หัวหน้านักเทคโนโลยี AWS ชี้ AI กลายเป็นเรื่องปกติ องค์กรต้องใช้ AI ให้เร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำแนวโน้ม AI 5 อย่างที่กำลังมาแรง
“เอไอไม่ใช่ความได้เปรียบทาง การแข่งขัน อีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณยังไม่ใช้มัน แปลว่าคุณตามหลังคนอื่นไปแล้ว คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะใช้หรือไม่ แต่คือจะทำได้เร็วแค่ไหน” หัวหน้านัก เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส กล่าวในงานไคลน์เปิดการพูดด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่า เอไอไม่ใช่สิ่งที่ทำให้องค์กรหนึ่งได้เปรียบองค์กรอื่นอีกต่อไป เพราะทุกองค์กรต่างพากันนำเอไอมาใช้ ดังนั้น องค์กรใดที่ยังไม่ขยับตัว ถือว่า “ตกขบวนไปแล้ว” คำถามที่แท้จริงในตอนนี้จึงไม่ใช่ว่าจะใช้เอไอหรือไม่ แต่คือจะนำมาใช้ให้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพแค่ไหน เขาแนะนำว่า ควรมองเอไอเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่ง เหมือนที่มนุษย์เคยมีเครื่องมือใหม่ๆ มาช่วยเร่งการทำงานในแต่ละยุค ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวหรือมองข้าม วิธีใช้เอไอที่ได้ผลในองค์กรคือ การมอบงานให้เอไอ แล้วให้เอไอวางแผนเอง เรียกใช้เอไอตัวอื่นๆ ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน และปรับปรุงแผนจนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งอเมซอนก็ใช้เอไอในลักษณะนี้ตั้งแต่การจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงการออกแบบโฆษณาและการเขียนโค้ด โดยบริษัทอย่าง แอนโทรปิก (5 เทรนด์เอไอที่กำลังบุกโลกองค์กรในปี 2026 ไคลน์ชี้ว่ามี 5 แนวโน้มสำคัญที่กำลังขยายตัวเข้าสู่องค์กรอย่างรวดเร็ว และจะกลายเป็นเรื่องปกติในเร็วๆ นี้ 1.
โมเดลที่คิดก่อนลงมือ เอไอรุ่นใหม่มีความสามารถในการใช้เหตุผลก่อนตัดสินใจกระทำสิ่งใด ต่างจากในอดีตที่มักตอบสนองทันทีโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น 2. โมเดลที่เข้าใจหลายรูปแบบในคราวเดียว เอไอสมัยใหม่ไม่ได้ประมวลผลแค่ข้อความแล้ว แต่สามารถเข้าใจรูปภาพ วิดีโอ เสียงพูด และเอกสารได้พร้อมกัน การรวมความสามารถเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้เอไอ “เข้าใจโลก” ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น ไคลน์ยกตัวอย่างบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งที่นำเอไอมาใช้ในกระบวนการเคลมประกัน เดิมทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ลูกค้าต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาดูสภาพรถ กรอกเอกสาร และรอผลอนุมัติหลายวัน แต่ด้วยระบบใหม่ ลูกค้าเพียงถ่ายภาพและวิดีโอความเสียหาย โทรศัพท์อธิบายเหตุการณ์ แล้วอัปโหลดเอกสารกรมธรรม์ เอไอจะประมวลผลทั้งหมดพร้อมกัน ทั้งภาพ เสียง และตัวอักษร แล้วตัดสินใจว่าคำร้องนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งหากผ่านก็สามารถจ่ายค่าสินไหมได้ภายใน 10 นาที 3. เอไอที่ลงมือทำ ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม นี่คือก้าวกระโดดที่สำคัญที่สุด ไคลน์เน้นว่าอนาคตขององค์กรไม่ใช่ระบบแชทที่ตอบโต้ แต่คือ ตัวแทนเอไอที่เชื่อมต่อกับระบบงานจริงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูล ระบบบัญชี หรือระบบจัดการสินค้า แล้วลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างแท้จริง เช่น ส่งอีเมล อัปเดตข้อมูล หรือสั่งซื้อสินค้า อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ไม่ควรให้เอไอเข้าถึงทุกส่วนของระบบองค์กรโดยไม่มีการควบคุม ต้องกำหนดสิทธิ์และนโยบายให้ชัดเจนก่อนเสมอ4. ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกำลังเติบโตแรง โมเดลเอไอแบบโอเพนซอร์ส ซึ่งหมายถึงโมเดลที่เปิดให้ทุกคนนำไปใช้และพัฒนาต่อได้ฟรี กำลังขยายตัวและกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นหรือต้องการควบคุมข้อมูลของตัวเอง 5. โครงสร้างพื้นฐานต้องประหยัดพลังงานมากขึ้น การสร้างโมเดลเอไอขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้องสู่เอไอระดับสูงสุด ไคลน์เปรียบเทียบว่าการพยายามสร้างเอไอระดับ AGI หรือเอไอที่ฉลาดเท่ามนุษย์ด้วยการขยายโมเดลให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น เหมือนกับการพยายามเดินทางไปดาวอังคารด้วยการสร้างตึกให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะสร้างสูงแค่ไหนก็ไม่มีทางถึงไคลน์นำเสนอตัวเลขที่ทำให้เห็นภาพปัญหาการใช้พลังงานของเอไอ การสอนโมเดลเอไอยอดนิยมที่คนทั่วไปใช้กันอยู่เพียงครั้งเดียว ใช้ไฟฟ้าเทียบเท่าการดูสตรีมมิงต่อเนื่องนานถึง 1.6 ล้านชั่วโมง หรือเกือบ 50 ปีไม่หยุดพัก ซึ่งหมายถึง ต้นทุนมหาศาลและการปล่อยคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นตามด้วย ด้วยเหตุนี้ อเมซอนจึงลงทุนพัฒนาชิปประมวลผลของตัวเอง ได้แก่ Trainium สำหรับขั้นตอนการสอนเอไอ และ Graviton สำหรับการนำเอไอไปใช้งานจริง โดยทั้งสองชุดนี้ออกแบบมาเพื่อทำงานด้านเอไอโดยเฉพาะ ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าชิปทั่วไป “ถ้าคุณอยากไปดาวอังคาร การสร้างตึกให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่คำตอบ เพราะไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ไม่มีวันถึง เอไอก็เหมือนกัน การแค่เพิ่มขนาดโมเดลให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ทำให้เราได้เอไอที่ฉลาดอย่างแท้จริง เราต้องคิดหาวิธีใหม่ที่ฉลาดกว่านั้น” ไคลน์กล่าว ปัจจุบัน อเมซอนเพิ่มชิปทั้งสองประเภทนี้เข้าสู่ศูนย์ข้อมูลทุกวัน ในปริมาณที่มากกว่าชิปจาก Intel, AMD และ NVIDIA รวมกัน ไคลน์ระบุว่า อเมซอนต้องการเป็นบ้านของโมเดลเอไอทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นโมเดลเปิดหรือปิด โดยปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์หลักอย่างแอนโทรปิก ซึ่งโมเดลทั้งหมดทำงานบนชิปของอเมซอนและล่าสุดยังประกาศความร่วมมือเพิ่มเติมกับ โอเพนเอไอ (เหตุผลสำคัญที่ไคลน์เน้นเรื่องนี้คือ โมเดลที่ดีที่สุดในวันนี้ อาจถูกแซงหน้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ดังนั้น องค์กรต้องมีความยืดหยุ่นในการสลับใช้โมเดลได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด เขายกตัวอย่างว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีโมเดลใหม่ออกมาจำนวนมาก ทั้ง GPT-4, Gemini, Llama และอีกหลายตัว แต่โดยรวมแล้วโมเดลชั้นนำเหล่านี้กำลังบรรจบกันในแง่ความสามารถ ดังนั้นการเลือกโมเดลที่ใช้อยู่จึงไม่สำคัญเท่ากับการมีระบบที่ยืดหยุ่นพอจะเปลี่ยนได้เสมอไคลน์สาธิตให้เห็นว่าเอไอสามารถ “ใช้คอมพิวเตอร์ได้เหมือนมนุษย์” โดยมองเห็นหน้าจอและควบคุมเมาส์ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ฝ่ายไอทีสร้างการเชื่อมต่อระบบใหม่ก่อน เขาสาธิตสดให้เห็นว่าเอไอสามารถเปิดเบราว์เซอร์ พิมพ์ค้นหาสินค้า เลือกสินค้า และดำเนินการสั่งซื้อบนเว็บไซต์อเมซอนได้ครบทั้งกระบวนการ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องแตะต้องใดๆ เลย” ส่วนอเมซอนมีบริการของตัวเองชื่อ Nova Act ข้อดีคือ สามารถนำเอไอไปครอบทับระบบงานเก่าๆ ที่มีหน้าจอให้ใช้งานอยู่แล้วได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ดี ไคลน์ยอมรับว่าวิธีนี้ใช้กำลังประมวลผลสูงกว่าการเชื่อมต่อระบบโดยตรง จึงเหมาะเป็นทางออกระยะสั้น ส่วนระยะยาวควรวางระบบให้เอไอเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่างถูกต้องผ่านโปรโตคอลมาตรฐานModel Context Protocol หรือ MCP คือมาตรฐานการเชื่อมต่อที่ทำให้เอไอสามารถคุยกับซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ ไคลน์เปรียบเทียบว่ามันเหมือน USB-C ที่เป็นสายเชื่อมต่อมาตรฐานที่ต่อกับอุปกรณ์ได้ทุกชนิด โดยไม่ต้องซื้อสายใหม่สำหรับแต่ละอุปกรณ์ เขาสาธิตด้วยตัวอย่าง โดยใช้ MCP เชื่อมโมเดลเอไอ Claude เข้ากับซอฟต์แวร์สร้างภาพสามมิติที่ชื่อ Blender ซึ่งปกติต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางสูงมากในการใช้งาน ทั้งที่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์ แต่ด้วยการส่งรูปภาพให้เอไอ แล้วสั่งให้สร้างเป็นโมเดลสามมิติ เอไอก็สามารถควบคุมซอฟต์แวร์เบลนเดอร์ได้เองทั้งหมด ทั้งการเพิ่มต้นไม้ สร้างบ้าน ปรับขนาดชิ้นส่วนต่างๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องรู้วิธีใช้ซอฟต์แวร์เลยแม้แต่น้อย ไคลน์ชี้ว่า นี่คือพลังที่แท้จริงของ MCP ไม่ใช่แค่การโหลดข้อมูลให้เอไออ่าน แต่คือการให้เอไอควบคุมและใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีอยู่แล้วได้เสมือนผู้เชี่ยวชาญส่วนสุดท้ายของการพูด ไคลน์พาชมวิดีโอหุ่นยนต์ในคลังสินค้าอเมซอนที่วิ่งใต้ชั้นวาง ยกชั้นวางทั้งชั้น และขนย้ายสินค้าโดยทำงานร่วมกับพนักงานมนุษย์ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนมาก เพราะหุ่นยนต์ต้องปลอดภัยต่อมนุษย์ที่อยู่รอบข้าง “เอไอไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจออีกต่อไปแล้ว วันนี้เรามีหุ่นยนต์ที่รู้สึกได้ว่าของชิ้นที่จับอยู่นั้นแข็งหรือนุ่ม หนักหรือเบา เพื่อหยิบมันได้อย่างถูกต้อง นั่นแปลว่าเอไอกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ในโลกจริง ไม่ใช่แค่โลกดิจิทัลอีกต่อไป” ไคลน์ กล่าว เขายังอธิบายปัญหาการฝึกหุ่นยนต์ในโลกจริงที่ถูกจำกัดด้วยเวลาที่มีแค่ 24 ชั่วโมงต่อวัน และสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นก็มีจำกัด อเมซอนจึงใช้ซอฟต์แวร์จำลองโลกเสมือนของอินวิเดียที่ชื่อ Omniverse สร้างสภาพแวดล้อมคลังสินค้าจำลองที่สมจริง แล้วสร้างสถานการณ์หลากหลายนับล้านรูปแบบในหนึ่งวัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่มีคนผลักหุ่นยนต์ ของหกลงพื้น ไฟดับ หรือสภาพแวดล้อมแปลกๆ เพื่อให้หุ่นยนต์เรียนรู้การรับมือกับทุกสถานการณ์อย่างปลอดภัย” ที่ติดตั้งตัวรับสัมผัสไว้ที่ปลายนิ้ว เพื่อให้รู้สึกได้ว่าของชิ้นที่กำลังหยิบนั้นหนักหรือเบา แข็งหรือนุ่ม เพราะในคลังสินค้ามีสินค้านับล้านชนิดที่มีลักษณะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และสุดท้ายคือ หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ซึ่งอเมซอนเริ่มนำมาใช้ขนย้ายตะกร้าจัดเรียงสินค้า เหตุผลที่เลือกรูปร่างมนุษย์คือเพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานในพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับมนุษย์ได้ทันที โดยไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างคลังสินค้าใหม่ทั้งหมด ซึ่งประหยัดต้นทุนได้มหาศาล
AI Amazon Web Services เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลง การแข่งขัน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
AI ฝ่าฝืนคำสั่งมนุษย์พุ่ง 500% ใน 6 เดือน งานวิจัยอังกฤษชี้เกือบ 700 เหตุการณ์งานวิจัยรัฐบาลอังกฤษเผย AI ฝ่าฝืนคำสั่งมนุษย์พุ่ง 500% ใน 6 เดือน พบ AI ลบไฟล์ ต้านการปิดระบบ และ Grok โกหกผู้ใช้นานหลายเดือน มีเหตุการณ์จริงเกือบ 700 กรณี
Read more »
รักยิ้ม (RakYim) พบหมอฟัน-ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทยแบบออนไลน์!'รักยิ้ม' แอปฯ จากกรมอนามัย สะดวกกว่า! ตรวจฟันด้วย AI ปรึกษาทันตแพทย์ออนไลน์ และติดตามสุขภาพช่องปากทั้งครอบครัวได้ทุกที่ทุกเวลา
Read more »
ไมโครซอฟท์ ระส่ำ! ผู้บริหารพาเหรดลาออก เซ่นแผนปรับโครงสร้าง AIไมโครซอฟท์ เผชิญคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังหัวหน้าฝ่ายความหลากหลายประกาศลาออก สมทบกลุ่มผู้บริหารที่ตบเท้าแยกทางบริษัท เซ่นนโยบายปรับโครงสร้างรับยุค AI พร้อมมาตรการบังคับพนักงานคืนออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์ ทำจราจรซีแอตเทิลวิกฤต
Read more »
รู้จักชายที่ช้อนซื้อเหรียญ TAO ตั้งแต่ $12 ปั้นพอร์ตกวาดกำไร 6,291%สรุปข่าว Marcus Graichen เล็งเห็นเทรนด์ AI ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจึงตัดสินใจเข้าซื้อ TAO ในราคาเฉลี่ย $12-$15 ก่อนที่ราคาจะทะยานไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $767
Read more »
Apple หันมาใช้โมเดล App Store “ขาย AI” รื้อแผน Siri อีกรอบ ยอมเปิดระบบนิเวศ สวนทาง DNA เดิมจับตา WWDC 2026 Apple ปรับแผนพัฒนา AI ครั้งใหญ่อีกรอบ เปิดประตูให้ AI ภายนอกใช้งานได้ผ่าน Siri โฉมใหม่ ยอมถอยจากสนามโมเดล ปั้นแพลตฟอร์มทำเงินแทน
Read more »
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลัง โคคา-โคล่า หนุนร้านค้าปลีก-ส่งไทยรับมือยุค AIกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและพันธมิตร จับมือ โคคา-โคล่า ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกไทย ปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ด้วยการแบ่งปันความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงส่งเสริมการรีไซเคิล
Read more »
