🎙️INTERVIEW: I-CY CHAYA สร้างตำนานบทใหม่ปั้นแบรนด์ Tomahawk ต่อยอดฐานโต 7,000% สู่ความยั่งยืน อ่านเพิ่มเติม 👉 ชมวิดีโอ ▶️ ICYCHAYA Tomahawk ไอซีวายชยา อินโฟเควสท์
ผู้รอดชีวิต !! ย้อนไปในช่วงโควิดปีแรกเชื่อว่าทุกคนยังจำความยากลำบากกันได้ดี หลายธุรกิจก็ล้มหายตายจาก ดูจะมีก็แต่บริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างโดดเด่นในยุคนั้น… แต่ก็ไม่เสมอไป ยังมีบริษัทส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรสัญชาติไทยที่ทำรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากร้อยล้านแตะหลักพันล้านบาทในปี 63 สวนทางกับอีกหลายธุรกิจที่ไม่ได้ไปต่อ นอกจากนั้นยังเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่สนามใหญ่ คือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นายอัณณ์นพ พรหมสุรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ-ซีวาย ชยา จำกัด เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ไอ-ซีวาย ชยา เริ่มต้นจากการเป็น Trading House เล็ก ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจอาหารและการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ หลังจากเปิดบริษัทมาราว 2-3 ปีได้พบ Business Model ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน จึงนิยามตัวเองใหม่เป็น Food Distributor สินค้าอาหารและเกษตร เน้นส่งออก โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์รวมกันราว 70% และส่วนที่เหลือจะเป็นตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ช่องทางการจัดจำหน่ายของเรามีทั้งแบบ B2B และ B2C ทั้งช่องทางซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ หรือกลุ่ม Food Chain Services ที่ค่อนข้างพรีเมียมให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพสินค้า โดยที่ผ่านมาประมาณสัก 6-7 ปี มีสินค้าแบรนด์เราจำหน่ายอยู่ใน Outlet ต่างประเทศ รวม ๆ แล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 Droppoint ในตลาดที่เราได้ทำมา”ปัจจุบัน บริษัทจำหน่ายสินค้าภายใต้ 3 แบรนด์หลักอย่าง “I-CY-CHAYA” ที่เป็นสินค้า Commodity เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่, “Doi” สินค้าผักผลไม้ และได้ปั้นแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่าง “Tomahawk” ที่เริ่มพัฒนามาได้ราว 3-4 ปี ซึ่งเห็นโอกาสการเติบโตอีกมากในอนาคต สะท้อนจากการบริโภคเนื้อวัวในประเทศไทยเมื่อ 5 ปีก่อนมีมูลค่าอยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันมีมูลค่าพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 2 แสนล้านบาท นับว่าเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล แต่จากการทำ Market Research พบว่าเนื้อจากประเทศไทยถูดจักให้อยู่ในตลาดระดับกลาง-ล่าง ไม่ได้อยู่ในระดับพรีเมียมเหมือนเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศอย่าง ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือสหรัฐฯ “วันแรกที่เราทำแบรนด์ Tomahawk ก็คาดหวังที่จะทำเนื้อไทยคุณภาพดี เพื่อให้ไปแข่งขันในตลาดระดับบนได้ โดยปัจจุบันมีร้านจำหน่ายเนื้อสดที่เชียงใหม่และกทม.
และในอีก 2-3 ปีก็วางแผนขยายให้ได้ราว 20 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้คาดว่าอีก 5 ปีต่อจากนี้ แบรนด์ Tomahawk จะเข้าไปอยู่ในตลาดอย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ เพื่อช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของบริษัทให้ครบครันมากยิ่งขึ้น”นายอัณณ์นพ กล่าวว่า หากมองภาพรวมของโลก จะพบว่าประชากรทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นการเติบโตของประชากรจะเป็นคำตอบว่าอุตสาหกรรมอาหารของโลกจะเติบโตได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งจะพบว่าทั้งตลาดเนื้อวัว เนื้อไก่ และเนื้อหมูทั้งในไทยและต่างประเทศเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล หรือในบางครั้งมีช่วงที่ซัพพลายไม่เพียงพอด้วยซ้ำ จากการที่ผู้เล่นในหลายประเทศไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ตามปกติ จากผลกระทบของภาวะโควิดและภาวะสงคราม สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงปีแรกมีรายได้หลักแสน แต่หลังจากปรับทิศทางธุรกิจทำให้ผลประกอบการเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงหลักสิบล้าน และแตะหลักร้อยล้านในปี 62 แม้ช่วงโควิดปี 63 ก็ยังเติบโตแบบก้าวกระโดดรายได้พุ่งขึ้นมาเป็นหลักพันล้าน ด้วยความที่องค์กรมีขนาดเล็ก คล่องตัว จึงมีความ Flexible ค่อนข้างสูง ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตในยุคโควิดได้ “ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในยุคโควิด-19 มันกลับเป็นช่วงที่เราเติบโตได้เร็ว เพราะเราทำหลาย ๆ อย่างก่อนบริษัทอื่น เนื่องจากเราเป็นองค์กรขนาดเล็ก เวลาทำอะไรเลยทำได้เร็ว ยิ่งช่วงโควิดมันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ตอนนั้นไม่มีการบินเลย เราก็เป็นรายแรก ๆ ที่เหมาเครื่องบินส่งของไปฮ่องกง สิงคโปร์ เพื่อซัพพอร์ตลูกค้าของเรา”รายได้ของบริษัทมาถึงจุดที่แตะหลักพันล้านบาท เป็นความพยายามจากการใช้กลยุทธ์วิจัยและพัฒนาสินค้า รวมถึงการทำ Market Research มาอย่างต่อเนื่อง เพราะกว่าสินค้าชนิดต่าง ๆ จะติดตลาดต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งช่วงโควิดก็เป็นจุดที่สินค้าติดตลาดพอดี จากการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมและตอบโจทย์กับผู้บริโภคในแต่ละประเทศ นายอัณณ์นพ กล่าวอีกว่า บริษัทค่อนข้างเจาะลึกในเรื่องการใช้งานสินค้า เพราะสินค้าที่บริษัทจำหน่ายก็เป็น Commodity ทั่วไป ดังนั้นต้องให้ความสำคัญที่การใช้สอยให้เหมาะสมกับลูกค้า เช่น ขนาดของถาดใส่สินค้า การตัดแต่งสินค้าให้สะดวกแก่การนำไปประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน หรือการออกแบบสินค้าให้เหมาะสมกับลูกค้าร้านอาหาร ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะให้ความสำคัญเรื่อง R&D และ Market Research มากพอสมควร “ต้องบอกว่าเราไม่ได้คาดหวังจะเติบโต 7,000% ไปเรื่อย ๆ แบบนั้น เรามองไปในมุมที่ทำอย่างไรให้องค์กรของเราเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับการนำสินค้าของประเทศไทย ออกไปให้ตลาดโลกได้รับรู้ถึงคุณภาพของสินค้าไทย แต่อย่างไรก็ตาม เราเองก็วางแผนรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 20-30% ต่อปี หรือถ้าในอนาคตเราจะสามารถเติบโตแบบยั่งยืนและก้าวกระโดดไปพร้อมกันได้ก็ดี”ปัจจุบันบริษัทมีการเตรียมตัวที่จะเข้าไปสู่สนามใหญ่อย่างตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อให้สอดคล้องไปกับแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งตั้งแต่วันแรกในการเริ่มดำเนินธุรกิจได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ จึงได้เตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ มาตั้งแต่ต้น อาทิ ระบบบัญชีและระบบการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส และขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน แล้ว เพื่อเข้ามาช่วยในการจัดการองค์กรและให้คำแนะนำในการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ “การเตรียมแผนธุรกิจกับการเตรียมความพร้อมด้าน FA มันแบ่งเป็นสองด้าน และต้องทำควบคู่กันไป อย่างตอนนี้บริษัทเองก็มีแผนธุรกิจที่ค่อนข้างจะชัดเจนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งแผนธุรกิจนี้ก็มีการรีวิวให้เหมาะสมกับการที่จะเข้าไปเติบโตในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป และหากเทียบเป็นเปอร์เซนต์ ตอนนี้ก็นับว่าเราเตรียมตัวมาได้น่าจะเกินครึ่งหนึ่งแล้ว ซึ่งเรามองว่าการที่เราเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มันมีกติกาและมาตรฐานเดียวกัน ก็จะเป็นโอกาสให้เรามีพาร์ทเนอร์หรือตลาดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต”นายอัณณ์นพ กล่าวอีกว่า แผนธุรกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้ายังคงเติบโตภายใต้ Business Model เดิม แต่จะเป็นเกมที่ใหญ่ขึ้น คาดว่าใน 3 ปีต่อจากนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมี Representative Office ของไอ-ซีวาย ชยา ตั้งอยู่ที่ฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่นเพื่อนำสินค้าจากประเทศไทยไปกระจายเข้าสู่ตลาด และที่สำคัญคือบริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Food Distributor สัญชาติไทยที่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในระดับโลกได้ “จริง ๆ ทุกวันนี้อย่าเรียกว่าเรา Success เลย เรียกว่าเรา Achieve ดีกว่า สิ่งที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะทีมงานทุกคนและกลยุทธ์ที่เราวางไว้ ในการทำงานของเรา เราไม่เคยมองว่าในการทำธุรกิจมันมีปัญหาเลย เพราะมีแต่คำว่า Obstruction และเราจะเข้าไปแก้สิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกวันนี้แผนงานของเราก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะเรามี Stakeholders อยู่ ทั้งเกษตรกร โรงงาน หรือลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของสินค้าแบรนด์เรา ซึ่งทุกคนถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันธุรกิจเราให้มันเติบโตขึ้นได้”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
IMF เตือนศก.โลกปี 66 ยากลำบากมากขึ้น เหตุศก.สหรัฐ-จีน-ยุโรปชะลอตัวพร้อมกัน : อินโฟเควสท์นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ยุโรป และจีน ซึ่งเป็น 3 แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก “ปี 2566 จะเป็นปีที่ยากลำบากมากกว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา นั่นเป็นเพราะว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของ 3 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป และจีนชะลอตัวลงในเวลาเดียวกัน” นางจอร์เจียวาให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face the Nation” ทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสในวันอาทิตย์ (1 ม.ค.) ในรายงานเดือนต.ค.ปีที่แล้ว IMF ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2566 เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ รวมทั้งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการที่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้พากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หลังจากนั้น จีนเริ่มผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์และเริ่มเปิดเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ราบรื่น เนื่องจากผู้บริโภคของจีนยังคงกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้น “ในปี 2564 เศรษฐกิจจีนขยายตัวที่ระดับต่ำกว่าเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ส่วนในปี 2566 เราคาดว่ายอดการติดเชื้อโควิด-19 ในจีนจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า […]
Read more »
'เมตา' เล็งอนุญาต 'ทรัมป์' กลับมาใช้งานเฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม : อินโฟเควสท์เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทเมตา แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก เตรียมประกาศการตัดสินใจในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ว่า จะอนุญาตให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ กลับมาใช้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมได้อีกหรือไม่ ก่อนหน้านี้ เมตาเปิดเผยว่าจะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวภายในวันที่ 7 ม.ค.นี้ แต่แหล่งข่าวระบุว่าขณะนี้เมตาได้เลื่อนการตัดสินใจออกไปเป็นช่วงปลายเดือนม.ค. และยังกล่าวด้วยว่า เมตาได้จัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยทีมงานดังกล่าวประกอบไปด้วยพนักงานจากฝ่ายนโยบายสาธารณะ การสื่อสาร และนโยบายด้านคอนเทนต์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเมตา มีขึ้นหลังจากนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททวิตเตอร์ประกาศว่าจะคืนสิทธิการใช้งานบัญชีทวิตเตอร์ให้กับนายทรัมป์ หลังจากนายมัสก์ได้เปิดให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ร่วมกันลงมติว่าควรคืนสิทธิการใช้บัญชีทวิตเตอร์ให้นายทรัมป์หรือไม่ ซึ่งผลการลงมติพบว่าชาวทวิตเตอร์ส่วนใหญ่สนับสนุนให้คืนสิทธิการใช้บัญชีทวิตเตอร์ให้นายทรัมป์ ทั้งนี้ นายทรัมป์ถูกระงับการใช้บัญชีทวิตเตอร์แบบถาวรในเดือนม.ค. 2564 ภายใต้การบริหารงานของเจ้าของทวิตเตอร์คนเก่า โทษฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง หลังกลุ่มผู้สนับสนุนของนายทรัมป์บุกก่อเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ อย่างไรก็ดี นายทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาไม่สนใจที่จะกลับไปใช้งานทวิตเตอร์อีกครั้ง และยืนยันว่าเขาจะใช้ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ต่อไป โดยทรูธ โซเชียล เป็นแอปพลิเคชันใหม่ที่พัฒนาโดยสตาร์ตอัป “ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยีกรุ๊ป (TMTG)” โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
Read more »
เกาหลีใต้-สหรัฐหารือแผนซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์ รับมือภัยคุกคามเกาหลีเหนือ : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์โชซุน อิลโบในวันนี้ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐกำลังหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะวางแผนร่วมซ้อมรบโดยใช้อาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ ท่ามกลางภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่รุนแรงมากขึ้นจากเกาหลีเหนือ ปธน.ยุนกล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการวางแผนร่วมซ้อมรบดังกล่าวคือการเสริมประสิทธิภาพด้านการป้องปรามของสหรัฐ โดยเฉพาะกองกำลังนิวเคลียร์ เพื่อปกป้องบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐ “อาวุธนิวเคลียร์เป็นของสหรัฐ แต่การวางแผน, การแบ่งปันข้อมูล และการฝึกซ้อมนั้น จะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐ” ปธน.ยุนกล่าว และเสริมว่า ทางการสหรัฐมีมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกเกี่ยวกับแนวคิดนี้ นอกจากนี้ ปธน.ยุนย้ำว่าการคงไว้ซึ่งสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons) ยังคงมีความสำคัญ การแสดงความเห็นของปธน.ยุน มีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้สั่งให้มีการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ รวมทั้งยกระดับคลังแสงนิวเคลียร์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากชาติต่าง ๆ รวมถึงสหรัฐและบรรดาชาติพันธมิตร ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีความตึงเครียดมากขึ้น โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือฉลองวันปีใหม่ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออก โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้ตกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
Read more »
เตรียมปิดจ๊อบ! 'ชวน' นัดถก 3 วิป เร่งผ่านกม.สำคัญก่อนปิดสมัยประชุม : อินโฟเควสท์นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการทำงานของสภาฯ ในปี 2566 ว่า ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของสมาชิกเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เตรียมจะเชิญคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มาหารือร่วมกัน คาดว่าจะเป็นวันที่ 4 ม.ค.66 เพื่อเร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานวิชาชีพสื่อ และร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายค้านเสนอล่าสุด เนื่องจากรัฐสภาใกล้จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 ก.พ.66 จึงจะขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ของสภาฯ ทำหน้าที่ให้ลุล่วง พร้อมฝากเตือน ส.ส.อย่าชะล่าใจ เพราะในช่วงใกล้หมดวาระของสภาฯ ประชาชนย่อมจับตาดูการทำงานอย่างใกล้ชิด “การทำงานปี 66 อยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิก ตั้งใจว่าหลังปีใหม่ หรือวันที่ 4 ม.ค. จะเชิญวิป 3 ฝ่าย คือวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มาหารือเพื่อเร่งรัดกฎหมายที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณา 3 ฉบับ ช่วงก่อนสภาฯ หมดวาระมีความหมาย เพราะประชาชนจับตาดูอยู่ […]
Read more »
พรเพชร ปราม ส.ว.ระวังเก้าอี้สั่น! อย่าออกตัวแรงโหวตนายกฯ : อินโฟเควสท์นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีการมองกันว่า ส.ว.แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และฝ่ายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ พปชร. จะส่งผลในการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งหน้าอย่างไร ว่า เชื่อว่า ส.ว.แต่ละคนย่อมมีความเห็นแตกต่างกันแน่นอน ซึ่งคงจะเห็นได้ชัดเจนจากตอนที่ลงคะแนน ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมี ส.ว.น้อยคน ที่จะแสดงความชัดเจนในตอนนี้ เพราะคงไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง และตนในฐานะที่เป็นประธานวุฒิสภา ก็คงพูดอะไรมากไม่ได้ “ยิ่งประธาน ยิ่งไปบอกไม่ได้ว่าคุณจะเลือกอะไร ตอนนี้คุณเห็นพรรคไหนดี หรือถ้าคะแนนไม่ถึง แล้วพรรคนี้เขาได้ และคุณจะสนับสนุนหรือไม่ ถ้าโดยหลักการก็ต้องพูดว่าวุฒิสภามีหน้าที่ที่จะดูว่าประเทศชาติเรา จะเดินหน้าได้อย่างไร” นายพรเพชร กล่าว ประธานวุฒิสภา กล่าวด้วยว่า ในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่นี้ เท่าที่ได้ฟังจาก ส.ว.ต่างบอกว่าต้องขอพิจารณาก่อนว่า ถ้าเลือกไปแล้ว จะมีความมั่นคงในระบบรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งเรื่องความมั่นคง อยู่ในขั้นตอนแรกของการเลือกพรรคการเมืองใหม่เข้ามา แน่นอนว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะต้องมีการฟอร์มรัฐบาลให้ได้เร็ว […]
Read more »
ฝรั่งเศสเรียกร้องปท. EU ออกข้อกำหนดผู้โดยสารจากจีนต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบ : อินโฟเควสท์ฝรั่งเศสเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ออกข้อกำหนดให้ผู้โดยสารจากจีนจะต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบก่อนเดินทางเข้าประเทศ โดยขณะนี้มีเพียงฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนเท่านั้นที่ออกข้อกำหนดนี้ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ใน EU ยังไม่ได้ประกาศข้อกำหนดดังกล่าวแต่อย่างใด ฝรั่งเศสออกข้อกำหนดว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค. 2566 เป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางมาจากจีนจะต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR เป็นลบภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของฝรั่งเศสจะทำการสุ่มตรวจเชื้อเมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงสนามบิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสกล่าวว่า ฝรั้งเศสกำลังผลักดันให้ทุกประเทศใน EU ใช้วิธีการดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าอาจจะมีผู้โดยสารชาวจีนที่ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางไปยังสนามบินในประเทศอื่น ๆ ใน EU และจากนั้นก็เล็ดรอดเข้ามาในฝรั่งเศสโดยไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ หลายประเทศซึ่งรวมถึงสหรัฐ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, อินเดีย, อิตาลี และญี่ปุ่น ได้ประกาศข้อกำหนดให้ผู้โดยสารจากจีนจะต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR เป็นลบ หลังจากที่จีนประกาศว่าเปิดประเทศทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า โรคโควิด-19 จะแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในจีนยังคงย่ำแย่ นอกจากนี้ หน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกยังกังวลว่า […]
Read more »
