AOT จัดงาน Dinner Talk แสดงศักยภาพสนามบินของไทย มุ่งพัฒนาขับเคลื่อนสู่อนาคต

United States News News

AOT จัดงาน Dinner Talk แสดงศักยภาพสนามบินของไทย มุ่งพัฒนาขับเคลื่อนสู่อนาคต
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 421 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 172%
  • Publisher: 63%

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงาน Dinner Talk “45 ปี AOT: ENHANCE THE FUTURE (45 ปี AOT: มุ่งมั่นพัฒนาขับเคลื่อนสู่อนาคต)” เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การดำเนินงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช...

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงาน Dinner Talk “45 ปี AOT: ENHANCE THE FUTURE ” เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การดำเนินงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการและสายการบิน รวมทั้งผู้บริหาร AOT ร่วมในงานฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้มีการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายมาตรการ VISA Free ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดียและไต้หวัน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในปีงบประมาณ 2567 ฟื้นตัวจนเกือบจะเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยมีผู้โดยสารรวม 81.

05 ล้านคน ฟื้นตัว 83.4% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 48.95 ล้านคน ฟื้นตัว 85.8% และผู้โดยสารภายในประเทศ 32.09 ล้านคน ฟื้นตัว 80% ขณะที่มีเที่ยวบินรวม 490,970 เที่ยวบิน ฟื้นตัว 80.9% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 274,410 เที่ยวบิน ฟื้นตัว 83.5% และเที่ยวบินภายในประเทศ 216,560 เที่ยวบิน ฟื้นตัว 77.9% โดย AOT ได้ประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ AOT ในอีก 5 ปี คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 170 ล้านคน และมีเที่ยวบินประมาณ 1 ล้านเที่ยวบิน และในอีก 10 ปี คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 210 ล้านคน และมีเที่ยวบินประมาณ 1.2 ล้านเที่ยวบิน ดร.กีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากประมาณการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่วางเป้าหมายผลักดันท่าอากาศยานของไทยให้ติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก และเพิ่มศักยภาพของสนามบินให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 150 ล้านคนต่อปี เพื่อก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน นอกจากนั้น นโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดเป้าหมายตามภารกิจโดยให้การเดินทางของประชาชนได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัยในทุกมิติ ดังนั้น AOT จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบัน AOT อยู่ระหว่างเร่งดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานให้มีความพร้อมรองรับการเดินทางในอนาคต โดยเฉพาะ ทสภ.ปัจจุบันมีผู้โดยสารมาใช้บริการมากที่สุดกว่า 40 ล้านคน อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก คาดว่าจะเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้อีก 81,000 ตารางเมตร และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการทางวิ่งเส้นที่ 3 ในช่วงปลายปี 2567 ทำให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น จาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง นอกจากนี้ AOT ได้วางแผนพัฒนา ทสภ.อย่างต่อเนื่องจนถึง Ultimate Phase โดยได้วางแผนดำเนินการก่อสร้างโครงการสำคัญต่างๆ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันตก โครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ และโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 เมื่อทุกโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่า ทสภ.จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี และรองรับเที่ยวบินได้ถึง 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง สำหรับ ทดม.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3 วงเงินงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีพื้นที่ให้บริการกว่า 166,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ 18 ล้านคนต่อปี และจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 และ 2 ให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ รองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้ 22 ล้านคนต่อปี มีพื้นที่ให้บริการกว่า 210,800 ตารางเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2573 นอกจากนี้ AOT ยังมีแผนจะปรับปรุงพื้นที่กว่า 21,000 ตารางเมตร เพื่อก่อสร้างอาคารรับรองพิเศษสำหรับเครื่องบินส่วนบุคคล รวมถึงกิจกรรมด้านการบินทั่วไป บริเวณด้านทิศใต้ของ ทดม.ด้วย ทางด้านภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ทภก.ปัจจุบันรองรับผู้โดยสารกว่า 13 ล้านคน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนา ทภก. ระยะที่ 2 วงเงินงบประมาณ 6.21 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี โดยจะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่อีกกว่า 177,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 สำหรับโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานอันดามัน บนพื้นที่ 7,300 ไร่ งบประมาณลงทุนประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับผู้โดยสาร 22.5 ล้านคนต่อปี ทางวิ่ง 2 เส้น สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 44 หลุมจอดโดยคาดว่าจะตั้งอยู่ในตำบลโคกกลอย และตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ห่างจาก ทภก. 23.4 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 26 นาที โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ตลอดจนกระบวนการจัดตั้งท่าอากาศยาน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี ส่วนภาคเหนือซึ่งมีผู้โดยสารหนาแน่นเช่นกัน AOT มีแผนจะเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานให้สามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนา ทชม. ระยะที่ 1 วงเงินงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ มีพื้นที่กว่า 95,000 ตารางเมตร รวมทั้งจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ทำให้มีพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 66,600 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ทชม.ในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น 20 ล้านคนต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 และสำหรับโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานล้านนา บนพื้นที่ 8,050 ไร่ งบประมาณลงทุนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี ทางวิ่ง 2 เส้น สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 38 หลุมจอดรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ 32,000 ตัน โดยคาดว่าจะตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ซึ่งห่างจาก ทชม. 22 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 32 นาที โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ตลอดจนกระบวนการจัดตั้งท่าอากาศยาน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี สำหรับการเข้าบริหารท่าอากาศยาน 3 แห่งของกรมท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ และท่าอากาศยานกระบี่ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 นั้น เมื่อสามารถเข้าบริหารได้แล้ว AOT มีแผนจะพัฒนาท่าอากาศยานอุดรธานีให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 3.4 ล้านคนต่อปี เพิ่มเป็น 6.5 ล้านคนต่อปี เที่ยวบินเพิ่มเป็น 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง มีวงเงินลงทุนประมาณ 3,500 ล้านบาท และจะพัฒนาท่าอากาศยานบุรีรัมย์ให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 780,000 คนต่อปี เพิ่มเป็น 2.8 ล้านคนต่อปี เที่ยวบินเพิ่มเป็น 25 เที่ยวบินต่อชั่วโมง วงเงินลงทุนประมาณ 460 ล้านบาท สำหรับท่าอากาศยานกระบี่จะพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 4 ล้านคนต่อปี เพิ่มเป็น 12 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินเพิ่มเป็น 31 เที่ยวบินต่อชั่วโมง วงเงินลงทุน 6,500 ล้านบาท นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายท่าอากาศยานไม่ให้เกิดภาพความหนาแน่น เพื่อสร้างความสะดวกสบาย รวดเร็วให้แก่ผู้โดยสาร ตลอดจนเสริมความพร้อมให้กับงานด้านการบริการของ AOT ได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว AOT ยังคำนึงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและการยกระดับการให้บริการ ของท่าอากาศยาน เพื่อก้าวเป็นท่าอากาศยานที่ดีในระดับสากล และทะยานสู่ 1 ใน 50 ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในปี 2568 AOT จึงมุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริการโดยจะเร่งดำเนินการปรับปรุง และพัฒนาพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ.และ ทภก.ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามมาตรฐานสนามบินสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังและความต้องการในการใช้บริการของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้นโดยเร็ว ซึ่งที่ ทสภ.จะเน้นเพิ่มพื้นที่ให้บริการกิจกรรมสันทนาการและความบันเทิง สนามเด็กเล่น พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่สำหรับนั่งทำงาน และ ทภก.จะมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับพักผ่อน เพิ่มเก้าอี้นั่งพักคอย สนามเด็กเล่น ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวก ถือเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจ เพื่อลดระยะเวลาในกระบวนการผู้โดยสาร ได้แก่ นำระบบ Automatic Border Control มาใช้ในการตรวจสอบตัวตนของผู้โดยสาร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการตรวจสอบที่มีความปลอดภัยสูงและรวดเร็ว สามารถอ่าน E-Passport ได้หลายสัญชาติ และเลือกได้หลายภาษา โดยที่ ทสภ.จะติดตั้งที่จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกจำนวน 72 จุด และจุดตรวจหนังสือขาเข้าจำนวน 16 จุด รวมถึงการจัดให้มีเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ เพื่อลดระยะเวลาในการรอคิวที่เคาน์เตอร์เช็กอิน และ ระบบ Biometric เพื่อระบุตัวตนผู้โดยสาร โดยใช้เทคโนโลยี Face Recognition ซึ่งหากผู้โดยสารยินยอมให้ระบบจดจำใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ผู้โดยสารเพียงแค่เดินผ่านเครื่องสแกนใบหน้าที่ติดตั้งบริเวณจุดตรวจเอกสาร และบริเวณทางออกประตูขึ้นเครื่องได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารหนังสือเดินทางใดๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สำหรับระบบหลังบ้านที่ใช้ในการบริหารจัดการร่วมกันของหน่วยงานที่ให้บริการในสนามบิน ทั้งในส่วนของสนามบิน สายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น ผู้ให้บริการการจราจรทางอากาศ โดย AOT ได้พัฒนาระบบการจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจร่วมกัน หรือเรียกว่า A-CDM โดยหลักการคือ จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการในท่าอากาศยานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การบริหารจัดการเที่ยวบินและทรัพยากรของสนามบินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความตรงต่อเวลาในการให้บริการ สามารถคาดการณ์และวางแผนการบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ AOT ยังใส่ใจกับคุณภาพการให้บริการ จึงมีระบบ Complaints and Suggestions Management เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้โดยสารและผู้เข้ามาเยี่ยมชมผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Sawasdee by AOT รวมถึงสื่อ Social media ที่นิยม เช่น Facebook Instagram และ Tiktok เป็นต้น โดยจะนำข้อคิดเห็นต่างๆ ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อไป ดร.กีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า AOT เชื่อมั่นว่าการใช้เทคโนโลยีในการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารดังกล่าว จะทำให้ภาพของการให้บริการสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา พบว่าเทคโนโลยีทำให้ระยะเวลาของกระบวนการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ลดลงจาก 42 นาที เหลือเพียง 30 นาที

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

FynnCorp Group ร่วมกับ Baramizi Consult จัด Talk & Networking Party เสริมศักยภาพโอกาสทางธุรกิจ เตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุนFynnCorp Group ร่วมกับ Baramizi Consult จัด Talk & Networking Party เสริมศักยภาพโอกาสทางธุรกิจ เตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุนFynnCorp Group กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน ร่วมกับ Baramizi Consult กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์และพัฒนาธุรกิจ จัดงาน Talk & Networking Party ในหัวข้อ Road to Capital Market พร้อมเชิญผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำร่วมงาน เพื่อเตรียมความพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง และเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ในการนำบริษัทเข้าระดมทุนรูปแบบต่างๆ...
Read more »

AOT เปิดเหตุผลขอคืนพื้นที่คิงเพาเวอร์ 1 พันตรม.ในสนามบินสุวรรณภูมิAOT เปิดเหตุผลขอคืนพื้นที่คิงเพาเวอร์ 1 พันตรม.ในสนามบินสุวรรณภูมิAOT เปิดเหตุผลขอคืนพื้นที่ 1 พันตรม.สนามบินสุวรรณภูมิจากคิงเพาเวอร์ ยอมรายได้ลดลงเดือนละ 1 ล้านบาท นำพื้นที่มาพัฒนา ตามคำแนะนำของ Skytrax รวมถึงพื้นที่บางส่วนในสนามบินภูเก็ต
Read more »

เตือนภัยคนหารายได้พิเศษ เพจ “AOT ปลอม” มิจฉาชีพแฝงตัวหลอกลงทุนเตือนภัยคนหารายได้พิเศษ เพจ “AOT ปลอม” มิจฉาชีพแฝงตัวหลอกลงทุนเตือนภัยให้ระวัง มิจฉาชีพเปิดแฟนเพจ “Thailand International Airport” หรือ AOT ปลอม ฝังลิงค์ให้กรอกหลอกให้คนหารายได้พิเศษเข้าไปลงทุน
Read more »

SET เคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่ แนะ “Selective Buy” ชู AOT และ ADVANCSET เคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่ แนะ “Selective Buy” ชู AOT และ ADVANCSET เคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่ จับตาตัวเลขดัชนี PCE ของสหรัฐ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AOT และ ADVANC
Read more »

หุ้นไทยอ่อนแอสุดในภูมิภาค ดิ่งเฉียด 7 จุด กลุ่ม EA ดิ่งหนัก 26% AOT-PTTEP-JMART ร่วงฉุดตลาดหุ้นไทยอ่อนแอสุดในภูมิภาค ดิ่งเฉียด 7 จุด กลุ่ม EA ดิ่งหนัก 26% AOT-PTTEP-JMART ร่วงฉุดตลาดหุ้นไทยอ่อนแอสุดสวนทางกับตลาดหุ้นภูมิภาค ดิ่งเฉียด 7 จุด กลุ่ม EA ดิ่งหนัก 26% AOT-PTTEP-JMART ร่วงฉุดตลาด 'นักวิเคราะห์' เผย เมืองยังคงไม่ชัดเจน
Read more »

“สุริยะ” มั่นใจอุตฯการบินไทยสู่ฮับการบินภูมิภาค โชว์ตัวเลขผดส. 5 เดือนแรกของปี เข้า–ออกสนามบินหลักกว่า 52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20.28%“สุริยะ” มั่นใจอุตฯการบินไทยสู่ฮับการบินภูมิภาค โชว์ตัวเลขผดส. 5 เดือนแรกของปี เข้า–ออกสนามบินหลักกว่า 52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20.28%นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวงาน Dinner Talk เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การดำเนินงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.
Read more »



Render Time: 2026-04-02 01:30:20