GDP เกษตรปี 67 อ่อนแรง! สศก. คาดโตไม่เกิน 0.2% จากผลกระทบเอลนีโญ-ลานีญา

United States News News

GDP เกษตรปี 67 อ่อนแรง! สศก. คาดโตไม่เกิน 0.2% จากผลกระทบเอลนีโญ-ลานีญา
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 123 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 53%
  • Publisher: 68%

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 67 คาดว่าจะอยู่ในช่วง -0.8 ถึง 0.2% เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดความแห้งแล้งในช่วงครึ่งปีแรก และปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงครึ่งปีหลังที่ทำให้เกิดอุทกภัย อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนที่มากขึ้น ยังส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืชในภาพรวม ประกอบกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำ การเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อการวางแผน ตลอดจนการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะการบริโภคและการส่งออก ทำให้มีความต้องการสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงหลายประการ อาทิ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ การระบาดของโรคและแมลง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิต รวมถึงปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนาภาคเกษตรทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาว มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อให้ภาคเกษตรเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพต่อไป นายฉันทานนท์ กล่าวว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 3 ปี 67 หดตัว 0.

7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 66 โดยการผลิตสินค้าเกษตรบางส่วนในไตรมาส 3 ได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณฝนน้อย และอากาศแห้งแล้ง และยังได้รับผลกระทบลานีญาที่เกิดขึ้นในเดือนก.ย. 67 ทำให้มีมรสุมและฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ ส่งผลให้สาขาพืชและสาขาบริการทางการเกษตร ยังคงหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เช่นเดียวกับสาขาประมง หดตัวเช่นเดียวกัน ขณะที่สาขาปศุสัตว์และสาขาป่าไม้ ยังขยายตัวได้ โดยรายละเอียดในแต่ละสาขา พบว่า- ข้าวนาปรัง ผลผลิตลดลง เนื่องจากในช่วงเพาะปลูกมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และตามแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ และภาครัฐขอความร่วมมือให้ลดการเพาะปลูกข้าวนาปรัง เกษตรกรบางพื้นที่จึงปล่อยที่นาให้ว่าง หรือปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยหรือพืชผักแทน - มันสำปะหลัง ผลผลิตลดลงตามเนื้อที่เก็บเกี่ยวที่ลดลง เนื่องจากเกษตรกรขาดแคลนท่อนพันธุ์จากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง และฝนทิ้งช่วง ท่อนพันธุ์ดีหายากและมีราคาสูง ทำให้เกษตรกรบางรายปล่อยพื้นที่ให้ว่าง หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น สับปะรด ยางพารา ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้ ยังพบการเกิดโรคใบด่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง - ยางพารา ผลผลิตลดลง เนื่องจากพื้นที่ปลูกในภาคใต้ และภาคเหนือ ยังคงมีการระบาดของโรคใบร่วง ประกอบกับเกษตรกรในภาคใต้และภาคกลางบางส่วน มีการตัดโค่นต้นยางอายุมาก เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกไม้ผล และปาล์มน้ำมัน รวมถึงทั่วประเทศมีฝนตกชุก ทำให้จำนวนวันกรีดยางลดลง - สับปะรดปัตตาเวีย ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น และราคาสับปะรดอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษา- กุ้งขาวแวนนาไม ผลผลิตลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และราคากุ้งตกต่ำ ประกอบกับความต้องการของตลาดต่างประเทศชะลอตัว ทำให้เกษตรกรชะลอการปล่อยลูกกุ้ง นอกจากนี้ พื้นที่เลี้ยงกุ้งบางส่วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่บ่อเพาะเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร เกษตรกรจึงลดเนื้อที่เพาะเลี้ยง - ปลานิลและปลาดุก ผลผลิตลดลง เนื่องจากต้นทุนค่าอาหารปลาที่อยู่ในระดับสูง ทำให้เกษตรกรชะลอการเลี้ยง และลดปริมาณการปล่อยลูกปลา 4. สาขาบริการทางการเกษตร หดตัว 0.3% เนื่องจากในช่วงต้นฤดูเพาะปลูกอากาศร้อนและแห้งแล้ง หลายพื้นที่มีน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก และภาครัฐขอความร่วมมือให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง เกษตรกรบางส่วนจึงปล่อยพื้นที่ให้ว่าง ประกอบกับสภาวะลานีญาในเดือนก.ย. 67 ทำให้มีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดความเสียหายต่อผลผลิตพืชและเป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้กิจกรรมการจ้างบริการเตรียมดิน และเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่สำคัญลดลง อาทิ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ภาคอุตสาหกรรมทรุดหนัก 'สศอ.' หั่นดัชนี MPI ปี 67 เหลือ 1-0% GDP อุตฯ หด 0.5%ภาคอุตสาหกรรมทรุดหนัก 'สศอ.' หั่นดัชนี MPI ปี 67 เหลือ 1-0% GDP อุตฯ หด 0.5%ภาคอุตสาหกรรมทรุดหนัก 'สศอ.' หั่นดัชนี MPI ปี 67 เหลือ 1-0% GDP อุตฯ หด 0.5% เผย 8 เดือนปี 67 ลดลงเฉลี่ย 1.55% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 58.96% ระบุต้องเฝ้าระวังดอกเบี้ยนโยบายจากสถานการณ์เงินเฟ้อของเศรษฐกิจโลกลดลง
Read more »

ฝนตก! คาดไฟลัดวงจร เผาบ้านเรือนไทยวอด รับอรุณนครปฐมฝนตก! คาดไฟลัดวงจร เผาบ้านเรือนไทยวอด รับอรุณนครปฐมพระเพลิงเผาบ้านเรือนไทยวอดทั้งหลังรับอรุณในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สอบถามเจ้าของบ้านบอกมีการลัดวงจรของสายไฟในห้องน้ำชั้นล่างก่อนเปลวเพลิงจะลุกลามขึ้นไปติดบนชั้นสองอย่างรวดเร็วแม้เจ้าหน้าที่จะมาถึงทันเวลาแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรค่าเสียหายไม่น้อยกว่าสองล้านบาท เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 67 เวลาประมาณ 08.20 น.
Read more »

น้ำมันดันเงินเฟ้อเดือน ก.ย.สูงขึ้น 0.61 %น้ำมันดันเงินเฟ้อเดือน ก.ย.สูงขึ้น 0.61 %พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อเดือน ก.ย.สูงขึ้น 0.61 % ผลจากราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้น ผักสดบางชนิดได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เฉลี่ยเงินเฟ้อ 9 เดือน สูงขึ้น 0.20% คาดแนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 4 สูงขึ้นอีกพร้อมปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 67 อยู่ท่ี่0.2 – 0.8 % ค่ากลาง 0.
Read more »

'เวิลด์แบงก์' หั่น 'GDP' ไทยปี 67 โตเหลือ 2.4%'เวิลด์แบงก์' หั่น 'GDP' ไทยปี 67 โตเหลือ 2.4%'เวิลด์แบงก์' หั่น 'GDP' ไทยปี 67 โตเหลือ 2.4% ด้านเศรษฐกิจจีนจะลดลงจาก 4.8% ในปีนี้ เหลือ 4.3% ในปี 2568 เหตุตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอ่อนแอ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนอยู่ในระดับต่ำ
Read more »

สศก. จับมือ กสก. และ อกม. จัดทำข้อมูลกรอบตัวอย่างสำหรับการสำรวจ พุ่งเป้า 77 จังหวัดทั่วประเทศสศก. จับมือ กสก. และ อกม. จัดทำข้อมูลกรอบตัวอย่างสำหรับการสำรวจ พุ่งเป้า 77 จังหวัดทั่วประเทศนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศการเกษต
Read more »

แจกเงินหมื่น ดันเศรษฐกิจ KKP ปรับขึ้นจีดีพี ปี 68 คาดโต 3% เร่งรัฐแก้ 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างแจกเงินหมื่น ดันเศรษฐกิจ KKP ปรับขึ้นจีดีพี ปี 68 คาดโต 3% เร่งรัฐแก้ 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างKKP ปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอีก 0.2% โดยปี 67 เป็น 2.8% และปี 68 เป็น 3.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:37:30