Apple ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรเทคนิคการประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงที่ได้ฟังมากน้อยแค่ไหน โดยอาศัยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ตามจังห
วะเสียงเพลง ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่าการที่ผู้ใช้เต้นตามเพลง หรือโยกศีรษะเบาๆ หรือแม้กระทั่งกระทืบเท้าไปตามจังหวะ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้ใช้รู้สึกพอใจกับเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนั้น สาระสำคัญของสิทธิบัตรนี้เป็นการใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ และการตรวจจับเสียงเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟัง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานทั้ง 2 อย่างได้ภายในตัวเดียว เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง, หรืออุปกรณ์ MR หรืออาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับข้อมูลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นอย่างเป็นระบบก็ได้ เช่น สมาร์ทคอนแทคเลนส์ที่จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวศีรษะได้แต่ไม่อาจตรวจจับเสียงเพลงได้ เป็นต้น ในแง่วิธีตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ฟังนั้นก็ไม่จำกัดไว้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง อุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังนั้นอาจอาศัยเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวศีรษะของผู้ใช้ ในขณะที่อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจใช้ทั้งเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในตัว ร่วมกับการประมวลภาพในระหว่างที่กล้องถูกเปิดใช้งานเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลในภาพรวมทั้งตัวผู้ที่กำลังถืออุปกรณ์อยู่ด้วย เป้าหมายของการตรวจสอบว่าผู้ใช้มีการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับเสียงเพลงหรือไม่นั้นก็เพื่อนำไปต่อยอดใช้งานในการนำเสนอข้อมูล หรือสื่ออื่นๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งนำสมาร์ทโฟนออกมาบันทึกภาพหรือแพร่ภาพสดบรรยากาศในงานสังสรรค์ ระบบก็อาจแสดงภาพกราฟิกแบบ AR เพื่อโชว์ข้อมูลของเพลงและศิลปินเจ้าของเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังกันอยู่ในขณะนั้นก็ได้ ระบบตามสิทธิบัตรนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเพลงแต่ละเพลงนอกเหนือจากวิธีเดิม ซึ่งอาศัยการนับจำนวนครั้งที่เพลงถูกเล่น ประกอบกับการนับจำนวนการกดปุ่ม like หรือปุ่ม favorite ให้แก่เพลงนั้นโดยตรง นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการวัดระดับความชอบเสียงเพลงออกเป็นหลายระดับโดยประเมินจากความรวดเร็ว, ความถี่ และความรุนแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง เช่น เพลงไหนที่ผู้ใช้ขยับตัวตามเพลงตลอดเวลาที่เพลงเล่นก็แปลว่าชอบเพลงนั้นมากที่สุด ในขณะที่เพลงไหนมีการโยกตัวตามจังหวะแค่บางช่วงก็อาจถูกประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงนั้นน้อยกว่าหน่อย เป็นต้น.
วะเสียงเพลง ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่าการที่ผู้ใช้เต้นตามเพลง หรือโยกศีรษะเบาๆ หรือแม้กระทั่งกระทืบเท้าไปตามจังหวะ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้ใช้รู้สึกพอใจกับเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนั้น สาระสำคัญของสิทธิบัตรนี้เป็นการใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ และการตรวจจับเสียงเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟัง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานทั้ง 2 อย่างได้ภายในตัวเดียว เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง, หรืออุปกรณ์ MR หรืออาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับข้อมูลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นอย่างเป็นระบบก็ได้ เช่น สมาร์ทคอนแทคเลนส์ที่จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวศีรษะได้แต่ไม่อาจตรวจจับเสียงเพลงได้ เป็นต้น ในแง่วิธีตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ฟังนั้นก็ไม่จำกัดไว้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง อุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังนั้นอาจอาศัยเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวศีรษะของผู้ใช้ ในขณะที่อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจใช้ทั้งเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในตัว ร่วมกับการประมวลภาพในระหว่างที่กล้องถูกเปิดใช้งานเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลในภาพรวมทั้งตัวผู้ที่กำลังถืออุปกรณ์อยู่ด้วย เป้าหมายของการตรวจสอบว่าผู้ใช้มีการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับเสียงเพลงหรือไม่นั้นก็เพื่อนำไปต่อยอดใช้งานในการนำเสนอข้อมูล หรือสื่ออื่นๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งนำสมาร์ทโฟนออกมาบันทึกภาพหรือแพร่ภาพสดบรรยากาศในงานสังสรรค์ ระบบก็อาจแสดงภาพกราฟิกแบบ AR เพื่อโชว์ข้อมูลของเพลงและศิลปินเจ้าของเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังกันอยู่ในขณะนั้นก็ได้ ระบบตามสิทธิบัตรนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเพลงแต่ละเพลงนอกเหนือจากวิธีเดิม ซึ่งอาศัยการนับจำนวนครั้งที่เพลงถูกเล่น ประกอบกับการนับจำนวนการกดปุ่ม like หรือปุ่ม favorite ให้แก่เพลงนั้นโดยตรง นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการวัดระดับความชอบเสียงเพลงออกเป็นหลายระดับโดยประเมินจากความรวดเร็ว, ความถี่ และความรุนแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง เช่น เพลงไหนที่ผู้ใช้ขยับตัวตามเพลงตลอดเวลาที่เพลงเล่นก็แปลว่าชอบเพลงนั้นมากที่สุด ในขณะที่เพลงไหนมีการโยกตัวตามจังหวะแค่บางช่วงก็อาจถูกประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงนั้นน้อยกว่าหน่อย เป็นต้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Apple แนะนำให้อัปเดต iOS 16.0.1 หลังพบบั๊กใน iOS 16 ทำให้ iPhone 14 เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้เมื่อทำการ activate เครื่องApple ยืนยันว่าใน iOS 16 มีบั๊ทำให้เกิดปัญหาเชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้เมื่อทำการ activate เครื่อง iPhone 14 ใหม่ แนะนำให้อัปเป็น iOS 16.0.1 iPhone14 iOS1601 ข่าวไอที TechOffside ล้ำหน้าโชว์
Read more »
Apple คุมเข้ม Copy & Paste ใน iOS 16 จนน่าหงุดหงิดใจApple คุมเข้มประเด็น Copy & Paste ใน iOS 16 เพื่อ 'ความเป็นส่วนตัว' ในข้อมูลของผู้ใช้งานจนบางทีก็น่าหงุดหงิดใจ
Read more »
Apple ขอจดสิทธิบัตรเชื่อมต่อมือถือกับลิฟต์, ตู้ ATM กดใช้งานผ่านมือถือไม่ต้องกดปุ่มจริงApple ยื่นขอจดสิทธิบัตรใหม่ว่าด้วยการสร้างระบบเชื่อมต่อมือถือ (หรืออุปกรณ์พกพาอื่นซึ่งอาจเป็นแท็บเล็ต หรือนาฬิกา) เข้ากับระบบของอุปกรณ์อื่นท
Read more »
ลือ! Dynamic Island อาจใช้บน iPhone 15 ทุกรุ่นปีหน้า ไร้รุ่นรอยบากแล้ว แต่จอ 120Hz ยังมีแค่รุ่น Pro เหมือนเดิม !?ลือ! Dynamic Island อาจใช้บน iPhone 15 ทุกรุ่นปีหน้า ไร้รุ่นรอยบากแล้ว แต่จอ 120Hz ยังมีแค่รุ่น Pro เหมือนเดิม !? iphonedroid
Read more »
เรื่องราวเบื้องหลังสุดช้ำใจของ Steve Jobs ในวันที่ถูก 'บีบให้ออก' จาก Apple บริษัทที่ตัวเองสร้าง #beartaiสตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงบุคคลที่สร้างความก้าวหน้าให้กับวงการเทคโนโลยี เขาเป็นนวัตกรที่เฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple กับ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) จากที่ไม่มีอะไรเลยและช่วยทำให้มันเติบโตจนกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก แต่บุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Apple นี้ ช่วงหนึ่งเคยถูกบอร์ดบริหารบีบให้ออกจากบริษัทที่ตนเองสร้างขึ้นมาอย่างแสบสัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ร่วมสร้างอีกสองบริษัท หนึ่งในนั้นคือ Pixar สตูดิโอแอนิเมชันที่หลายคนชื่นชอบ และสุดท้ายเมื่อสถานการณ์ของ Apple ไม่ค่อยสู้ดี เขาก็กลับมาพลิกฟื้นสถานการณ์และทำให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง จุดเริ่มต้น ในปี 1976 สองสตีฟ – สตีฟ จอบส์ และสตีฟ วอซเนียก ร่วมกันสร้างบริษัทเทคโนโลยีชื่อว่า Apple ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในการสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนตัวคุณภาพสูง แต่หลังจากทำงานได้ 9 ปี เขาก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมา คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “บริษัทไล่คนที่สร้างบริษัทออกได้ยังไง?” คำตอบคือ “อำนาจไม่ได้อยู่ในมือของจอบส์ในตอนนั้น” เขาไม่ได้ถือตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเลย จนกระทั่งตอนที่กลับเข้ามาใหม่หลังจากที่ถูกไล่ออกไปแล้วนั่นแหละ ตอนที่จอบส์เริ่มก่อตั้งบริษัท Apple เขามีอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น นักลงทุนและนักธุรกิจหลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจที่จะลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีสร้างใหม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (ซึ่งย้อนกลับไปยุคนั้นก็เป็นอะไรที่คลุมเครือมาก ยังเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนไม่เข้าใจ) ถ้ามีซีอีโอเป็นหนุ่มหน้าใหม่วัย 20 ด้วยยิ่งทำให้การหาทุนและสร้างความน่าเชื่อถือลำบากเข้าไปอีก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Apple เลยว่าจ้างนักธุรกิจมากประสบการณ์คนหนึ่งชื่อว่า ไมเคิล สกอตต์ (Michael Scott) มาดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท แน่นอนว่าพอทำแบบนี้ปุ๊บ จอบส์สามารถเอาเวลาไปทุ่มเทเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับเรื่องการดูแลบริษัท แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้อำนาจการตัดสินใจในมือนั้นน้อยลงไปด้วย และแน่นอน… ทำให้เขาถูกไล่ออกได้ด้วย อย่างไรก็ตาม สกอตต์ก็ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน และเขาก็ไม่ได้เป็นคนไล่จอบส์ออกจาก Apple […]
Read more »
สื่อจวก Apple หากรักโลกจริง ไม่ควรเปิดตัว iPhone 14 เพราะแทบไม่มีอะไรใหม่ #beartaiApple โดนสื่อจวก! หากรักโลกจริง ไม่ควรเปิดตัว iPhone14 ที่ไม่มีอะไรใหม่! แม้จะมีแค่ฟีเจอร์ DynamicIsland ที่ช่วยยกระดับรอยบากนิดนึง เพราะ iPhone14 หนึ่งเครื่องจะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 61 กิโลกรัมตลอดอายุการใช้งาน กว่า 79% ระหว่างการผลิต beartai
Read more »
