‘อภิสิทธิ์’ ร่วมงาน 'สมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 13' แนะรัฐปลดล็อกสมทบเงินเข้ากองทุนได้มากกว่า 3 รอบ พอช ภูเก็ต กองทุนสวัสดิการชุมชน
มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็งเป็นที่พึ่งของสังคมได้นั้น ตนมีข้อแนะนำดังนี้ 1.เรื่องการผลักดันให้มีกฎหมายส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนนั้น พวกเราคิดว่ากฎหมายจะมาช่วยส่งเสริมสนับสนุน แต่เอาเข้าจริงแล้วกฎหมายอาจจะมาควบคุมการทำงานก็ได้ หรือเมื่อมีกฎหมายแล้วก็ต้องมาแก้ไขใหม่ “ตอนนี้อายุที่เหลือของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ อาจจะไม่ทันผ่านกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นจึงมีเวลาที่จะทำกฏหมายฉบับนี้ให้ดี และเมื่อเรามีกฎหมายแล้ว ควรจะนำไปเสนอต่อพรรคการเมืองเพื่อให้เป็นสัญญาประชาคมว่า พรรคการเมืองจะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้”2.
สมัยเป็นรัฐบาล ตนได้ผลักดันให้รัฐบาลสมทบงบประมาณเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนในอัตรากองทุนสมทบ 1 บาท รัฐบาลสมทบ 1 บาท และไม่ได้จำกัดว่าจะสมทบเงินเข้ากองทุนเพียง 3 ปี พอปีที่ 4 จะไม่สมทบ แต่ที่ผ่านมารัฐบาล โดยสำนักงบประมาณต้องการประหยัดงบ จึงสมทบเงินเข้ากองทุนเพียง 3 ปี ตนจึงขอเสนอให้ปลดล็อก โดยให้รัฐบาลสนับสนุนกองทุนสวัสดิการ โดยสมทบเงินเข้ากองทุนได้ตลอดช่วงอายุการเป็นสมาชิก 3.นอกจากรัฐบาลจะสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนด้วย ในอัตรากองทุน 1 ส่วน รัฐบาล 1 ส่วน และ อปท. 1 ส่วน แต่เท่าที่ทราบมีเพียง อปท.เพียงครึ่งหนึ่งของ อปท.ทั่วประเทศเท่านั้นที่ร่วมสมทบ ดังนั้นหากมีการจัดทำกฎหมายส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชน จะต้องให้ อปท.ร่วมสมทบด้วย และ 4.หากมีมาตรการลดหย่อนภาษีให้ภาคเอกชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ต้องการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน จะทำให้มีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนมากขึ้น ในช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าตนเชื่อว่า พรรคการเมืองต่างๆ จะเสนอนโยบายเรื่องบำนาญประชาชนและเรื่องสวัสดิการ เพราะต่อไปข้างหน้าปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะเพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงเรื่องอาชีพและรายได้ของประชาชนจะมีมากขึ้น “ดังนั้นกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงไม่ใช่เป็นแค่กองเงิน แต่จะเป็นทุนทางสังคม และเป็นที่พึ่งของสังคม แต่เราจะต้องช่วยกันปรับปรุงกองทุนให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นความหวังของสังคมไทย” ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า สวัสดิการชุมชนเป็นเรื่องที่ชุมชนทำเอง โดยชุมชนลุกขึ้นมารวมตัวกัน นำเงินมาสมทบร่วมกัน และเมื่อชุมชนทำไปแล้ว รัฐเห็นดีจึงนำเงินมาร่วมสมทบ ถือเป็นภูมิคุ้มกันของชุมชน และต่อมา อปท.จึงร่วมสมทบด้วย เป็นสวัสดิการ 3 ขา แต่ภายหลังมีหน่วยงานรัฐมาตรวจสอบ เพราะมีเงินของรัฐ ของท้องถิ่นมาสมทบ เช่น สตง. แต่เรื่องที่ประชาชนทำเป็นเรื่องที่สุจริตอยู่แล้ว เพราะเป็นเงินของประชาชนเอง “สิ่งที่ตนอยากฝากเรื่องธรรมาภิบาลของกองทุนสวัสดิการชุมชน คือ ให้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ซึ่งเป็นทางรอดของประชาชนชาวไทย และเป็นสิ่งที่กองทุนสวัสดิการนำมาเป็นหลักปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ซื่อสัตย์สุจริต มีศีลธรรม ถ้าเรายึดมั่นสิ่งเหล่านี้ ความเป็นธรรมาภิบาลก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องเอาหลักกฎหมายมาจับ และทำไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรัฐ เติมเต็มในสิ่งที่รัฐยังขาด เช่น การดูแลคนป่วย และต้องทำงานให้เปิดเผย โปร่งใส ทั้งกรรมการและสมาชิก และต้องดูแลกองทุนสวัสดิการที่โตขึ้น ดูแลพี่น้องให้ครอบคลุมทั่วถึง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันตัวเอง” นอกจากนี้นายกฤษดายังกล่าวถึงประเด็นการส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเติบโตด้วยว่า การปลดล็อกเรื่องการสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนจากรัฐให้สมทบได้มากกว่า 3 รอบนั้น ขณะนี้กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เห็นชอบและจะทำเรื่องเพื่อเสนอต่อสำนักงบประมาณต่อไป รวมทั้งเรื่องการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง เรื่องการลดหย่อนภาษีของภาคธุรกิจเอกชนให้มาสนับสนุนกองทุน หากสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นเม็ดเงินมหาศาล เช่น นักธุรกิจที่มาลงทุนที่ภูเก็ตก็จะคืนกำไรให้แก่สังคมด้วยการสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการ ซึ่งจะทำให้กองทุนเติบโต สามารถช่วยเหลือดูแลคนพิการ เด็ก และคนเปราะบางในสังคมได้อีกมากประธานอนุกรรมการสวัสดิการชุมชนระดับชาติ กล่าวถึงการส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนแนวใหม่ว่า ตนมีแนวคิดเรื่องการสมทบเงินของสมาชิกเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งแต่เดิมสมาชิกจะต้องสมทบเป็นเงินวันละ 1 บาท หรือปีละ 365 บาทว่า ต่อไปสมาชิกที่มีรายได้น้อยอาจจะไม่ต้องสมทบเป็นเงินก็ได้ แต่สมทบโดยการทำความดี เช่น การปลูกต้นไม้ในชุมชนแทนการสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการ จำนวน 20 ต้น คือต้นไม้จะเป็นของสมาชิก 15 ต้น ของกองทุนสวัสดิการ 5 ต้น “เมื่อต้นไม้โตขึ้นมา สมาชิกก็จะสามารถนำต้นไม้มาใช้ประโยชน์หรือขายเป็นรายได้ เป็นสวัสดิการให้ตัวเองและครอบครัว ส่วนกองทุนก็จะมีต้นไม้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือถ้ากองทุนใดมีต้นไม้เยอะก็สามารถนำมาทำเรื่องคาร์บอนเครดิตลดโลกร้อน ซึ่งจะมีรายได้จากหน่วยงานรัฐเรื่องการทำคาร์บอนเครดิตมาดูแลกองทุน ส่วนกองทุนในชุมชนเมืองอาจจะทำความดีเรื่องการจัดการขยะ การเก็บขยะ แทนการสมทบเงินเข้ากองทุน รัฐก็ไม่ต้องเสียค่าจัดเก็บขยะ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
บิ๊กแมตช์มาไว !! ผลประกบคู่ คาราบาว คัพ รอบ 3ผลประกบคู่ คาราบาว คัพ รอบ 3 ออกมาแล้วเรียบร้อย งานนี้ถือว่าบิ๊กแมตช์มาไว โดยทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องดวลกับ เชลซี
Read more »
หอค้า คาดหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปี พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รอบ 16 ปี ชี้ไม่น่ากังวล เหตุมีทรัพย์สินค้ำหอการค้า คาดหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปี พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รอบ 16 ปี อยู่ที่ 89.3% ชี้ยัง ไม่น่ากังวล เหตุเป็นสินเชื่อที่มีทรัพย์สินค้ำประกัน
Read more »
กูเกิลออกระบบปฏิบัติการสำหรับรถยนต์ Android Automotive 13กูเกิลออกระบบปฏิบัติการสำหรับจอแสดงผลในรถยนต์ Android Automotive 13 มาแบบเงียบๆ หลังการออก Android 13 รุ่นสายหลัก เมื่อกลางเดือน ของใหม่ใน A
Read more »
