GULF รับรู้ Core Profit ไตรมาส 2/68 จำนวน 7,101 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากธุรกิจพลังงาน และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS และรับรู้กำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบกว่า 1 แสนล้าน ลงทุนต่อยอดธุรกิจ 3-5 ปี
GULF รับรู้ Core Profit ไตรมาส 2/68 จำนวน 7,101 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากธุรกิจพลังงาน และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS และรับรู้กำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบกว่า 1 แสนล้าน ลงทุนต่อยอดธุรกิจ 3-5 ปี นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ GULF เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 โดยมีรายได้รวม อยู่ที่ 40,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จาก 32,629 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จาก 5,611 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 63,871 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการรวมธุรกิจ จำนวน 56,120 ล้านบาท "ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD ครบทั้ง 4 หน่วย ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 66 - 67" เทียบกับในไตรมาส 2/67 ที่รับรู้กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้า GPD เพียง 3 หน่วย และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหินกอง ครบทั้ง 2 หน่วย ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 67 - 68 เทียบกับไตรมาส 2/67 ที่รับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า HKP เพียง 1 หน่วย อีกทั้ง GULF ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 134 ล้านบาท ซึ่งพลิกจากผลขาดทุนจำนวน 164 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 จากค่า Capacity Payment เฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในช่วงเดือนมิ.
ย. 67 ถึง เดือนพ.ค. 68 เป็น 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในช่วงเดือนมิ.ย. 68 ถึงเดือนพ.ค. 69 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในตลาด Pennsylvania-New Jersey-Maryland Interconnection ในขณะที่ปริมาณไฟฟ้าเสถียรที่จ่ายเข้าสู่ระบบลดลง นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ในประเทศ จำนวน 5 โครงการ ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนธ.ค. 67 ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP ลดลง 22% จาก 643 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 เป็น 500 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เนื่องจากโครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลดลง ตามความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของประเทศที่ชะลอตัวโดย GNS มี load factor เฉลี่ยลดลงจาก 52% ในไตรมาส 2/67 เป็น 19% ในไตรมาสนี้ ในขณะที่ GUT มี load factor เฉลี่ยลดลงจาก 40% ในไตรมาส 2/2567 เป็น 5% ในไตรมาสนี้ ขณะเดียวกัน กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 7 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่ลดลง เนื่องจาก ปตท. เรียกเก็บค่าก๊าซย้อนหลังจากการตรึงราคาก๊าซในช่วงปลายปี 2566 เพื่อช่วยพยุงราคาไฟฟ้าที่ 3.99 บาทต่อหน่วยในช่วงวิกฤตพลังงาน ซึ่งต่อมาในเดือนมิถุนายน 2568 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้มีมติเห็นชอบให้ ปตท. ดำเนินการเรียกคืนเงินส่วนต่างมูลค่าก๊าซที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จึงบันทึกส่วนต่างราคาก๊าซในไตรมาส 2/68 ที่จะทยอยชำระเป็น 6 งวด ตามรอบการปรับค่า Ft อีกทั้ง ราคาค่า Ft เฉลี่ยลดลงในอัตราที่สูงกว่าการลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติ โดยค่า Ft เฉลี่ยลดลงจาก 0.40 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง ในไตรมาส 2/67 เป็น 0.25 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง ในไตรมาส 2/68 ในขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยลดลงจาก 319.6 บาท/ล้านบีทียู ในไตรมาส 2/67 เป็น 317.3 บาท/ล้านบีทียู ในไตรมาส 2/68 สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 12 โครงการภายใต้กลุ่ม GMP มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลง 17% จาก 751 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 เป็น 626 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาค่าก๊าซที่ ปตท. เรียกเก็บย้อนหลัง และค่า Ft ที่ลดลงตามที่กล่าวมาข้างต้น ขณะที่สัดส่วนของปริมาณการขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มบริษัทฯ มีเพียง 6% ของปริมาณการขายไฟฟ้าทั้งหมด บริษัทฯ จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย สำหรับโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD มีกำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่ลดลง โดยมี load factor เฉลี่ยลดลงจาก 84% ในไตรมาส 2/67 เป็น 70% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ลดลงจากทั้งโครงการภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul Corporation และโครงการ Borkum Riffgrund 2 ที่ประเทศเยอรมนี จากความเร็วลมที่ลดลง โดย GGC มีความเร็วลมเฉลี่ยลดลงจาก 5.5 เมตร/วินาที ในไตรมาส 2/67 เป็น 4.8 เมตร/วินาที ในไตรมาส 2/68 และ BKR2 มีความเร็วลมเฉลี่ยลดลงจาก 8.4 เมตร/วินาที ในไตรมาส 2/67 เป็น 7.5 เมตร/วินาที ในไตรมาส 2/68 ส่วนของธุรกิจก๊าซ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการ PTT NGD จำนวน 208 ล้านบาท ในไตรมาส 2/68 ลดลง 45% จาก 382 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 เนื่องจากราคาน้ำมันเตาลดลงในอัตราที่สูงกว่าราคาค่าก๊าซธรรมชาติ โดยราคาน้ำมันเตาลดลงจาก 81.6 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 2/67 เป็น 70.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาสนี้ ขณะที่ราคาค่าก๊าซธรรมชาติลดลงจาก 337.8 บาท/ล้านบีทียู ในไตรมาส 2/67 เป็น 330.3 บาท/ล้านบีทียู ในไตรมาสนี้ สำหรับธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 68 บริษัทฯ ได้นำเข้า LNG มาแล้วจำนวนรวม 29 ลำ หรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้รายได้จาก shipper fee ที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากการลงทุนใน AIS จำนวน 3,483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จาก 2,476 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ซึ่งมุ่งเน้นจำหน่ายแพ็กเกจที่มีมูลค่าสูงขึ้น การส่งเสริมการใช้งานเครือข่าย 5G ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/68 บริษัทฯ ยังรับรู้เงินปันผลรับจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 977 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ในไตรมาส 2/68 จำนวน 13,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ 11,079 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 ในขณะที่กำไรสุทธิ ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ในไตรมาส 2/68 เท่ากับ 63,871 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 68 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 742,205 ล้านบาท หนี้สินรวม 396,105 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 346,100 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 0.87 เท่า กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ ยังคงประมาณการการเติบโตของรายได้รวมในปี 68 อยู่ที่ประมาณ 25% โดยไตรมาส 2/68 เป็นไตรมาสแรกที่ GULF เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นโดยตรงใน AIS ในสัดส่วน 40.4% ภายหลังจากการควบรวมบริษัทเสร็จสิ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 68 บริษัทฯ คาดว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ภายในประเทศ จำนวน 7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 597 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของ data center เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี 69 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ปัจจุบันบริษัทฯ ได้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่าร้อยละ 40 ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมภายในปี 2578 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนทั้งที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนารวมมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุม 5 ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม ลาว เยอรมนี และสหราชอาณาจักร โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 9 โครงการ กำลังการผลิตรวม 653 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท GUNKUL และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 437 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 40% เป็น 100% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลายกำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ใน สปป.ลาว รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 100% ในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 119 เมกะวัตต์ และโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม 3 โครงการ ทั้งนี้ GULF จะยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 93 ต่อไป ด้านธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติ ในปี 68 กลุ่มบริษัทฯ มีแผนจะนำเข้า LNG ทั้งหมดประมาณ 70 ลำ หรือคิดเป็นปริมาณรวม 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC GPD HKP และ SPP 19 โครงการ ในส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจก๊าซอย่างต่อเนื่อง "ธุรกิจดิจิทัลยังคงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ โดยธุรกิจ data center ซึ่งบริษัทฯ ร่วมลงทุนกับ Singtel และ AIS ได้เริ่มทะยอยเปิดให้บริการเฟสแรก ขนาด 25 เมกะวัตต์ ไปเป็นที่เรียบร้อย และมีแผนขยายเป็น 200-300 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย" สำหรับธุรกิจ cloud บริษัทฯ ร่วมทุนกับ AIS เพื่อให้บริการระบบคลาวด์ทั้งในรูปแบบ public cloud และ private cloud โดยร่วมมือกับ Oracle และ Google ในการพัฒนาบริการที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร ลูกค้า SMEs หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีแผนลงทุน รวมกว่า 100,000 ล้านบาท ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมภายในประเทศ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และธุรกิจ data center เพื่อสนับสนุนแผนการเติบโตดังกล่าว
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
3 แบงก์ฟันกำไร 3.7 หมื่นล. ดอกเบี้ยลด-ช่วยลูกหนี้ฉุดรายได้หดตัว3 แบงก์ใหญ่เผยกำไรครึ่งปีแรก 68 รวม 37,845 ล้านบาท กรุงเทพฯ นำโด่งกว่า 2.4 หมื่นล้าน แม้รายได้ดอกเบี้ยลดจากนโยบายช่วยลูกหนี้–ดอกเบี้ยขาลง
Read more »
ส่องพอร์ต “สารัชถ์” ครึ่งแรกปี 68 สูญกว่า 2.6 หมื่นล้าน GULF-ITC ดิ่งแรงตาม SETเปิดพอร์ตหุ้น “สารัชถ์ รัตนาวะดี” เศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ของไทย ถือ GULF–ITC ร่วงต่อเนื่อง ฉุดมูลค่าการถือครองหายวับกว่า 2.6 หมื่นล้านบาทใน 134 วันแรกของปี 68 ท่ามกลางภาวะ SET Index ที่ผันผวนแรงถึง -14.74%
Read more »
มีลุ้นครึ่งหลังปี 68 ทุนต่างชาติไหลกลับเข้าไทย จับตาการค้า-การเมืองผ่านพ้น 137 วันทำการแรกปี 68 พบทุนต่างชาติยังมีสถานะขายสูงสุดรวม 6.6 หมื่นล้าน แต่เดือน ก.ค. สถานะพลิกเป็นซื้อกว่า 1.2 หมื่นล้าน โบรกชี้เป็นสัญญาณดี มีลุ้นครึ่งหลังปี 68 ไหลกลับเข้าไทยต่อ
Read more »
'คลัง' เบรกปฏิรูป 'ภาษีใหม่” ห่วงกระทบความเชื่อมั่นเศรษฐกิจคลัง ชะลอแผนปฏิรูปภาษี เบรกยกเครื่องภาษีบุหรี่–สุขภาพ–รถยนต์EV ขณะสรรพสามิตได้แรงหนุนจากการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล–เบนซิน ลิตรละ 1 บาท ดันรายได้เพิ่ม 2 หมื่นล้าน ลุ้นเข้าเป้าสิ้นปีงบฯ 68
Read more »
เอกชนมองบวกรัฐตั้ง AMC ซื้อหนี้อุ้มประชาชน CHAYO พร้อมซัพพอร์ตงานบริการCHAYO เผยมูลหนี้ครึ่งหลังปี 68 เหลือ 5 หมื่นล้าน ลงกว่าครึ่งจากปีก่อน หลังแบงก์ชะลอปล่อยขายหนี้ใหม่และรอดูท่าทีการตั้ง AMC ภาครัฐ ลั่นพร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบริการ AMC ของภาครัฐ
Read more »
GULF กำไร Q2/68 พุ่งทุบสถิติ รับทรัพย์พลังงาน-ADVANC-ดีล INTUCH กว่า 5หมื่นล้านGULF ไตรมาส 2/2568 มีกำไรจากการดำเนินงาน 7,101 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับทรัพย์ธุรกิจพลังงาน-ส่วนแบ่งกำไร ADVANC-ซดกำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH กว่า 5.6 หมื่นล้านบาท
Read more »
