‘ศาลอุทธรณ์’สั่ง‘บ.เอกชน-อิง ภาสกรนที’คืน‘ทรัพย์สินส่วนกลาง’ให้นิติบุคคลหมู่บ้านหรู

United States News News

‘ศาลอุทธรณ์’สั่ง‘บ.เอกชน-อิง ภาสกรนที’คืน‘ทรัพย์สินส่วนกลาง’ให้นิติบุคคลหมู่บ้านหรู
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 isranews_agency
  • ⏱ Reading Time:
  • 382 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 156%
  • Publisher: 53%

‘ศาลอุทธรณ์’สั่ง‘บ.เอกชน-อิง ภาสกรนที’คืน‘ทรัพย์สินส่วนกลาง’ให้นิติบุคคลหมู่บ้านหรู isranews สำนักข่าวอิศรา

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ,บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า จำกัด ,เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ลิฟวิ่ง ลากูน จำกัด ,นายพรรณธฤตหรือพายุ เนื่องจำนงค์ ,น.

ส.ฑีรนาฎ เนื่องจำนงค์ และนางอิง ภาสกรนที ในคดีพิพาทเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ภาระจำยอม เพิกถอนนิติกรรม โดยศาลอุทธรณ์ฯ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 6 และให้จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 1318 , โฉนดเลขที่ 98963 สระว่ายน้ำ สวนหย่อม และอาคารสำนักงานขายเดิมของโครงการฯ เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 34.2 ตารางวา) , โฉนดเลขที่ 104795 , โฉนดเลขที่ 104996 โฉนดเลขที่ 98961 และโฉนดเลขที่ 98642 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แก่โจทก์ เพื่อประโยชน์ในทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการของโจทก์ทุกแปลง รวมทั้งให้จำเลยที่ 6 รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 และส่งมอบคืนแก่โจทก์ ในสภาพดีดังเดิม เนื่องจากศาลฯพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินสาธารณูปโภคอันเป็นทรัพย์สินส่วนของผู้บริโภคที่ซื้อที่ดินในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า 1 และ 2 ซึ่งผู้จัดสรรจะต้องโอนให้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน “แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะมีเจตนาให้ที่ดินพิพาทส่วนที่มีชื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นเจ้าของเป็นทรัพย์ส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า โครงการ 1 และโครงการ 2 แต่ภายหลังกลับเปลี่ยนเจตนาก็ดี หรือจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไม่มีเจตนาให้ที่ดินพิพาทส่วนที่มีชื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นเจ้าของ ให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางที่จะต้องโอนแก่นิติบุคคลโจทก์ตั้งแต่แรกก็ดี แต่แผ่นพับโฆษณา รูป แผนผังที่ปรากฎดังที่ได้วินิจฉัย แสดงออกในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเข้าใจในสาระสำคัญเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 1381 เนื้อที่ 94 ไร่ 3 งาน 44.2 ตารางวา มีลักษณะเป็นทะเลสาบ อยู่บริเวณใจกลางโครงการหมู่บ้านจัดสรรพิพาท ,ที่ดินโฉนดเลขที่ 98961 เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 41.1 ตารางวา มีสภาพเป็นถนนทางเข้า-ออกหน้าหมู่บ้านโครงการจัดสรรที่ดินพิพาททั้งสองด้าน ที่ดินโฉนดเลขที่ 98963 เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 34.2 ตารางวา เป็นที่ตั้งของสโมสร สระว่ายน้ำ สวนหย่อมและอาคารสำนักงานขายเดิม ,ที่ดินโฉนดเลขที่ 98642 เนื้อที่ 5 ไร่ 28.5 ตารางวา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นที่ดินสำหรับเป็นที่จัดตั้งโรงเรียนและหรือสนามเทนนิส ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าที่ดินพิพาทเป็นพื้นที่ที่เจ้าของร่วมจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านจัดสรร การโฆษณาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นการโฆษณาที่ต้องบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522มาตรา 22 วรรคสอง ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผลแห่งการโฆษณา ต้องผูกพันตามที่โฆษณาและตามแผนผังในแผ่นพับโฆษณา ซึ่งถือเป็นข้อตกลงอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 1318 , 98961, 98963 และ 98642 เป็นที่ดินสาธารณูปโภคอันเป็นทรัพย์ส่วนกลางของผู้บริโภคที่ซื้อที่ดินในโครงการจัดสรรที่ดินพิพาท ซึ่งผู้จัดสรรจะต้องโอนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน เพราะสาธารณูปโภคประเภทที่ดินซึ่ง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง และมาตรา 43/1 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2558 มาตรา 7 กำหนดห้ามมิให้ผู้จัดสรรที่ดินทำนิติกรรมกับบุคคลใดอันก่อให้เกิดภาระผูกพันแก่ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน และห้ามมิให้โอนไปเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่สาธารณูปโภคสำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เว้นแต่เป็นการโอนตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดินหรือกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในส่วนหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค เมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษา และกำหนดหลักการโอนทรัพย์สินดังกล่าวไว้ว่า เมื่อได้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคต้องตกเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทันทีโดยผลของกฎหมาย โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากไม่ได้โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา ให้ถือว่าสูญหาย และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนเพื่อดำเนินการดังกล่าวต่อไปตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2558 มาตรา 10 แสดงให้เห็นว่า ระบบสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดินเป็นความต้องการที่จำเป็นสำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินในฐานะผู้ประกอบธุรกิจย่อมต้องบวกค่าสาธารณูปโภคของโครงการไว้ในราคาที่ดินจัดสรรแต่ละแปลงของโครงการเฉลี่ยให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรับภาระไว้แล้ว ดังนั้น หลักการตกอยู่ในภาระจำยอมของทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภค ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นนั้น จึงเป็นการตกไปทันที โดยผลของกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรเท่านั้น ทั้งต้องจดแจ้งให้ปรากฏหลักฐานในเอกสารสิทธินั้นด้วย และต้องมีผู้รับผิดชอบจัดการดูแลรักษากิจการดังกล่าวให้คงสภาพดังที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไปไม่ให้เกิดช่องว่าง หรือไปก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่สาธารณูปโภคนั้น และจะกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้ เพราะกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินมีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมการจัดสรรที่ดินของเอกชนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและเพื่อผลในทางเศรษฐกิจ สังคม และการวางผังเมืองกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินจึงเป็นกฎหมายมหาชนที่มุ่งคุ้มครองประโยชน์สาธารณะด้วย… การที่ต่อมาจำเลยที่ 1 แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 98963 ซึ่งเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค ออกเป็น 3 แปลง คือ โฉนดเลขที่ 98963 , 104795 และ 104796 แล้วโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 ให้แก่จำเลยที่ 6 เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2548 นั้น จึงเป็นการโอนทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคให้แก่จำเลยที่ 6 ซึ่งมิได้เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร อันเป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 33 นิติกรรมการโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 ให้แก่จำเลยที่ 6 จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 ให้แก่จำเลยที่ 6 ย่อมเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิหรือประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโจทก์ทุกราย โจทก์ย่อมมีอำนาจใช้สิทธิฟ้องแทนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคน ซึ่งเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 47 และมาตรา 48 เพื่อยังให้ได้รับการรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของสมาชิกผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายตามกฎหมาย จำเลยที่ 6 เป็นผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวอันเป็นที่ดินสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดินพิพาท ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิในนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะดังกล่าวได้ โจทก์เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ย่อมต้องรับโอนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 1381 , 98961, 98963 , 104795 และ 104796) และ 98642 อันเป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ ซึ่งตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลงโดยผลของกฎหมายจากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไปจัดการดูแลบำรุงรักษาและดำเนินการใดๆ ให้คงสภาพดีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของมวลสมาชิกหมู่บ้านจัดสรร ให้เกิดความผาสุกต่อไป อันเป็นการโอนไปโดยผลของกฎหมาย” คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 คดีหมายเลขดำที่ ผบ 56/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 1591/2565 ลงวันที่ 30 มิ.ย.2565 ระบุ สำหรับคดีนี้ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด และพวก รวม 6 คน โดย นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ฟ้องว่า จำเลยที่ 1-5 ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินในโครงการไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า โครงการ 1 และโครงการ 2 แล้วนำไปขายให้ประชาชน นั้น ได้นำทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะ และเป็นทรัพย์สินส่วนกลางตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ไปขายให้กับจำเลยที่ 6 นอกจากนี้ ยังมีการใส่ชื่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนกลาง เช่น พื้นที่ทะเลสาบใจกลางหมู่บ้าน ทางสายหลักเข้า-ออกหมู่บ้าน สโมสร สระว่ายน้ำ สวนหย่อม อาคารสำนักงาน โรงเรียน และ สนามเทนนิส ทั้งๆที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินส่วนกลางตามที่ได้มีการโฆษณากับผู้ซื้อ ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยไม่สุจริต มีพฤติกรรมฉ้อฉลหลอกลวงผู้บริโภค มีการยักย้ายถ่ายทรัพย์สินของนิติบุคคลไปเป็นประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด เป็นต้น ทั้งนี้ ในชั้นการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลฯพิพากษาให้ยกฟ้องคดีดังกล่าว ต่อมาโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

isranews_agency /  🏆 38. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สบส.สั่งฟัน รพ.เอกชนดัง จ.ปทุมธานี เอาผิดฐานโฆษณายาในแพคเกจรักษาโควิดสบส.สั่งฟัน รพ.เอกชนดัง จ.ปทุมธานี เอาผิดฐานโฆษณายาในแพคเกจรักษาโควิดสบส.สั่งฟัน รพ.เอกชนดัง จ.ปทุมธานี เอาผิดฐานโฆษณายาในแพ็คเกจรักษาโควิด via MatichonOnline
Read more »

'สบส.' สอบ รพ.เอกชน โฆษณาแพ็กเกจรักษาโควิด ย้ำผู้ป่วยอาการหนักใช้สิทธิ UCEP Plus ได้'สบส.' สอบ รพ.เอกชน โฆษณาแพ็กเกจรักษาโควิด ย้ำผู้ป่วยอาการหนักใช้สิทธิ UCEP Plus ได้สบส. สอบ รพ.เอกชน โฆษณาจำหน่ายแพ็กเกจรักษาโควิด ย้ำผู้ป่วยโควิด อาการรุนแรงใช้สิทธิ UCEP Plus รักษาพยาบาลได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
Read more »

ไขข้อสงสัย 'รพ.เอกชน' ออกแพ็กเกจรักษาโควิด-19 ได้หรือไม่ไขข้อสงสัย 'รพ.เอกชน' ออกแพ็กเกจรักษาโควิด-19 ได้หรือไม่กรม สบส. แจง กรณี 'รพ.เอกชน' บางแห่งออกแพ็กเกจรักษา 'ผู้ป่วยโควิด-19' โดยระบุให้เลือกรูปแบบการรักษาและมีค่าใช้จ่าย สามารถทำได้ แต่จะต้องเป็นยาที่ รพ.เอกชนจัดซื้อมาเอง ไม่ใช่ยาที่รัฐจัดให้ เป็นทางเลือกประชาชน แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษา และมาตรฐานสถานพยาบาล
Read more »

สบส. สั่งฟัน รพ.เอกชน โฆษณาแพ็กเกจโควิด รักษาด้วยฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์สบส. สั่งฟัน รพ.เอกชน โฆษณาแพ็กเกจโควิด รักษาด้วยฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบการโฆษณาแพ็คเกจรักษาโรคโควิด 19 ของโรงพยาบาลเอกชน ย่านคลองหลวง พบไม่ได้ขออนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณา อีกทั้ง ในบางแพ็คเกจมีเนื้อหาโฆษณาการรักษาด้วยยา “ฟาวิพิราเวียร์” หรือ “โมนูพิลาเวียร์” สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล จึงสั่งฟันโทษตามความผิดกฎหมายสถานพยาบาลทันที
Read more »

เริ่มวันนี้แล้ว! น้ำมันปาล์มขวด ลด 4-5 บาท รอเลย สัปดาห์หน้ามีข่าวดีอีก - ข่าวสดเริ่มวันนี้แล้ว! น้ำมันปาล์มขวด ลด 4-5 บาท รอเลย สัปดาห์หน้ามีข่าวดีอีก - ข่าวสดเริ่มวันนี้ น้ำมันปาล์มขวด ลด 4-5 บาท จุรินทร์ สั่ง กรมการค้าภายใน เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค เผย สัปดาห์หน้ามีข่าวดีอีก
Read more »

MILL รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน ดันส่งออกทะลุเป้า คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ทั้งโครงการรัฐ-เอกชนMILL รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน ดันส่งออกทะลุเป้า คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ทั้งโครงการรัฐ-เอกชนMILL รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน ดันส่งออกทะลุเป้า คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ทั้งโครงการรัฐ-เอกชน via MatichonOnline
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:45:24