‘อสังหาริมทรัพย์ไทย’ ปี 67 พ้นจุดต่ำสุด แต่อาจกลายเป็น ‘ระเบิดเวลาลูกใหม่’ บ้านล้นตลาด สินเชื่อบ้านโตต่ำสุดในรอบ 23 ปี กระทบทั้งอุตสาหกรรม อาจฉุด ‘เศรษฐกิจ’ ไทยซึมยาว มองอนาคต ‘อสังหาฯไทย’ อางไม่รุ่งเรืองเหมือนอดีตที่ผ่านมา
ประการที่ 3 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น อายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ในขณะที่อัตราการเกิดของเด็กลดลง ปรากฏการณ์นี้ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนจาก "ระฆังคว่ำ" เป็นรูปทรงที่มี "หัวโตฐานเล็ก" ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่มีแนวโน้มลดลงในระยะยาว แต่ในทางกลับกัน ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ อาจเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยที่ 4 คือ “เงินบาทแข็งค่า” โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 36 บาทต่อดอลลาร์ เหลือเพียงประมาณ 32 บาท ซึ่งคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงถึง 13-14% ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนต่างชาติ ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในไทยมีราคาแพงขึ้น เช่น บ้านราคา 10 ล้านบาท จะต้องใช้เงินตราต่างประเทศมากขึ้นถึงกว่า 10% ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือแม้แต่ผู้ที่ซื้อไปแล้วก็อาจขอเลื่อนการโอนออกไปจนถึงปลายปี เพราะหวังว่าสถานการณ์ค่าเงินจะดีขึ้น “ปัญหาหลักตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ความต้องการซื้อที่ลดลง แต่เป็นเรื่องของ “กำลังซื้อ” ที่หายไป ผู้คนยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่ขาดเงินทุนในการซื้อ และสถานการณ์นี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อภาคอุตสาหกรรมเริ่มชะลอตัว ทั้งมีการลดการทำงานล่วงเวลาและลดจำนวนพนักงาน ส่งผลให้สถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ลูกค้าที่เคยมีประวัติการเงินดีกลับกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงในสายตาของธนาคาร ทำให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปได้ยากขึ้น” นอกเหนืองจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ แต่ “ภูเก็ต” ยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดวิลล่าระดับหรูที่มีราคาตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมียอดขายที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ ตลาดอสังหาแถวพัทยาก็เริ่มฟื้นตัวเช่นกัน โดยเมืองท่องเที่ยวเหล่านี้ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้อาจจะเริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะเป็นการฟื้นตัวที่ช้า แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดอาจจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วอุตสาหกรรม อสังหาฯ มีสัดส่วนต่อ GDP ของประเทศตั้งแต่ 3-10% ภาวะชะลอตัวนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สี อิฐ หิน ปูน ทราย ประตู หน้าต่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงการจ้าง ไปจนถึงวิศวกร ทำให้ผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ไม่สามารถหมุนเวียนเงินทุนได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้การผลิตและการก่อสร้างชะลอตัวลงไปอีก ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับความท้าทายทาง “การเงิน” ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการขนาดกลางที่มีมูลค่าประมาณ 200-300 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เงินกู้จากธนาคารในการพัฒนา ปัญหาหลักเกิดจากการที่ลูกค้าไม่สามารถโอนบ้านได้เนื่องจากธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อรายย่อย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่มีเงินคืนเงินกู้และดอกเบี้ยเริ่มทบต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาจเลือกออกหุ้นกู้ แต่สำหรับบริษัทขนาดเล็กนอกตลาดหลักทรัพย์ การออกหุ้นกู้เป็นไปได้ยากเนื่องจากขาดอันดับความน่าเชื่อถือ ดังนั้น ผู้ประกอบการรายเล็กจึงต้องหาทางออกอื่น เช่น การขอกู้เพิ่มจากธนาคารโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม หรือหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินอื่นสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% นับเป็นสถิติใหม่ที่สะท้อนถึงความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เทียบกับเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วที่มีอัตราการปฏิเสธเพียง 30% อย่างไรก็ตาม ธนาคารของรัฐยังคงมีนโยบายที่ผ่อนคลายกว่า โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 50-60% สาเหตุสำคัญของการปฏิเสธสินเชื่อมาจากหลายปัจจัย รวมถึงการที่ผู้ขอสินเชื่อมีภาระหนี้สินสูง มีบัตรเครดิตหลายใบ หรือมีหนี้กับหลายสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ธนาคารยังพิจารณาถึงความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่ผู้ขอสินเชื่อทำงานอยู่ด้วย หากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อเนื่องจากความไม่แน่นอนในการจ้างงานระยะยาว อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ กำลังขยายวงกว้างไปถึงบ้านที่มีราคาเกิน 5-7 ล้านบาทด้วย ภาวะหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยธนาคารของรัฐรายงานว่าอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 6% ซึ่งแม้จะยังเป็นตัวเลขหลักเดียว แต่ก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า นอกจากนี้ หากรวมหนี้ Special Mention หรือ SM ซึ่งเป็นหนี้ที่เริ่มมีปัญหาการชำระเงิน เช่น การค้างชำระบัตรเครดิตหรือการผ่อนชำระล่าช้า อัตรารวมของ NPL และ SM อาจสูงถึง 12% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างมาก หากสภาวะ เศรษฐกิจ ยังไม่ฟื้นตัว และหนี้ที่มีการกล่าวถึงเป็นพิเศษ ยังคงเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้อัตราหนี้เสียของธนาคารเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ในวงกว้าง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยรายงานวิจัย สินเชื่อบ้านในระบบสถาบันการเงินไทย ยังคงชะลอตัวตามภาวะอ่อนแอของตลาดที่อยู่อาศัย ในไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่าสินเชื่อบ้านเติบโตเพียง 0.
8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมในปี 2567 อาจเติบโตไม่เกิน 1.2% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 23 ปี พรนริศ เปรียบเทียบตลาด “อสังหาริมทรัพย์” กับ “กระถางต้นไม้” โดยมองว่าอุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนน้ำที่รดลงในกระถางต้นไม้ หากรดน้ำมากเกินไป น้ำก็จะล้นออกจากกระถาง ในทำนองเดียวกัน หากมีการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ทำให้เกิดการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเกินความต้องการของตลาด ศูนย์วิจัยต่างๆ รายงานว่ามีสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา โดยในแต่ละปีมีการพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 140,000-150,000 ยูนิต ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากขายไม่ออก เปรียบเสมือนกระถางต้นไม้ที่ถูกให้น้ำมากเกินไปจนน้ำล้นออกมา ขณะนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนระหว่างคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวในตลาด โดยในอดีตสัดส่วนระหว่างคอนโดและบ้านมักจะอยู่ที่ 50:50 แต่ปัจจุบันสัดส่วนนี้ได้เปลี่ยนไป โดยคอนโดมิเนียมลดลงเหลือเพียง 30% ของตลาด ในขณะที่บ้านเดี่ยวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% สาเหตุหลักมาจากความยากในการขอสินเชื่อสำหรับคอนโดมิเนียม และแนวโน้มของผู้พัฒนาโครงการที่หันมาสร้างบ้านราคาสูงมากขึ้น ตลาดบ้านราคาสูงกำลังได้รับความนิยม โดยการขายบ้านราคา 100 ล้านบาทอาจสร้างรายได้เทียบเท่ากับการขายบ้านราคา 4-5 ล้านบาทจำนวน 30-40 หลัง ผู้พัฒนาโครงการจึงหันมาเน้นสร้างบ้านราคาแพง ซึ่งมักจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อง่ายกว่าหรือมีลูกค้าที่สามารถซื้อด้วยเงินสด
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“พันธุ์อาจ” ฝากการบ้าน “อุ๊งอิ๊งค์” มองอนาคต อย่ามองการเมืองระยะสั้น“พันธุ์อาจ” ฝากการบ้าน “อุ๊งอิ๊งค์” มองอนาคต อย่ามองการเมืองระยะสั้น แนะทำ ครม.เศรษฐกิจ-ปฏิรูปกระทรวง-กระจายโอกาส
Read more »
อสังหาฯ ได้ อานิสงส์ อัดแคมเปญโค้งท้าย รับแจกเงิน10000 กระตุ้นเศรษฐกิจปี67ตลาดอสังหาฯ ได้ อานิสงส์โครงการแจกเงิน10,000บาท กระตุ้นเศรษฐกิจปี67 อัดแคมเปญ ดูดกำลังซื้อโค้งท้ายปี เหตุ รัฐบาลแพทองธาร ไม่จำกัดหลักเกณฑ์ ประชาชนสามารถนำเงิน10,000 ใช้จองบ้าน ทำสัญญา ผ่อนธนาคารได้ รวมทั้งซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ สมาร์ทโฟน
Read more »
'สุนัขพิทบูล' หลุดกรงกัดยาย 67 ปี เสียชีวิต พบเคยทำร้าย 4 คนสุนัขพันธุ์พิทบูลหลุดจากกรงกัดยาย 67 ปี เสียชีวิต ที่ จ.ปทุมธานี เจ้าของสุนัขเผยเคยกัดคนมาแล้วหลายครั้ง และขอให้ผู้มีใจรักรับไปดูแลต่อ ขณะที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัข เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2567 เกิดเหตุสุนัขพันธุ์พิทบูลหลุดจากกรงกัด นางแดง อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นญาติของเจ้าของสุนัข เสียชีวิต ใน อ.สามโคก จ.
Read more »
อสังหาฯ น่าห่วง คาดปี 67 เหลือขายทะลุ 1.2 ล้านล้านอสังหาฯ ส่งสัญญาณอันตราย ไตรมาส 2 ยอดขายใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลลดลง -8.4% คาดปี 67 เหลือขาย 12.6% ทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท คาดมาตรการรัฐกระตุ้นยอดขายใหม่ ทั้งปีเพิ่มขึ้น 3.8%
Read more »
หญิงเคราะห์ร้าย ขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านชายคลั่งถูกคว้ามีดฟัน-ปาดคอดับหญิงวัย 67 ปี เคราะห์ร้าย ขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านชายคลั่งวัย 27 ปี ถูกคว้ามีดฟัน-ปาดคอดับ ชาวบ้านเผย ชายคลั่งมีอาการป่วยจิตเวช
Read more »
ภูเก็ตแรงต่อเนื่อง! โอน-เช่าทะลุ 5.5 หมื่นล้าน ที่ดิน ‘ลายัน-บางเทา’ พุ่ง 40%อสังหาฯ ภูเก็ตปี 67 โชว์ศักยภาพโตสวนกระแส ยอดโอนและเช่าพุ่งแตะ 5.5 หมื่นล้านบาท ดีมานด์วิลล่าหรูที่เพิ่มสูงขึ้น ดันราคาที่ดินทำเลลายัน-บางเทาเติบโต 30-40%
Read more »
