COP30 ประเทศไหนส่งผู้แทนมากสุด ท่ามกลางการหายไปของสหรัฐฯ

Climate Change News

COP30 ประเทศไหนส่งผู้แทนมากสุด ท่ามกลางการหายไปของสหรัฐฯ
CLIMATE CENTERCOP30
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 339 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 146%
  • Publisher: 63%

การประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล กลายเป็นหนึ่งในเวทีสิ่งแวดล้อมใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผู้แทนกว่า 56,000 คนจาก 193 ประเทศเข้าร่วม ขณะที่สหรัฐฯ ผู้ปล่อยคาร์บอนสะสมสูงสุดในโลกไม่ส่งคณะเข้าร่วมเป็นครั้งแรก

ประเทศที่มีผู้แทนเข้าร่วมมากเป็นอันดับรองลงมาคือ จีน ไนจีเรีย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตามลำดับ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศ COP ที่สหรัฐฯ ประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสะสมสูงสุดในโลก ไม่ได้ส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ได้ลงนามในจดหมายถึงองค์การสหประชาชาติเพื่อเริ่มกระบวนการถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีสเป็นครั้งที่สอง แม้กระบวนการดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ทำเนียบขาวยืนยันเมื่อต้นเดือนนี้ว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง คนใดเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล สหรัฐฯ จึงเข้าร่วมรายชื่อประเทศที่ไม่ได้ลงทะเบียนผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ อัฟกานิสถาน เมียนมา และซานมารีโน ตามการวิเคราะห์ของ Carbon Brief โดยอ้างอิงรายชื่อผู้แทนชั่วคราวที่เผยแพร่โดยกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้จะมีบางประเทศไม่เข้าร่วม แต่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม COP30 มากกว่า 56,000 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจำนวนผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การประชุม COP ทั้งนี้ ก่อนการประชุมการเตรียมการประชุมเต็มไปด้วยรายงานปัญหาการขาดแคลนที่พักและราคาที่พักที่สูงลิ่ว ตามตัวเลขเบื้องต้น มีทั้งหมด 193 ประเทศและสหภาพยุโรปที่ลงทะเบียนส่งคณะผู้แทนเข้าร่วม จึงไม่น่าแปลกใจที่คณะผู้แทนที่ใหญ่ที่สุดมาจากเจ้าภาพบราซิล มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 3,805 คน ตามมาด้วยจีน ไนจีเรีย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตามลำดับ ปีนี้ยังมีจำนวนผู้แทน “ออนไลน์” มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านระบบเสมือนจริงมากกว่า 5,000 คนด้วยจำนวนผู้ลงทะเบียน 56,118 คน การประชุม COP30 ถือเป็นการประชุม COP ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจาก COP28 ที่ดูไบ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 80,000 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นของผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมในสถานที่จริง โดยในช่วง COP ที่ผ่านมา ตัวเลขสุดท้ายมักน้อยกว่าประมาณ 10,000 คน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ COP30 จะอยู่ในอันดับสี่ของการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม UNFCCC จะเผยแพร่ตัวเลขสุดท้ายหลังปิดการประชุม โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้ที่มารับบัตรจริงในสถานที่จัดงาน รายชื่อผู้เข้าร่วมที่จัดทำโดย UNFCCC แบ่งตามประเภทของกลุ่มและองค์กรที่เข้าร่วมการประชุม โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือคณะผู้แทนของประเทศสมาชิก ซึ่งได้แก่รัฐภาคีและสหภาพยุโรปที่ให้สัตยาบันในอนุสัญญาและมีสิทธิเข้าร่วมการเจรจาอย่างเต็มรูปแบบ กลุ่มนี้มีจำนวน 11,519 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากเป็นอันดับสี่รองจากสามครั้งก่อนหน้า เช่นเดียวกับ COP ในช่วงหลัง ๆ UNFCCC เผยแพร่ไฟล์สเปรดชีตรายชื่อผู้ลงทะเบียนทุกคน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน ขณะที่ในการประชุมก่อนหน้า บางประเทศและหน่วยงานของสหประชาชาติมักเสนอชื่อผู้เข้าร่วม “เกินโควตา” ซึ่งรายชื่อจะไม่ปรากฏในเอกสารทางการจากประเทศภาคีทั้งหมด 198 แห่ง มี 194 แห่งที่ลงทะเบียนเข้าร่วม COP30 ผู้ที่ขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดคือสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมทุกครั้งในประวัติศาสตร์ COP แม้ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งแรกก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้ว สหรัฐฯ จะส่งคณะผู้แทนราว 100 คน ทำให้มักเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในการประชุมแต่ละครั้ง ส่วนประเทศที่ไม่เข้าร่วมอื่น ๆ เช่น อัฟกานิสถาน เมียนมา และซานมารีโน มักมีการเข้าร่วมไม่สม่ำเสมออยู่แล้วในอดีต แม้จะมีรายงานว่าเป็นฝันร้ายด้านโลจิสติกส์ สำหรับการจัดประชุมในพื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอน แต่จำนวนประเทศที่ลงทะเบียนกลับไม่ลดลง นอกจากโรงแรมและบ้านพักในเมืองเบเลงแล้ว ยังมีการจัดเตียงในเรือสำราญ ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลง และโมเต็ล ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์บรรยายว่าโดยทั่วไปเป็นที่พักของคู่รัก รายงานระบุว่า ก่อนหน้านั้นหลายประเทศกำลังพัฒนาพิจารณาลดขนาดคณะผู้แทน โดยอาจส่งผู้แทนเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แม้จำนวนเฉลี่ยของคณะผู้แทนภาคีอยู่ที่ 59 คน ซึ่งน้อยกว่าสองครั้งก่อนหน้า แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยใน COP26 ที่กลาสโกว์ และ COP27 ที่ชาร์มเอลเช ประเทศเจ้าภาพบราซิลมีคณะผู้แทนใหญ่ที่สุด 3,805 คน ตามด้วยจีน และไนจีเรีย อีก 7 ประเทศที่ติดอันดับ 10 อันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ฝรั่งเศส ชาด ออสเตรเลีย แทนซาเนีย และญี่ปุ่น สหราชอาณาจักรอยู่ค่อนข้างต่ำในลำดับ โดยมีผู้แทน 210 คน ทั้งนี้ ควรสังเกตว่าบางประเทศ เช่น บราซิล แจกจ่ายบัตรภาคีบางส่วนให้กับองค์กร NGO ซึ่งอาจทำให้จำนวนคณะผู้แทนทางการดูสูงเกินจริง ขณะที่คณะผู้แทนที่เล็กที่สุดคือผู้แทนจากนิการากัว ซึ่งมีเพียงคนเดียว และมีอีก 5 ประเทศที่ส่งผู้แทนเพียง 2 คน ได้แก่ เกาหลีเหนือ ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ และสโลวาเกีย ก่อนการประชุม COP30 รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของลัตเวียให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่าประเทศได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะให้คณะผู้แทนเข้าร่วมผ่านวิดีโอคอล อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานว่าลัตเวียลงทะเบียนผู้แทนเข้าร่วมทางออนไลน์ โดยรวมแล้วมี 40 ประเทศที่ลงทะเบียนผู้แทนเสมือนจริง และส่วนใหญ่มีจำนวนไม่ถึง 10 คน ยกเว้นฟิลิปปินส์ คอสตาริกา และตุรกี รายชื่อผู้เข้าร่วมของ UNFCCC มักระบุคำนำหน้าชื่อ เช่น Mr, Ms, Sr หรือ Sra สำหรับผู้แทนแต่ละคน ซึ่งช่วยให้ Carbon Brief วิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในแต่ละคณะได้ ทั้งนี้ การระบุคำนำหน้าชื่อเป็นไปตามระบบของ UNFCCC ไม่ใช่การกำหนดโดย Carbon Brief เอง และ Carbon Brief ยอมรับว่าการแบ่งเพศแบบทวิลักษณ์ “ชาย” และ “หญิง” อาจไม่สะท้อนความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริงทั้งนี้ ตั้งแต่ COP28 ปีที่แล้ว UNFCCC เริ่มใช้คำนำหน้าชื่อที่ไม่ระบุเพศ เช่น Dr, Prof, Ambassador และ Honourable ซึ่งคิดเป็น 1% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมดใน COP30 ปีนี้มีคณะผู้แทนจาก 4 ประเทศที่เป็นผู้ชายทั้งหมด ได้แก่ ตูวาลู ไนเจอร์ เกาหลีเหนือ และนิการากัว ส่วนคณะผู้แทนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดมี 1 ประเทศ คือ นาอูรู หลังจากคณะผู้แทนภาคี กลุ่มผู้สังเกตการณ์ของการเจรจาถือเป็นกลุ่มใหญ่รองลงมา ในการประชุม COP30 มีผู้สังเกตการณ์มากกว่า 12,000 คน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน เช่น WWF, Ocean Conservancy และ WaterAid รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะทาง เช่น สมาพันธ์เกษตรกรโลก สมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซระหว่างประเทศ และสถาบันพลังงานนิวเคลียร์ปีนี้เป็นครั้งแรกที่กระบวนการลงทะเบียนของ UNFCCC เปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์เปิดเผยแหล่งเงินทุนโดยตรงที่ใช้ในการเข้าร่วม COP30 จากผู้สังเกตการณ์ NGO ทั้งหมด 11,300 คน มี 11% ที่ไม่เปิดเผยแหล่งเงินทุน ขณะที่ 57% ระบุว่าได้รับทุนจากองค์กร NGO และ 11% จากสถาบันการศึกษาและวิจัย นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์ยังได้รับเชิญให้ประกาศความสอดคล้องของการเข้าร่วมกับวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาและเป้าหมายของพิธีสารเกียวโตและความตกลงปารีส โดยมีผู้ตอบ “ใช่” ทั้งหมด 9,755 คน ส่วนอีก 1,545 คนไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวจากข้อมูลเบื้องต้น มีผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนลงทะเบียนเข้าร่วม COP30 ทั้งหมด 3,920 คน ซึ่งอาจทำให้การประชุมครั้งนี้เป็น COP ที่มีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับการระบุแหล่งทุนของผู้สังเกตการณ์ รายชื่อสื่อที่ลงทะเบียนมีความไม่สม่ำเสมอในการระบุชื่อองค์กร แต่จากการวิเคราะห์ของ Carbon Brief พบว่า สื่อบราซิลมีจำนวนผู้แทนมากที่สุด เช่น Empresa Brasil de Comunicação TV Cultura และ TV Liberal สำนักข่าวรายใหญ่ระดับโลกก็มีการเข้าร่วมอย่างหนาแน่นเช่นกัน ได้แก่ Reuters Bloomberg และ Associated Press สื่อชื่อดังอื่น ๆ ที่เข้าร่วม ได้แก่ Sky News BBC Financial Times Deutsche Welle The Guardian และ The New York Times นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ เช่น TikTok YouTube และ GB News ซึ่งเป็นช่องข่าวแนวขวาจัดของสหราชอาณาจักรที่เพิ่งเผยแพร่บทความวิจารณ์เรื่องไมล์การบินจำนวนมากของผู้เข้าร่วมประชุม COP30 .

ประเทศที่มีผู้แทนเข้าร่วมมากเป็นอันดับรองลงมาคือ จีน ไนจีเรีย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตามลำดับ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศ COP ที่สหรัฐฯ ประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสะสมสูงสุดในโลก ไม่ได้ส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ได้ลงนามในจดหมายถึงองค์การสหประชาชาติเพื่อเริ่มกระบวนการถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีสเป็นครั้งที่สอง แม้กระบวนการดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ทำเนียบขาวยืนยันเมื่อต้นเดือนนี้ว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง คนใดเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล สหรัฐฯ จึงเข้าร่วมรายชื่อประเทศที่ไม่ได้ลงทะเบียนผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ อัฟกานิสถาน เมียนมา และซานมารีโน ตามการวิเคราะห์ของ Carbon Brief โดยอ้างอิงรายชื่อผู้แทนชั่วคราวที่เผยแพร่โดยกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้จะมีบางประเทศไม่เข้าร่วม แต่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม COP30 มากกว่า 56,000 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจำนวนผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การประชุม COP ทั้งนี้ ก่อนการประชุมการเตรียมการประชุมเต็มไปด้วยรายงานปัญหาการขาดแคลนที่พักและราคาที่พักที่สูงลิ่ว ตามตัวเลขเบื้องต้น มีทั้งหมด 193 ประเทศและสหภาพยุโรปที่ลงทะเบียนส่งคณะผู้แทนเข้าร่วม จึงไม่น่าแปลกใจที่คณะผู้แทนที่ใหญ่ที่สุดมาจากเจ้าภาพบราซิล มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 3,805 คน ตามมาด้วยจีน ไนจีเรีย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตามลำดับ ปีนี้ยังมีจำนวนผู้แทน “ออนไลน์” มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านระบบเสมือนจริงมากกว่า 5,000 คนด้วยจำนวนผู้ลงทะเบียน 56,118 คน การประชุม COP30 ถือเป็นการประชุม COP ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจาก COP28 ที่ดูไบ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 80,000 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นของผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมในสถานที่จริง โดยในช่วง COP ที่ผ่านมา ตัวเลขสุดท้ายมักน้อยกว่าประมาณ 10,000 คน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ COP30 จะอยู่ในอันดับสี่ของการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม UNFCCC จะเผยแพร่ตัวเลขสุดท้ายหลังปิดการประชุม โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้ที่มารับบัตรจริงในสถานที่จัดงาน รายชื่อผู้เข้าร่วมที่จัดทำโดย UNFCCC แบ่งตามประเภทของกลุ่มและองค์กรที่เข้าร่วมการประชุม โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือคณะผู้แทนของประเทศสมาชิก ซึ่งได้แก่รัฐภาคีและสหภาพยุโรปที่ให้สัตยาบันในอนุสัญญาและมีสิทธิเข้าร่วมการเจรจาอย่างเต็มรูปแบบ กลุ่มนี้มีจำนวน 11,519 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากเป็นอันดับสี่รองจากสามครั้งก่อนหน้า เช่นเดียวกับ COP ในช่วงหลัง ๆ UNFCCC เผยแพร่ไฟล์สเปรดชีตรายชื่อผู้ลงทะเบียนทุกคน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน ขณะที่ในการประชุมก่อนหน้า บางประเทศและหน่วยงานของสหประชาชาติมักเสนอชื่อผู้เข้าร่วม “เกินโควตา” ซึ่งรายชื่อจะไม่ปรากฏในเอกสารทางการจากประเทศภาคีทั้งหมด 198 แห่ง มี 194 แห่งที่ลงทะเบียนเข้าร่วม COP30 ผู้ที่ขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดคือสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมทุกครั้งในประวัติศาสตร์ COP แม้ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งแรกก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้ว สหรัฐฯ จะส่งคณะผู้แทนราว 100 คน ทำให้มักเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในการประชุมแต่ละครั้ง ส่วนประเทศที่ไม่เข้าร่วมอื่น ๆ เช่น อัฟกานิสถาน เมียนมา และซานมารีโน มักมีการเข้าร่วมไม่สม่ำเสมออยู่แล้วในอดีต แม้จะมีรายงานว่าเป็นฝันร้ายด้านโลจิสติกส์ สำหรับการจัดประชุมในพื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอน แต่จำนวนประเทศที่ลงทะเบียนกลับไม่ลดลง นอกจากโรงแรมและบ้านพักในเมืองเบเลงแล้ว ยังมีการจัดเตียงในเรือสำราญ ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลง และโมเต็ล ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์บรรยายว่าโดยทั่วไปเป็นที่พักของคู่รัก รายงานระบุว่า ก่อนหน้านั้นหลายประเทศกำลังพัฒนาพิจารณาลดขนาดคณะผู้แทน โดยอาจส่งผู้แทนเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แม้จำนวนเฉลี่ยของคณะผู้แทนภาคีอยู่ที่ 59 คน ซึ่งน้อยกว่าสองครั้งก่อนหน้า แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยใน COP26 ที่กลาสโกว์ และ COP27 ที่ชาร์มเอลเช ประเทศเจ้าภาพบราซิลมีคณะผู้แทนใหญ่ที่สุด 3,805 คน ตามด้วยจีน และไนจีเรีย อีก 7 ประเทศที่ติดอันดับ 10 อันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ฝรั่งเศส ชาด ออสเตรเลีย แทนซาเนีย และญี่ปุ่น สหราชอาณาจักรอยู่ค่อนข้างต่ำในลำดับ โดยมีผู้แทน 210 คน ทั้งนี้ ควรสังเกตว่าบางประเทศ เช่น บราซิล แจกจ่ายบัตรภาคีบางส่วนให้กับองค์กร NGO ซึ่งอาจทำให้จำนวนคณะผู้แทนทางการดูสูงเกินจริง ขณะที่คณะผู้แทนที่เล็กที่สุดคือผู้แทนจากนิการากัว ซึ่งมีเพียงคนเดียว และมีอีก 5 ประเทศที่ส่งผู้แทนเพียง 2 คน ได้แก่ เกาหลีเหนือ ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ และสโลวาเกีย ก่อนการประชุม COP30 รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของลัตเวียให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่าประเทศได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะให้คณะผู้แทนเข้าร่วมผ่านวิดีโอคอล อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานว่าลัตเวียลงทะเบียนผู้แทนเข้าร่วมทางออนไลน์ โดยรวมแล้วมี 40 ประเทศที่ลงทะเบียนผู้แทนเสมือนจริง และส่วนใหญ่มีจำนวนไม่ถึง 10 คน ยกเว้นฟิลิปปินส์ คอสตาริกา และตุรกี รายชื่อผู้เข้าร่วมของ UNFCCC มักระบุคำนำหน้าชื่อ เช่น Mr, Ms, Sr หรือ Sra สำหรับผู้แทนแต่ละคน ซึ่งช่วยให้ Carbon Brief วิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในแต่ละคณะได้ ทั้งนี้ การระบุคำนำหน้าชื่อเป็นไปตามระบบของ UNFCCC ไม่ใช่การกำหนดโดย Carbon Brief เอง และ Carbon Brief ยอมรับว่าการแบ่งเพศแบบทวิลักษณ์ “ชาย” และ “หญิง” อาจไม่สะท้อนความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริงทั้งนี้ ตั้งแต่ COP28 ปีที่แล้ว UNFCCC เริ่มใช้คำนำหน้าชื่อที่ไม่ระบุเพศ เช่น Dr, Prof, Ambassador และ Honourable ซึ่งคิดเป็น 1% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมดใน COP30 ปีนี้มีคณะผู้แทนจาก 4 ประเทศที่เป็นผู้ชายทั้งหมด ได้แก่ ตูวาลู ไนเจอร์ เกาหลีเหนือ และนิการากัว ส่วนคณะผู้แทนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดมี 1 ประเทศ คือ นาอูรู หลังจากคณะผู้แทนภาคี กลุ่มผู้สังเกตการณ์ของการเจรจาถือเป็นกลุ่มใหญ่รองลงมา ในการประชุม COP30 มีผู้สังเกตการณ์มากกว่า 12,000 คน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน เช่น WWF, Ocean Conservancy และ WaterAid รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะทาง เช่น สมาพันธ์เกษตรกรโลก สมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซระหว่างประเทศ และสถาบันพลังงานนิวเคลียร์ปีนี้เป็นครั้งแรกที่กระบวนการลงทะเบียนของ UNFCCC เปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์เปิดเผยแหล่งเงินทุนโดยตรงที่ใช้ในการเข้าร่วม COP30 จากผู้สังเกตการณ์ NGO ทั้งหมด 11,300 คน มี 11% ที่ไม่เปิดเผยแหล่งเงินทุน ขณะที่ 57% ระบุว่าได้รับทุนจากองค์กร NGO และ 11% จากสถาบันการศึกษาและวิจัย นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์ยังได้รับเชิญให้ประกาศความสอดคล้องของการเข้าร่วมกับวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาและเป้าหมายของพิธีสารเกียวโตและความตกลงปารีส โดยมีผู้ตอบ “ใช่” ทั้งหมด 9,755 คน ส่วนอีก 1,545 คนไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวจากข้อมูลเบื้องต้น มีผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนลงทะเบียนเข้าร่วม COP30 ทั้งหมด 3,920 คน ซึ่งอาจทำให้การประชุมครั้งนี้เป็น COP ที่มีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับการระบุแหล่งทุนของผู้สังเกตการณ์ รายชื่อสื่อที่ลงทะเบียนมีความไม่สม่ำเสมอในการระบุชื่อองค์กร แต่จากการวิเคราะห์ของ Carbon Brief พบว่า สื่อบราซิลมีจำนวนผู้แทนมากที่สุด เช่น Empresa Brasil de Comunicação TV Cultura และ TV Liberal สำนักข่าวรายใหญ่ระดับโลกก็มีการเข้าร่วมอย่างหนาแน่นเช่นกัน ได้แก่ Reuters Bloomberg และ Associated Press สื่อชื่อดังอื่น ๆ ที่เข้าร่วม ได้แก่ Sky News BBC Financial Times Deutsche Welle The Guardian และ The New York Times นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ เช่น TikTok YouTube และ GB News ซึ่งเป็นช่องข่าวแนวขวาจัดของสหราชอาณาจักรที่เพิ่งเผยแพร่บทความวิจารณ์เรื่องไมล์การบินจำนวนมากของผู้เข้าร่วมประชุม COP30

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

CLIMATE CENTER COP30

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เดิมพันครั้งใหม่ของเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน COP30เดิมพันครั้งใหม่ของเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน COP30โพสทูเดย์เรียบเรียงรายละเอียดและความสำคัญของการประชุม COP30 ปีนี้ที่บราซิลว่ามีประเด็นใดที่ควรจับตา อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญ อนาคตของพลังงานสะอาด และสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการมากที่สุดบนเวทีนี้
Read more »

COP30: 'COP แห่งการปฏิบัติ' มุ่งเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นลงมือทำจริง ณ ใจกลางป่าแอมะซอนCOP30: 'COP แห่งการปฏิบัติ' มุ่งเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นลงมือทำจริง ณ ใจกลางป่าแอมะซอนการประชุม COP30 เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่เมืองเบเลง บราซิล โดยมีเป้าหมายหลักในการนำข้อตกลงปารีสไปปฏิบัติจริง เน้น 3 เสาหลัก: ปฏิบัติตามพันธสัญญา, ธรรมาภิบาลโลก, และประชาชนเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจ
Read more »

บราซิลแนะประเทศต่างๆ เดินตามจีนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP30บราซิลแนะประเทศต่างๆ เดินตามจีนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP30ประธาน COP30 แนะให้หลายประเทศเดินตามแนวทางของจีนในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนประเทศยากจนในการประชุม COP30 ที่กำลังจะเกิดขึ้น
Read more »

COP30: ประเทศกำลังพัฒนาต้องการเงินทุนมหาศาลเพื่อรับมือภัยพิบัติจากโลกร้อนCOP30: ประเทศกำลังพัฒนาต้องการเงินทุนมหาศาลเพื่อรับมือภัยพิบัติจากโลกร้อนการประชุม COP30 เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งหารือแนวทางในการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น
Read more »



Render Time: 2026-04-01 18:25:07