกีดกันการค้าก็มีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นเราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ เพราะว่าในเรื่องนี้เราก็ต้องระมัดระวังไม่ให้สหรัฐฯ เพ่งเล็งเราว่าเราเป็นโรงงานหรือฐานการผลิตสำรองของจีน”
กำแพงภาษี ส.อ.ท. หอการค้า ย้ายฐานผลิต Economicwealth ทรัมป์ 2.0
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ไทยพุทธ-มุสลิม ตบเท้าขานรับนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมสร้างสังคมสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ไทยพุทธ-มุสลิม ตบเท้าขานรับนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมสร้างสังคมสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้ (15 ตุลาคม 2567) เวลา 11.00 น.
Read more »
เลือกตั้งสหรัฐฯ “แฮร์ริส” ชนะสงครามระอุ “ทรัมป์” มา ศก.โลกเดือดศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ “ทรัมป์-แฮร์ริส” กระทบไทย-โลกต่างมุม “แฮร์ริส” การค้าคล่อง แต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามในหลายภูมิภาคร้อนระอุ หาก “ทรัมป์” กลับมา เศรษฐกิจโลกป่วน-สงครามการค้าระอุ
Read more »
วิกฤตผู้อพยพ-สงคราม ปัจจัยสำคัญเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024อีกไม่กี่วันจะถึงศึกตัดสินระหว่าง 'โดนัลด์ ทรัมป์' กับ 'คามาลา แฮร์ริส' โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ วิกฤตผู้อพยพถูกหยิบขึ้นมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองใช้โจมตีคู่ต่อสู้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่ชาวอเมริกันจะพิจารณาเพื่อเลือก 'คนที่ใช่' ทีมเจ้าหน้าที่ตระเวนพรมแดนขึ้นเวทีหาเสียงร่วมกับ 'โดนัลด์ ทรัมป์'...
Read more »
เอกชนเตือนไทยรับมือ ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ เดินหน้านโยบายแข็งกร้าวต่อจีน'เอกชน” เตือนเลือกตั้งสหรัฐ แนะธุรกิจปรับโฟกัสเศรษฐกิจโลกใหม่ ห่วงทรัมป์ซ้ำเติมปมสงครามการค้า ไทยระวังรับบทตัวแทนทุนจีนตกที่นั่งคู่ขัดแย้งหน้าใหม่ ชี้รักษาสมดุลสหรัฐ-จีน “แบงก์ชาติ-นักเศรษฐศาสตร์”ประสานเสียง “ทรัมป์”มาโลกป่วน ส่วนแฮร์ริส...
Read more »
‘3 ดัชนีโลก' กอดคอทำนิวไฮใหม่ หุ้น ‘ทรัมป์-เทสลา’ พุ่งรับอานิสงส์‘3 ดัชนีโลก' กอดคอทำนิวไฮใหม่ หลังจาก ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ คว้าชัยชนะ หุ้น ‘ทรัมป์-เทสลา’ นำทีมพุ่งทะยาน ส่วนกลุ่มการเงินทำผลงานดีสุด
Read more »
สหรัฐฯ ภายใต้ 'ทรัมป์' อนาคตสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ยังไร้จุดสิ้นสุดสหรัฐฯ ภายใต้ 'ทรัมป์' อนาคตสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ยังไร้จุดสิ้นสุด เพราะความเป็นจริงแล้ว ทรัมป์ มุ่งจัดการปัญหาภายในบ้านมากกว่า
Read more »
