IEA เตือน ‘วิกฤติพลังงาน’ ลากยาวถึงเดือนเม.ย. เลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ น้ำมันหายจากระบบวันละ12 ล้านบาร์เรล เตรียมงัดคลังสำรองก๊อกสองสู้ศึกพลังงาน ปล่อยคลังสำรองแค่ช่วยบรรเทา แต่ไม่ใช่ทางออก
แห่งสหรัฐได้ส่งสัญญาณในเชิงบวกโดยระบุว่า กองทัพอเมริกันเตรียมที่จะถอนกำลังออกจากอิหร่าน "ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า" คำประกาศดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับในทางที่ดีและมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม บิโรลกลับมองต่างออกไป โดยเตือนว่าสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 นี้ ได้สร้างความเสียหายต่อระบบการจัดหา พลังงาน อย่างรุนแรง จนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าในตลาดที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าวิกฤตการณ์ พลังงาน ครั้งไหนๆ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 หรือช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 ก็ตามในปี 1973 และ 1979 ในทั้งสองครั้งนั้น เราสูญเสียปริมาณน้ำมันไปประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน วิกฤตการณ์น้ำมันเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในหลายประเทศ” บิโรลกล่าวต่อว่า “แต่ในปัจจุบัน เราสูญเสียปริมาณน้ำมันไป 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าวิกฤตการณ์น้ำมันสองครั้งก่อนหน้านั้นรวมกันเสียอีก” เขากล่าวเสริมว่า ปริมาณก๊าซที่สูญเสียไปอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนั้น มีปริมาณมากกว่าที่สูญเสียไปจากตลาดเมื่อการไหลของก๊าซรัสเซียหยุดชะงักเมื่อสี่ปีก่อนด้วย “วิกฤตการณ์ในปัจจุบันนั้นรุนแรงกว่าวิกฤติทั้งสามอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดรวมกันเสียอีก นอกจากนี้ ยังมีสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอีกมากมาย เช่น ปิโตรเคมี ปุ๋ย และกำมะถัน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก” เขากล่าว “เรากำลังมุ่งหน้าสู่การหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”“เราประเมินตลาดทุกวัน หรืออาจจะทุกชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากเราคิดว่ามีความจำเป็น เราอาจเสนอแนะ ” บิโรลกล่าว บิโรลมองว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือการ ขาดแคลนน้ำมัน เชื้อเพลิงเครื่องบินและดีเซล นี่คือความท้าทายหลัก และเราเริ่มเห็นผลกระทบแล้วในเอเชีย แต่ในไม่ช้า ในเดือนเมษายน หรืออาจจะเป็นต้นเดือนพฤษภาคม ปัญหานี้จะมาถึงยุโรป เมื่อต้นเดือนนี้ ประเทศสมาชิก 32 ประเทศของ IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉินมากถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจาก“นี่เป็นเพียงการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด การรักษาให้หายขาดคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรากำลังได้เวลาคืนมาบ้าง แต่ผมไม่ยืนยันว่านี่จะเป็นทางออก การปล่อยสต็อกของเรา”.
แห่งสหรัฐได้ส่งสัญญาณในเชิงบวกโดยระบุว่า กองทัพอเมริกันเตรียมที่จะถอนกำลังออกจากอิหร่าน "ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า" คำประกาศดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับในทางที่ดีและมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม บิโรลกลับมองต่างออกไป โดยเตือนว่าสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 นี้ ได้สร้างความเสียหายต่อระบบการจัดหาพลังงานอย่างรุนแรง จนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าในตลาดที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าวิกฤตการณ์พลังงานครั้งไหนๆ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 หรือช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 ก็ตามในปี 1973 และ 1979 ในทั้งสองครั้งนั้น เราสูญเสียปริมาณน้ำมันไปประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน วิกฤตการณ์น้ำมันเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในหลายประเทศ” บิโรลกล่าวต่อว่า “แต่ในปัจจุบัน เราสูญเสียปริมาณน้ำมันไป 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าวิกฤตการณ์น้ำมันสองครั้งก่อนหน้านั้นรวมกันเสียอีก” เขากล่าวเสริมว่า ปริมาณก๊าซที่สูญเสียไปอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนั้น มีปริมาณมากกว่าที่สูญเสียไปจากตลาดเมื่อการไหลของก๊าซรัสเซียหยุดชะงักเมื่อสี่ปีก่อนด้วย “วิกฤตการณ์ในปัจจุบันนั้นรุนแรงกว่าวิกฤติทั้งสามอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดรวมกันเสียอีก นอกจากนี้ ยังมีสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอีกมากมาย เช่น ปิโตรเคมี ปุ๋ย และกำมะถัน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก” เขากล่าว “เรากำลังมุ่งหน้าสู่การหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”“เราประเมินตลาดทุกวัน หรืออาจจะทุกชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากเราคิดว่ามีความจำเป็น เราอาจเสนอแนะ ” บิโรลกล่าว บิโรลมองว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินและดีเซล นี่คือความท้าทายหลัก และเราเริ่มเห็นผลกระทบแล้วในเอเชีย แต่ในไม่ช้า ในเดือนเมษายน หรืออาจจะเป็นต้นเดือนพฤษภาคม ปัญหานี้จะมาถึงยุโรป เมื่อต้นเดือนนี้ ประเทศสมาชิก 32 ประเทศของ IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉินมากถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจาก“นี่เป็นเพียงการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด การรักษาให้หายขาดคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรากำลังได้เวลาคืนมาบ้าง แต่ผมไม่ยืนยันว่านี่จะเป็นทางออก การปล่อยสต็อกของเรา”
โดนัลด์ ทรัมป์ พลังงาน วิกฤติเศรษฐกิจ IEA พลังงานโลก ขาดแคลนน้ำมัน Economicwealth สงครามอิหร่าน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เมื่อวิกฤตโควิดคลี่คลาย การปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ กลับมาเพิ่มขึ้นทั่วโลกกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะกลับมาเพิ่มมากขึ้นอีกครั้งในปีนี้ แต่จะน้อยกว่าในปี 2021
Read more »
น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง 2.5% คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัวปีหน้าสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) และกลุ่มโอเปก คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกฟื้นตัวในปีหน้ ฐานเศรษฐกิจ
Read more »
อนาคต 'รถ EV' จะลดราคาจนเท่ารถสันดาป มีความเป็นไปได้จริงไหม?รถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีราคาสูงกว่ารถสันดาปอยู่พอสมควร แต่ในอนาคตอีกไม่นาน IEA วิเคราะห์ว่า มีโอกาสที่รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเท่ารถสันดาปเร็วๆนี้ เรามาดูกันว่าเป็นไปได้จริงไหม
Read more »
IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกครั้งแรกในปีนี้ เซ่นพิษเศรษฐกิจแย่ : อินโฟเควสท์สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยในวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศร่ำรวยที่เศรษฐกิจย่ำแย่เป็นพิเศษ IEA กล่าวว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2566 แตะระดับเฉลี่ย 102.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยจีนคิดเป็นสัดส่วน 70% ของการเติบโตของอุปสงค์ทั่วโลกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการปรับลดลง 220,000 บาร์เรลต่อวัน จากรายงานคาดการณ์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่ง IEA คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน IEA ระบุในรายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนฉบับล่าสุดที่เผยแพร่ในวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า “ปัญหาเศรษฐกิจมหภาคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดจากการผลิตที่ตกต่ำลงอย่างหนัก ทำให้เราต้องปรับลดประมาณการการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกสำหรับปี 2566 ให้ต่ำลงเป็นครั้งแรกในปีนี้” “อุปสงค์น้ำมันโลกได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย เนื่องจากนโยบายด้านการเงินที่เข้มงวดอย่างมากในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา” IEA กล่าว IEA กล่าวว่า ในปีหน้า อุปสงค์น้ำมันโลกมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงสู่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มสูญเสียแรงผลักดัน รวมถึงมีการใช้มาตรการกระตุ้นให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น […]
Read more »
โกลด์แมน แซคส์ชี้ IEA อาจกดราคาน้ำมันลง 7 ดอลลาร์/บาร์เรลโกลด์แมน แซคส์รายงานว่า การระบายน้ำมันจากคลังสำรองของ IEA อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลง ขณะที่ IEA เตรียมหารือเรื่องดังกล่าว และสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนี CPI เดือนกุมภาพันธ์
Read more »
10 วิธีประหยัด ‘พลังงาน‘ จาก IEA เมื่อฮอร์มุซอัมพาต วิกฤติน้ำมันแพงIEA แนะ 10 มาตรการด่วน! ลดใช้พลังงานกู้วิกฤติน้ำมันโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ รณรงค์ลดใช้” พลังงาน“ ควบคู่กับการใช้น้ำมันสำรอง
Read more »
