เศรษฐกิจไทยไตรมาสสามของปี 2022 ขยายตัว 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) หรือคิดเป็น 1.2% เทียบกับไตรมาสก่อน หลังปรับปัจจัยฤดูกาล (QOQ_sa) ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ 2.5%YOY หรือ 0.7%QOQ_sa ในด้านการใช้จ่าย (Expenditure approach) องค์ประก
เศรษฐกิจไทยไตรมาสสามของปี 2022 ขยายตัว 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 1.2% เทียบกับไตรมาสก่อน หลังปรับปัจจัยฤดูกาล ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ 2.5%YOY หรือ 0.7%QOQ_sa การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวมากถึง 9% เร่งตัวสูงสุดในรอบ 39 ไตรมาส และขยายตัวทุกหมวดสินค้าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม มีแรงกดดันจากระดับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหารสด อาหารสำเร็จรูป และพลังงาน การลงทุนภาครัฐหดตัว -7.
3% ต่อเนื่องจากการหดตัว -9% ในไตรมาสก่อน จากการลงทุนของรัฐบาลที่หดตัว -11.8% ในขณะที่การลงทุนของรัฐวิสาหกิจยังขยายตัวได้ 1.1% โดยในไตรมาสนี้ การลงทุนภาครัฐหดตัว จากด้านเครื่องจักรเครื่องมือ -11.6% จากการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ที่ลดลง อีกทั้ง รัฐวิสาหกิจบางแห่งลงทุนเครื่องจักรเครื่องมือลดลง ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด และการประปานครหลวง สำหรับการลงทุนก่อสร้างขยายตัว 5.9% ชะลอลงจาก 6.6% ในไตรมาสก่อน การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากถึง 11% เร่งตัวสูงสุดในรอบ 39 ไตรมาส จากการลงทุนเครื่องจักรเครื่องมือที่ขยายตัว 13.9% โดยขยายตัวดีในหมวดยานยนต์และเครื่องใช้สำนักงาน ขณะที่การลงทุนก่อสร้างพลิกกลับมาขยายตัว 2% หลังจากหดตัว ในไตรมาสนี้เป็นผลจากรายจ่ายค่าซื้อสินค้าและบริการที่หดตัว -7.8% อีกทั้ง การโอนเพื่อสวัสดิการสังคมที่ไม่เป็นตัวเงินสำหรับสินค้าและบริการชะลอตัวเหลือ 9.9% จากที่ขยายตัว 17% ในไตรมาสก่อนที่ชะลอที่สุดในรอบ 7 ไตรมาสเช่นกัน โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ดีจากการส่งออกน้ำตาลทราย แผงวงจรรวม เครื่องปรับอากาศ รถบรรทุก ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรลดลงจากการส่งออกผลไม้เป็นสำคัญ สำหรับสินค้าเกษตรสำคัญอื่นหลายสินค้ายังขยายตัวได้ ปริมาณการนำเข้าสินค้าขยายตัวเร่งกว่าการส่งออกอยู่ที่ 8% โดยเร่งตัวจาก 7.1% ในไตรมาสก่อน โดยการนำเข้าสินค้าในไตรมาสนี้ขยายตัวทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบ สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การนำเข้าทองคำขยายตัวสูง อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าทุนในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักร การส่งออกภาคบริการขยายตัว 87% เร่งตัวขึ้นจาก 54.3% ในไตรมาสก่อน จากรายที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงรายรับจากค่าบริการอื่น ๆ ทางธุรกิจที่ขยายตัวเช่นเดียวกัน ขณะที่การนำเข้าบริการขยายตัว 8.9% ด้วยสาเหตุเดียวกัน มูลค่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 216,443 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้การสะสมสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่สินค้าเกษตรและเหมืองแร่สะสมสินค้าคงคลังลดลง โดยเฉพาะข้าวเปลือกที่อยู่นอกฤดูกาลเก็บเกี่ยวและข้าวสารที่มีผลผลิตลดลง อีกทั้ง มีการบริโภคในประเทศและการส่งออกที่มากขึ้น ในด้านการผลิต เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการ อีกทั้ง ภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว ขณะที่ภาคเกษตรหดตัวมันสำปะหลัง ผลไม้ และประมง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศแปรปรวนและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ขณะที่ผลผลิตข้าว ปาล์มน้ำมัน และปศุสัตว์เพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมพลิกกลับมาขยายตัว 4.7% หลังจากหดตัว -1.8% ในไตรมาสก่อน โดยสาขาการผลิตอุตสาหกรรมพลิกกลับมาขยายตัวมากถึง 6.3% ตามการขยายตัวของอุปสงค์ทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะที่สาขาเหมืองแร่และเหมืองหินหดตัวต่อเนื่อง -14.8% จาก -22.4% ในไตรมาสก่อน โดยการผลิตลดลงหลักทุกรายการ ทั้งแร่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หิน ทราย และดิน ภาคบริการขยายตัวเร่งขึ้น 5.3% จาก 4.5% ในไตรมาสก่อน จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวของภาครัฐ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวสูง โดยสาขาที่พักแรมและอาหารขยายตัวได้ถึง 53.6% ตามด้วยสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าที่ขยายตัว 9.9% และสาขาข่าวสารและการสื่อสารที่ขยายตัว 4.9% อย่างไรก็ตาม สาขาการก่อสร้างหดตัวต่อเนื่อง -2.8% จาก -4.5% ในไตรมาสก่อน จากการก่อสร้างถนน สะพาน อาคารของภาครัฐที่ลดลง ขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชนปรับดีขึ้นเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสามของปี 2022 ฟื้นตัวต่อเนื่องตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสามของปี 2022 ขยายตัวต่อเนื่องสี่ไตรมาสติดต่อกันที่ 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยฐาน เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสสามของปี 2021 ที่เผชิญวิกฤตโควิดจนต้องปิดเมืองและปิดประเทศจากนโยบายควบคุมการระบาดเข้มงวด หากพิจารณาการขยายตัวเทียบกับเดือนก่อนหลังปรับปัจจัยฤดูกาล พบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.2% เร่งขึ้นจาก 0.7% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวที่เดิมซบเซาจากการระบาดของโควิดและมาตรการควบคุมโรคได้ฟื้นตัวขึ้นมากตามการเปิดเมืองและเปิดประเทศ โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2022 มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและจำนวนผู้เยี่ยมเยือนไทยมากถึง 5.7 ล้านคน และ 144.5 ล้านคน เทียบกับ 85,000 คน และ 40 ล้านคนใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2021 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา แรงสนับสนุนจากภาครัฐเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ในไตรมาสนี้แรงสนับสนุนจากภาครัฐแผ่วลงตามเม็ดเงินที่มีจำกัดมากขึ้น ที่กลับมาขยายตัวได้จากเดิมที่หดตัวในไตรมาสก่อน ภาคบริการที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและขยายตัวเร่งขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศและการท่องเที่ยวในประเทศ อย่างไรก็ดี ภาคก่อสร้างยังคงหดตัวตามการก่อสร้างภาครัฐ ที่ลดลง ประกอบกับการหดตัวของภาคเกษตรตามการลดลงของผลผลิตพืชเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและกระทบการเก็บเกี่ยวผลผลิตและการขนส่ง เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 นำโดยภาคการท่องเที่ยว EIC คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยราว 10.3 ล้านคน ตามความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากอุปสงค์คงค้าง การทยอยลดมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก อีกทั้ง จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเองก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็น 202.4 ล้านคนในปี 2022 ทั้งนี้คาดว่าในไตรมาส 4 ผู้เยี่ยมเยือนไทยมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วง High season โดยจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสานจะเป็นจุดหมายที่ดึงดูด ผู้เยี่ยมเยือนไทยได้ดีในช่วงฤดูหนาว ส่งผลให้ภาคบริการ โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานกลับมาเป็นปกติมากขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าแม้อาจได้รับอานิสงส์จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และวัตถุดิบ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ที่เริ่มคลี่คลาย แต่ในภาพรวมมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อีกทั้ง เม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเต็มจำนวนแล้ว และรอเบิกจ่ายอีกราว 42,000 ล้านบาท สำหรับปี 2023 EIC คาดเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง เป็นแรงกดดันสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออกที่จะชะลอตัวลงมากจากที่เคยเติบโตได้ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีนที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศจากการส่งออกที่ชะลอลง และปัจจัยภายในประเทศจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ซบเซาและฟื้นตัวช้า รวมถึงตลาดสำคัญทั้งยุโรปและสหรัฐฯ ที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้และกลางปีหน้า ตามลำดับ ส่งผลต่อเนื่องทำให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนอาจขยายตัวชะลอลงเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ด้านแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐจะมีน้อยลง เนื่องจากข้อจำกัดทางการคลังทำให้รัฐบาลระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในปี 2023 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ปรับสูงขึ้นและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเศรษฐกิจไทยจะได้ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ แต่ยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำจากปัจจัยภายนอกประเทศเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป โดยเฉพาะในปี 2023 ได้แก่ เศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านนโยบายเศรษฐกิจและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการของไทย การใช้นโยบาย Zero covid ของจีนที่อาจยาวนานกว่าคาด ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยได้น้อยลงและช้าลง รวมถึงอาจทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกคลี่คลายได้ช้าลง ภาวะเงินเฟ้อในประเทศที่อาจยาวนานกว่าคาดจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ผลของแผลเป็นเศรษฐกิจที่ถูกซ้ำเติมจากผลกระทบค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย จนอาจกระทบต่อความสามารถ ในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยในช่วงต้นปี 2023 รวมถึงภาระทางการคลังที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายอุดหนุนต่าง ๆ ภายหลังการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการใช้มาตรการการพยุงค่าครองชีพเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ EIC กำลังติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ และจะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เปิดผัง 4 ฮีโร่คอนเทนต์ 'เวิร์คพอยท์ 23' ปี 2023เวิร์คพอยท์ เปิดผังปี 2023 “WORKPOINT ALL- IN 23” ชู 4 ฮีโร่คอนเทนต์ วาไรตี้ กีฬา ละคร ข่าว ลงจอกวาดเรตติ้งคนดูทุกกลุ่ม
Read more »
ซัมซุง กวาด 46 รางวัล นวัตกรรม CES 2023 Innovation Awardsซัมซุงกวาด 46 รางวัลนวัตกรรม CES 2023 Innovation Awards รวมถึงรางวัลสุดยอดนวัตกรรม (Best of Innovation) ถึง 3 รางวัลจากสมาคมเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค
Read more »
กวาดเรียบ! ส่องนวัตกรรม 'Samsung' ที่คว้า 46 รางวัลระดับโลกSamsung กวาด 46 รางวัลนวัตกรรมจาก 'CES 2023' และรางวัลสุดยอดนวัตกรรมถึง 3 รางวัลจาก CTA มีอะไรบ้าง สุดยอดอย่างไร บางทีเราอาจกำลังใช้นวัตกรรมจากซัมซุงอยู่โดยไม่รู้ตัว อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
Pixar's Elemental เมื่อชาวดิน น้ำ ลมและไฟ ต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันDisney & Pixar’s Elemental เมืองอลวนธาตุอลเวง เรื่องโรแมนติกของวัยรุ่นต่างธาตุ เข้าฉาย 15 มิถุนายน 2023 SanookTVMovies
Read more »
กูรูฟันธงปี 66 ปีทองหุ้นกู้ - จังหวะสะสมหุ้นขนาดเล็ก'จัดพอร์ตลงทุนทำกำไร 2023' กูรู ฟันธงปีทอง'หุ้นกู้' รับยีลด์ไม่น้อยกว่า 5-6% จังหวะเหมาะเก็บ'หุ้นขนาดเล็ก' เติบโตสูง 'บลจ.ยูโอบี' มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 1800 จุด
Read more »
Samsung กวาด 46 รางวัลนวัตกรรม จากงาน CES 2023Samsung รับ 46 รางวัลนวัตกรรม จาก CES 2023 พร้อมได้รับเสียงชื่นชมต่อเทคโนโลยี เพื่อผู้บริโภค และร่วมสร้างสรรค์โลกที่มีสำนึกต่อ สิ่งแวดล้อม
Read more »
