สิ่งนี้เป็นมากกว่าแผนงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนคู่มือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นพิมพ์เขียวที่จะนำไปสู่อนาคตของ กรุงศรี
สิ่งนี้เป็นมากกว่าแผนงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนคู่มือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นพิมพ์เขียว ที่จะนำไปสู่อนาคตของกรุงศรี ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับใน 3 ปีข้างหน้า แต่เรียกว่า ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ทศวรรษที่ 2 ของกรุงศรีด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด หรือ กรุงศรี ขับเคลื่อนธุรกิจโดยยึดในแผนธุรกิจระยะกลาง หรือ Medium-Term Business Plan ที่กำหนดขึ้น ซึ่งจะพิจารณาแนวโน้มและปัจจัยทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และภายในประเทศ รวมทั้งบริบทแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงโดยรอบเป็นตัวกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงาน โดยแผนธุรกิจระยะกลางแต่ละฉบับมีระยะเวลาการดำเนินการ 3 ปีที่ผ่านมา กรุงศรีได้ดำเนินงานภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางมาแล้ว 3 ฉบับ หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้ กรุงศรี และ MUFG เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกันในปี 2013 และควบรวมสาขาของ MUFG Bank กรุงเทพฯ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีในปี 2015 ในปีเดียวกันนั้น กรุงศรีได้เริ่มดำเนินงานภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับแรก โดยมีเป้าหมายที่จะเป็น Top-tier Financial Group หรือ “สถาบันการเงินชั้นนำในประเทศไทย” และเป้าหมายนั้นต่อเนื่องมาเป็นเป้าหมายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่ 2 ด้วย ช่วงระยะเวลา 6 ปี กรุงศรีดำเนินงานและขยายศักยภาพทางธุรกิจจนสามารถลดช่องว่างระหว่าง กรุงศรี และ ธนาคารในระดับ Top 4 ลงได้อย่างเห็นเด่นชัด และได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญต่อระบบในประเทศ นับได้ว่ากรุงศรีประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ต่อมาในแผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่ 3 เป็นปีที่กรุงศรีมุ่งขยายขอบเขตของตัวเอง รวมทั้งขยายการเติบโตไปในภูมิภาคอาเซียนอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายที่จะเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” และยังให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่ได้เห็นความร่วมมือของกรุงศรี และ MUFG ในการส่งผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนออกสู่ตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในหลายผลิตภัณฑ์ จนทำให้ปัจจุบันกรุงศรีอยู่ในฐานะผู้นำในด้าน ESG Financeบนแผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่ 4 เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษ “การเงินธนาคาร” ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กรุงศรีสามารถบรรลุเป้าหมายของแผนธุรกิจระยะกลางทั้ง 3 ฉบับ ได้ขยายศักยภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในไทยได้เป็นอย่างดี ความสำเร็จของผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาถือว่าโดดเด่นมาก กรุงศรีเติบโตด้วยรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจากราว 11.
8 พันล้านบาท ในปี 2013 ไปอยู่ที่ 32.9 พันล้านบาท ในปี 2023 หรือเติบโต 3 เท่า และ ณ สิ้นปี 2023 ROE อยู่ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เรายังคงรักษาความเป็นผู้นำในด้านคุณภาพสินทรัพย์อีกด้วย “ที่สำคัญ เราได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน D-SIBs และปัจจุบันกรุงศรียังเป็นธุรกิจต่างประเทศที่สำคัญของ MUFG” ยามาโตะ ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกรุงศรี จะเป็นผู้นำกรุงศรีเดินหน้าสู่แผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่ 4 ครอบคลุมปี 2024-2026 ด้วยประสบการณ์การทำงานและบทบาทที่สำคัญมากมายในสายการเงินและการธนาคารที่มีมามากกว่า 30 ปี “สิ่งนี้เป็นมากกว่าแผนงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนคู่มือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นพิมพ์เขียว ที่จะนำไปสู่อนาคตของกรุงศรี ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับใน 3 ปีข้างหน้า แต่เรียกว่ายังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ทศวรรษที่ 2 ของกรุงศรีที่มี MUFG ด้วย” ยามาโตะ เผยว่า ความสำคัญของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ที่เริ่มในปี 2024 เป้าหมายคือ การเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” ที่จะต่อยอดความสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกรุงศรีได้วางรากฐานและสร้างเครือข่ายอย่างครอบคลุมในอาเซียนพร้อมที่จะยืนหนึ่งในการเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาค” โดยการดำเนินงานของกรุงศรีจะยังคงสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายของ MUFG โดยทั้ง กรุงศรี และ MUFG จะร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ด้วย Brand Promise ของกรุงศรีที่ว่า ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน ที่ได้ถูกผนวกเข้ากับแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงินเท่านั้นแต่กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้นด้วย ความร่วมมือระหว่างกรุงศรีกับ บริษัทในเครือในต่างประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่จะขยายตลาดเข้าไปในอาเซียนแต่ในทางปฏิบัติแล้ว คือการผสานความร่วมมือระหว่างกัน ทั้ง กรุงศรี MUFG และบริษัทต่างประเทศเหล่านั้น เพื่อเป้าหมายในการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้นและตอบโจทย์ลูกค้า ได้อย่างครอบคลุมและ “การสร้างความยั่งยืน” ยามาโตะ กล่าวอีกว่า ภายใต้เป้าหมายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับนี้ กรุงศรีให้ความสำคัญกับ 2 Key Focuses คือ การเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาค และการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน 1. การเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาค กรุงศรีมีการวางรากฐานในอาเซียนอย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะส่งต่อคุณค่าจากเครือข่ายไปยังลูกค้า ดังนั้น บนเส้นทางสู่การเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคจะประกอบด้วย 2 เรื่องหลักคือ กรุงศรีได้ขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศมาต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงโอกาส ศักยภาพ และความพร้อมอย่างรอบด้าน ที่สำคัญกรุงศรียังมีโมเดลทางธุรกิจ ในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศแตกต่างจากสถาบันการเงินอื่นๆ ในไทย ที่ส่วนมากขยายธุรกิจไปในรูปแบบของการตั้งสาขา ขณะที่กรุงศรี เลือกใช้วิธีการหาบริษัทร่วมลงทุนหรือซื้อกิจการ และใช้ประสบการณ์พร้อมความเชี่ยวชาญของกรุงศรีที่มีในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคไปต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้กับกิจการในต่างประเทศ ปัจจุบัน กรุงศรีมีธุรกิจในต่างประเทศทั้งสิ้น 6 บริษัท กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และ สปป.ลาว หากรวมกับเครือข่ายของ MUFG ในอาเซียนด้วยแล้ว กรุงศรีจะมีเครือข่ายครอบคลุม 9 ใน 10 ประเทศของอาเซียน “กรุงศรีเป็นธนาคารไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมในอาเซียนมากที่สุด และจากความสำเร็จในการเข้าซื้อธุรกิจ 3 แห่งในปี 2023 ที่ผ่านมา ทำให้กรุงศรีมีขนาดสินเชื่อของธุรกิจต่างประเทศอยู่ที่ 105,000 ล้านบาท มีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านราย ใน 5 ประเทศ และมีพนักงานในต่างประเทศมากกว่า 24,570 คน” เมื่อปีที่แล้ว กรุงศรีได้เข้าซื้อกิจการ Home Credit ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้เล่นรายสำคัญและเป็นอันดับ 1 ในตลาดธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในทั้งสองประเทศ Home Credit Philippines มีลูกค้าอยู่ประมาณ 10 ล้านคน มีจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ และยังมีเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 10,000 ราย ขณะที่ Home Credit Indonesia มีฐานลูกค้าอยู่ราว 6.2 ล้านคน มีจุดให้บริการกว่า 22,000 แห่งทั่วประเทศ และมีเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 11,000 ราย “สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กรุงศรีมีเครือข่ายพร้อม มีจุดยืนทางการตลาดที่แข็งแกร่ง มีจุดแข็งที่ช่วยสร้างความแตกต่าง และมีความเป็นผู้นำ ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างกรุงศรี กับ บริษัทในเครือในต่างประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่จะขยายตลาดเข้าไปในอาเซียน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันคือการผสานความร่วมมือระหว่างกันทั้ง กรุงศรี MUFG และ บริษัทต่างประเทศเหล่านั้น เพื่อเป้าหมายในการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้น และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม” ณ สิ้นปี 2566 กรุงศรีมีรายได้จากธุรกิจต่างประเทศอยู่ที่ 14.32% ของรายได้รวมของกรุงศรี และคาดว่ารายได้จากธุรกิจต่างประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 25% จากฐานลูกค้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก รวมทั้งการเติบโตของ GDP ในตลาดต่างประเทศที่ค่อนข้างสูง กรุงศรีจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายในอาเซียนทั้งของกรุงศรี และ MUFG ช่วยสนับสนุนบริษัทไทยที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ โดยในปีนี้ทุกคนจะได้เห็นบทบาทที่ชัดเจนขึ้นของ Krungsri ASEAN LINK ที่ปรึกษาด้านธุรกิจสำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียน ซึ่งจะดึงเอาเครือข่ายที่มีในอาเซียน สร้างความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ในทางกลับกัน เพื่อสนับสนุนบริษัทต่างชาติที่สนใจมาลงทุนในไทย กรุงศรีสามารถคอนเนคกับลูกค้าต่างชาติในเครือ MUFG และให้บริการให้คำปรึกษากับบริษัทต่างชาติเหล่านั้น ซึ่งจุดนี้เป็นศักยภาพที่สำคัญที่ไม่ได้จะหาได้จากทุกธนาคาร นอกจากนี้ กรุงศรียังมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชันที่จะช่วยเชื่อมโยงความต้องการทั้งในด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ Krungsri Business Link แพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจที่จะทำให้การหาคู่ค้าและพันธมิตรในต่างประเทศได้ง่ายขึ้นและเป็นพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ Peer-to-Peer settlement network การสร้างเครือข่ายการชำระเงินระหว่างธนาคารพันธมิตรในเครือ MUFG ให้ทำธุรกรรมการชำระเงินระหว่างประเทศสะดวกขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลงหรือแม้กระทั่ง Krungsri Boarding Card และการใช้ QR Payment จ่ายเงินในประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งเป็นโซลูชันที่ทำให้การเดินทางในต่างประเทศสะดวก รวดเร็ว และง่ายมากขึ้น 2. การขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน การที่กรุงศรีจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องตระหนักถึงความสำคัญและมองเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างทั้งความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจของตัวเองและสังคมโดยรวมด้วย ดังนั้นภายใต้ เป้าหมายนี้จะประกอบด้วย 2 เรื่องหลักคือ โดยมี Market Share เป็นที่ 1 ทั้งในด้านสินเชื่อยานยนต์ บัตรเครดิต และธุรกรรมกับบริษัทญี่ปุ่น และเป็นที่ 4 ในกลุ่มลูกค้า SMEและที่ 5 ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ แม้ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า แรงขับเคลื่อนการเติบโตจะมาจากการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของกรุงศรียังคงมาจากธุรกิจภายในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้กรุงศรีสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน กรุงศรีจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลักคือ ดิจิทัล ดาต้า และ อีโคซิสเต็มและพันธมิตร ที่จะช่วยให้กรุงศรียังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจหลักได้ เมื่อปีที่แล้ว กรุงศรีได้เริ่มดำเนินโครงการ IT Transformation ที่ชื่อว่า Jupiter ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่มุ่งยกระดับระบบ Core Banking ของกรุงศรีให้มีความทันสมัย สามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โปรเจกต์นี้ยังส่งผลให้กรุงศรีมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้นสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในธุรกิจการธนาคารรวมถึงยังเป็นการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วยการประมวลผลข้อมูลได้อย่างเรียลไทม์ พัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มความปลอดภัยต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นด้วย สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” “กรุงศรีต้องใช้เวลาและเงินลงทุนสูงมากในการดำเนินงานในครั้งนี้ แต่เหตุผลที่ธนาคารพิจารณาและตัดสินใจยกระดับ IT Infrastructure ครั้งใหญ่ เพราะเชื่อมั่นว่า โปรเจ็กต์นี้จะไม่ได้เป็นแค่โปรเจ็กต์ด้านไอที แต่จะเป็น Transformation Project สำหรับทุกธุรกิจในเครือกรุงศรี ซึ่งกรุงศรีจะยังคงทุ่มเททำโปรเจ็กต์นี้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง” กรุงศรีได้มีการประกาศวิสัยทัศน์สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของธนาคาร ตั้งแต่ปี 2021 โดยตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารภายในปี 2030 และลดการปล่อยคาร์บอนจากการให้บริการทางการเงินทั้งหมดภายในปี 2050 และเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา กรุงศรีมียอดสินเชื่อเพื่อสังคมและความยั่งยืนเพิ่มขึ้น 71,000 ล้านบาท ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากที่สุด กรุงศรีซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่เป็นผู้นำและให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG อยากมีส่วนเข้าไปช่วยภาคธุรกิจและลูกค้าในการรับมือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับนี้ กรุงศรียังคงเดินหน้าในเรื่องความยั่งยืนอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และพร้อมช่วยสนับสนุนลูกค้าในการก้าวสู่ความยั่งยืน ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการส่งต่อความรู้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ กรุงศรีได้บูรณาการมิติด้าน ESG เข้ากับการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกระบวนการให้เหลือศูนย์ภายในปี 2030 ภายใต้โครงการ “Krungsri Race to Net Zero” ทำให้ในปี 2023 ที่ผ่านมา กรุงศรีปล่อยคาร์บอนอยู่ที่ 52,291 ตัน และจะขับเคลื่อนโครงการให้เข้มข้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารให้เหลือ 21,695 ตัน ภายในปี 2026 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ กรุงศรีให้ความสำคัญในเรื่อง Sustainable Finance อย่างจริงจัง ในปีที่ผ่านมา กรุงศรียังคงครองความเป็นผู้นำใน ด้าน ESG Finance สนับสนุนลูกค้าทั้งในด้าน Financial และ Non-Financial โดยมีบทบาทในการช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดการเงินของประเทศไทย ทั้งการร่วมสนับสนุนแนวทาง Thailand Taxonomy ของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยการจำแนกและจัดกลุ่มพอร์ตลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าในอุตสาหกรรมพลังงาน และการขนส่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะต้องเปลี่ยนผ่านเป็นอันดับแรก ยามาโตะกล่าวว่า กรุงศรีให้ความสำคัญอย่างจริงจังในเรื่อง ESG พร้อมจะใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มีในการช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ให้ลูกค้ามี Transition Plan ที่ชัดเจน และสามารถปรับตัวสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นรูปธรรม โดยสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและการลงมือทำ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ปรับพอร์ตของกรุงศรีให้เป็นไปตาม Thailand Taxonomy ไปพร้อมๆ กัน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ในระยะยาวจะส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนทั้งต่อลูกค้า ธนาคาร และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2024 กรุงศรียังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ โดยได้กำหนดเป้าหมายไว้ดังนี้ “ความตั้งใจอันแน่วแน่ของกรุงศรี คือ การขับเคลื่อนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ความมุ่งมั่นนี้ตอกย้ำให้กรุงศรีเป็น ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง” ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤษภาคม 2567 ฉบับที่ 505 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กรุงศรี เดินหน้าสนับสนุน สตาร์ทอัพ ดึงดูดนักลงทุน ระดับอาเซียนกรุงศรี ขยายความร่วมมือสตาร์ทอัพ ลาว เวียดนาม เตรียมจัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching เพิ่มโอกาสขยายธุรกิจ ดึงดูดนักลงทุน รุกสร้างระบบนิเวศตามกรอบ ESG พร้อมเชื่อมต่อโอกาสลงทุนในอาเซียน
Read more »
Golden Week จีน-ญี่ปุ่น เที่ยวไทยพุ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับการท่องเที่ยวไทยที่จะกลับมาเป็นแรงหนุนให้กับเศรษฐกิจในปี 2567 ทั้งด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายต่อคน โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า Agoda แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวลำดับต้นของโลก...
Read more »
'กรุงศรี' คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.50-37.00 หลังจ้างงานสหรัฐฯลดความร้อนแรง'กรุงศรี' คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.50-37.00 หลังจ้างงานสหรัฐฯลดความร้อนแรง กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.50-37.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 36.80 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 36.75-37.
Read more »
“กรุงศรี ฟินโนเวต” นำกองทุนฟินโนเวนเจอร์ ฟันด์ เข้าลงทุนใน “Doppio Tech” หนุนการสร้างบุคลากรสายเทค ดันไทยดิจิทัลฮับภูมิภาคกรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุนในเครือกรุงศรี นำกองทุน ฟินโนเวนเจอร์ ฟันด์ เข้าลงทุนใน บริษัท ด๊อปปิโอเทค จำกัด (Doppio Tech) บริษัทชั้นนำที่ให้บริการด้านบุคลากร Tech Outsourcing Services เพื่อสนับสนุนการสร้างบุคลากรสายเทคให้เติบโต เร่งสปีดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน คุณแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า...
Read more »
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน Doppio Tech สร้างบุคลากรสายเทค หนุนดิจิทัลฮับ“กรุงศรี ฟินโนเวต” นำกองทุนฟินโนเวนเจอร์ ฟันด์ เข้าลงทุนใน “Doppio Tech” หนุนการสร้างบุคลากรสายเทค เพื่อให้ประเทศไทยเป็นดิจิทัลฮับของภูมิภาค
Read more »
เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง จับมือ กรุงศรี นำนวัตกรรมเสริมแกร่งธุรกิจ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zeroเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง จับมือ กรุงศรี ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ นำนวัตกรรมเสริมแกร่งธุรกิจ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero
Read more »