IRPC ตั้งวอร์รูม พร้อมรับมือเศรษฐกิจโลก เดินหน้ากลยุทธ์เสริมแกร่งธุรกิจหลักทั้งปิโตรเลียม ปิโตรเคมี พัฒนาที่ดินรองรับการลงทุน พร้อมต่อยอดลงทุนเมกะเทรนด์ในธุรกิจสีและสารเคลือบ ธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจรีไซเคิล หนุนผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษบุกอาเซียน
IRPC ตั้ง วอร์รูม พร้อมรับมือ เศรษฐกิจโลก เดินหน้ากลยุทธ์เสริมแกร่งธุรกิจหลักทั้ง ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี พัฒนาที่ดิน รองรับ การลงทุน พร้อมต่อยอดลงทุนเมกะเทรนด์ในธุรกิจสีและสารเคลือบ ธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจรีไซเคิล หนุนผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษบุกอาเซียน เพื่อติดตามสถานการณ์ เศรษฐกิจและตลาดอย่างใกล้ชิด ช่วงเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ IRPC ได้วางแนวทางเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบ พร้อมบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ การลงทุน ในอนาคต ผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก คือ 1.
Core Up Lift และ 2. Step Up & Beyond ธุรกิจปิโตรเคมี ให้ความสำคัญกับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ เช่น PP Phthalate free สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อตอบโจทย์ของผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ต้องการความปลอดภัย รวมทั้ง UHMWPE พลาสติกวิศวกรรม ที่มีความทนทานต่อการสึกหรอ ทนแรงกระแทกและเสียดสีสูง นำไปผลิตเป็น Battery Separator สายพานลำเลียง เฟือง อะไหล่และชิ้นส่วนของลิฟท์ เป็นต้น พร้อมเดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศที่มีศักยภาพในอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย การขยายธุรกิจใหม่ ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมเดิม ร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นใน 5 กลุ่มธุรกิจเมกะเทรนด์ระดับโลก อาทิ ธุรกิจสีและสารเคลือบ ธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจรีไซเคิล เป็นต้น ทั้งนี้จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน มาตรการทางภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงอุปทานที่ลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยข้างต้นได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2567 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 62,224 ล้านบาท ลดลง 813 ล้านบาท หรือร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณขายลดลงร้อยละ 4 ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจปิโตรเลียมมีกำไรขั้นต้นจากการกลั่นตามราคาตลาด ที่ลดลงจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบ ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากนโยบายทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาต่อประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมี มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาดของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีที่ลดลง โดยหลักจากปริมาณการขายในกลุ่มโอเลฟินส์ที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความต้องการซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค มีกำไรขั้นต้นค่อนข้างคงที่จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด อยู่ที่ 3,886 ล้านบาท หรือ 6.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงร้อยละ 31 จากไตรมาส 4/2567 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำมันดิบในไตรมาส 1/2568 มีความผันผวนจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศแถบตะวันออกกลาง และจากสภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ประกอบกับการยกเลิกการลดปริมาณการผลิตโดยสมัครใจของโอเปกและพันธมิตร รวมถึงมาตรการทางภาษีของประเทศสหรัฐฯ ต่อประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ทำให้บริษัทฯ มี Net Inventory Gain รวม 632 ล้านบาท หรือ 1.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี จำนวน 4,518 ล้านบาท หรือ 7.37ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2567 ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย จำนวน 1,596 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2567 นอกจากนี้ บริษัทฯ บันทึกค่าเสื่อมราคา 2,328 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มีต้นทุนทางการเงินสุทธิจำนวน 591 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น และเงินกู้ยืมระยะยาวในช่วงไตรมาส 1/2568 ขณะที่ บริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากการลงทุน 657 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 4/2567 ที่มีผลกำไรจาก การลงทุน 223 ล้านบาท จากปัจจัยที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ บันทึกผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 1,206 ล้านบาท มากกว่าไตรมาส 4/2567 ที่ร้อยละ 7 “สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบและตลาดปิโตรเคมี ปี 2568 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจจำกัดความต้องการใช้น้ำมัน ประกอบกับช่วงไตรมาส 2 ของปี ซึ่งเป็นฤดูกาลซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบชะลอตัวชั่วคราว ด้านอุปทานการปรับเพิ่ม การผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสจากส่วน Voluntary Cut ถือเป็นความท้าทายสำคัญ แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะช่วยจำกัดอุปทานส่วนเกินได้บ้าง”
IRPC การค้าโลก การลงทุน เศรษฐกิจโลก ปิโตรเคมี วอร์รูม ไออาร์พีซี วิกฤตเศรษฐกิจ พัฒนาที่ดิน ปิดยอดขาย Q1 โอเลฟินส์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'เบเยอร์' โชว์ศักยภาพผู้นำสี 2in1 ในงานสถาปนิก 68 ผนึกกำลัง IRPC–Allnex พัฒนา IBIC นวัตกรรมสีสุดล้ำตอบโจทย์อุตสาหกรรมเบเยอร์ประกาศความสำเร็จในงานสถาปนิก’68 ตอกย้ำความเป็น “ผู้นำนวัตกรรมสี 2in1” ยกทัพสี 2in1 สำหรับ ปูน-ไม้-โลหะ พร้อมเปิดตัวพันธมิตรระดับโลก IRPC และ Allnex จากกลุ่ม ปตท.
Read more »
การบินไทยกำไร Q1/68 ทะลุ 5.1 หมื่นล้าน โต 12.3% เตรียมคืนเทรด SET หลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ'การบินไทย' กำไร Q1/68 แตะ 51,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.
Read more »
ดาโอ คาดกำไรบจ. 2.41 แสนลบ.ใน Q1 จับตาภาษีสหรัฐฯแนะลงทุนระมัดระวังดาโอ คาดกำไรบจ. 2.41 แสนลบ.ใน Q1 จับตาภาษีสหรัฐฯแนะลงทุนระมัดระวัง
Read more »
CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/68 พลิกบวกแม้เป็นฤดูแล้ง สะท้อนธุรกิจแข็งแกร่งCKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2568 พลิกเป็นบวกแม้เป็นฤดูแล้ง สะท้อนการดำเนินงานแข็งแกร่ง คาด Q2 ได้แรงหนุนต่อเนื่องจากฤดูกาล
Read more »
Aramco กำไรลด ต้นทุนเพิ่ม แต่ยังปันผลสูงAramco กำไร Q1/68 ลด 4.6% ผลพวงยอดขายหด-ต้นทุนเพิ่ม แต่ยังปันผลสูง
Read more »
MOSHI โชว์ผลงาน Q1/68 สุดแกร่ง โกยรายได้ 838.88 ล้านบาท กำไรพุ่ง 24.4%MOSHI โชว์ผลงาน Q1/68 สุดแกร่ง โกยรายได้ 838.88 ล้าน กำไรพุ่ง 24.4% ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ของคนไทย พร้อมเดินหน้าแข่งขันในตลาดที่ท้าทาย ไม่หวั่นยันเติบโตตามเป้า
Read more »
