'โอสถสภา (OSP)' ราคาร่วงแรงรับข่าวขายโรงงานเมียนมาร์ “MGE Group” มูลค่าราว 5 หมื่นล้านเมียนมาจัต หรือราว 800 ล้านบาท ด้าน 3 โบรกเกอร์คาดการณ์กรณีเลวร้ายสุดบุ๊กขาดทุนราว 500-800 ล้านบาทในไตรมาส 3/2567 กดกำไรปี 2567
" โอสถสภา " ราคาร่วงแรงรับข่าวขายโรงงาน เมียนมาร์ “MGE Group” มูลค่าราว 5 หมื่นล้านเมียนมาจัต หรือราว 800 ล้านบาท ด้าน 3 โบรกเกอร์คาดการณ์กรณีเลวร้ายสุดบุ๊กขาดทุนราว 500-800 ล้านบาทในไตรมาส 3/2567 กดกำไรปี 2567 ราคา หุ้น " OSP " ซื้อขายวันนี้ ณ เวลา 11.
46 น. อยู่ที่ 21 บาท ลดลง -1.40 บาท คิดเป็น -6.25% มูลค่าการซื้อขาย 328.64 ล้านบาท โดยราคาขึ้นสูงสุด 21.50 บาท และ ลดลงต่ำสุด 20.50 บาทจำหน่ายเงินลงทุนใน บริษัท เมียนมาร์ โกลเด้น อีเกิ้ล จำกัด และ บริษัท เมียนมาร์ โกลเด้น กลาส จำกัด รวมเรียก “MGE Group” ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าที่ OSP มีสัดส่วนความเป็นเจ้าของ ร้อยละ 35% และ 51.84% ตามลำดับ ดำเนินธุรกิจให้บริการผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้ว มูลค่ารายการราว 5 หมื่นล้านเมียนมาจัต หรือคิดเป็นเงินไทยราว 800 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันเงินลงทุนคงเหลือใน 2 บริษัทดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 136 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทย่อยของ OSP มีภาระค้ำประกันเงินกู้ให้ทั้ง 2 บริษัทเป็นจำนวนเงินประมาณ 35.8 ล้าน USD และ 15,558 ล้านเมียนมาจัต คิดเป็นเงินไทยราว 1,470 ล้านบาท ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินเบื้องต้นว่าการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว จะทำให้ OSP จะมีการรับรู้ผลขาดทุนจากหนี้สินค้ำประกันราว 500-600 ล้านบาทในกรณีเลวร้ายสุดในไตรมาส 3/2567 การจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามแผนการยกเลิก ธุรกิจที่มีผลประกอบการอ่อนแอ หรือไม่เป็นไปตามแผนของบริษัท เพื่อรองรับการทำ M&A ตามที่เคยให้ข้อมูลในประชุมนักวิเคราะห์ไม่ใช่ประเด็นใหม่ และคาดจะสิ้นสุดแผนดังกล่าวในปี 2567 ทำให้จะไม่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษอีกในปี 2568 เป็นต้นไป และแนวโน้มกำไรชะลอในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 แม้ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2567 เพื่อสะท้อนกำไรที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 จากธุรกิจต่างประเทศ แต่กำไรหลักในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่าจะลดลงจากผลกระทบตามฤดูกาล ขณะที่กำไรสุทธิจะถูกกดดันจากการบันทึกขาดทุนจากการขายโรงงานผลิตขวดแก้วในเมียนมาร์ ประเมินเบื้องต้นในกรณีแย่สุดจะมีผลขาดทุน 800 ล้านบาทซึ่งจะเป็นดาวน์ไซด์ต่อกำไรสุทธิปี 2567 นี้ OSP ซื้อขายที่ P/E ปี 68 ที่ 20.3 เท่า เทียบกับ 18.3 เท่าของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ CPF ราคาเป้าหมาย 28.10 บาท เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 28 บาท โดยมีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย จากประเด็นจำหน่ายธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโรงแก้วที่เมียนมาร์ แม้การจำหน่ายธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์จะไม่ส่งผลกระทบต่อ core business อย่างธุรกิจเครื่องดื่มในเมียนมาร์ แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าหลังการจำหน่ายและโอนหุ้นโรงแก้วเสร็จสิ้น ฝ่ายวิเคราะห์คาด OSP จะมี impairment loss ที่ -794 ล้านบาท ทั้งนี้ การ divestment ธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์เป็นไปตามแผนของ OSP โดยในปี 2024E จะ focus ใน core business ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการขายธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์ จะเป็น short term pain for long term gain สำหรับ OSP โดยช่วยลดภาระการขาดทุนจากการประกอบธุรกิจดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายฯมองว่า การขายธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจเครื่องดื่มในเมียนมาร์ เนื่องจากสินค้าเครื่องดื่มในเมียนมาร์ อยู่ในรูปแบบกระป๋อง และธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์ รับผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้ว OEM โดยฝ่ายฯคาดรายได้ธุรกิจเครื่องดื่มในเมียนมาร์ในไตรมาส 3/2567 ยังคงเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ ตามฤดูกาลคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 2,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY และกำไรปกติที่ 3,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY ฝ่ายฯคงประมาณการกำไรปกติที่ 3,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY เบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/2567 จะขยายตัว YoY จากรายได้ทั้งในและต่างประเทศที่ขยายตัว และ GPM ขยายตัว แต่ลดลง QoQ ตามฤดูกาล, GPM ปรับตัวลดลง QoQ และ tax rate เพิ่มขึ้น เนื่องจากสัดส่วนรายได้ต่างประเทศลดลง ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากการขายธุรกิจโรงแก้วในเมียนมาร์ในประมาณการ โดยรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากบริษัท หลังจบ transaction อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์คงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท อิง 2024E Core PER 26.0x ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ OSP จาก 1) market share ของ energy drink ในประเทศที่ฟื้นตัว และ 2) รายได้เมียนมา เติบโตสวนกระแสความไม่สงบในเมียนมา โดยได้ประโยชน์จากโรงงานที่ตั้งอยู่ที่เมียนมา ส่งผลให้ยอดขาย Shark ดีต่อเนื่อง และ 3) valuation ไม่แพง ปัจจุบันเทรดอยู่ที่ 2024E Core PER 20.9x น่าสนใจ ยังไม่สะท้อนกำไรปกติปี 2024E ที่เติบโตโดดเด่น
เมียนมาร์ โอสถสภา โพสต์ทูเดย์ หุ้นไทย หุ้น Smartinvestment
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เปิดสูตรลับประมูล “ทรัพย์บังคับคดี” เทรนด์การลงทุนอสังหาฯ เมื่อคนไทย หันมาเช่าอยู่ มากกว่า “ซื้อ”เปิดเทคนิคเลือกซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่าและขายให้ได้กำไรดี เมื่อคนไทยเข้าไม่ถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย หันมาเช่าอยู่มากกว่า “ซื้อ” โอกาสทองของนักลงทุน สูตรลับประมูล “ทรัพย์บังคับคดี” พลิกโฉมคอนโดฯ เก่า สู่กำไรเงินล้าน
Read more »
MINT กำไร 6 เดือนแรกพุ่ง 74% โบรกแนะ ‘ซื้อ’ รับครึ่งหลังไฮซีซั่นMINT กำไร 6 เดือนแรกพุ่ง 74% โบรกแนะ ‘ซื้อ’ หลังกำไร ไตรมาส 2/67 สูงสุดเป็นประวัติการณ์และคาดผลประกอบการแข็งแกร่งในไตรมาส 3/67 รับครึ่งปีหลังไฮซีซั่น
Read more »
ครบรอบ 4 ปีที่ Microstrategy เริ่มซื้อ Bitcoin แต่ผลตอบแทนหุ้นบริษัทกับแซงหน้าหุ้นยักษ์ใหญ่หลายตัวMicroStrategy ซื้อ Bitcoin ล็อตแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2020 และกลายเป็นบริษัทแห่งแรกที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในคลัง 4 ปีให้หลัง
Read more »
อนาคตพรรคส้ม‘หลุมดำ112’ ดาบสองคดี44สส.-เกมสภาคว่ำนิรโทษ?อนาคตพรรคส้ม'หลุมดำ112' ดาบสองจริยธรรม‘44สส.’ จังหวะ‘ประชาชน’ เคลื่อนเกมสภา จับตาสภาฯจ่อรายงาน ‘กมธ.นิรโทษกรรม’ ลุ้นทางสามแพร่งคดี112
Read more »
OSP งบ Q2/67 กำไรสุทธิ 604 ล้าน เพิ่ม 9.9% ปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท'โอสถสภา' งบ Q2/67 กำไรสุทธิ 604 ล้าน เพิ่ม 9.9% สอดคล้องรายได้ 7,345 ล้าน เติบโต 9.5% โดยกลุ่มเครื่องดื่มขยายตัวทั้งเชิงปริมาณและมูลค่าเพิ่ม พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท ขึ้น XD วันที่ 29 ส.ค. 67
Read more »
คาด’เงินญี่ปุ่น’แข็งค่า 140 เยนต่อดอลลาร์ เฟดลดดอกเบี้ยคือสัญญาณซื้อ’เยน’นักวิเคราะห์คาด’เงินญี่ปุ่น’แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 140 เยนต่อดอลลาร์ ในอีก 12 เดือนข้างหน้าหลังเฟดเริ่มลดดอกเบี้ย เป็นโอกาสในการเริ่มซื้อเงินเยน ซื้อ’เงินเยน’
Read more »
