Apple จดสิทธิบัตรการเช็คว่าคนชอบฟังเพลงไหน โดยตรวจจับการขยับตัวตามเสียงเพลง

United States News News

Apple จดสิทธิบัตรการเช็คว่าคนชอบฟังเพลงไหน โดยตรวจจับการขยับตัวตามเสียงเพลง
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 blognone
  • ⏱ Reading Time:
  • 99 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 43%
  • Publisher: 68%

Apple ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรเทคนิคการประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงที่ได้ฟังมากน้อยแค่ไหน โดยอาศัยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ตามจังห

วะเสียงเพลง ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่าการที่ผู้ใช้เต้นตามเพลง หรือโยกศีรษะเบาๆ หรือแม้กระทั่งกระทืบเท้าไปตามจังหวะ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้ใช้รู้สึกพอใจกับเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนั้น สาระสำคัญของสิทธิบัตรนี้เป็นการใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ และการตรวจจับเสียงเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟัง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานทั้ง 2 อย่างได้ภายในตัวเดียว เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง, หรืออุปกรณ์ MR หรืออาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับข้อมูลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นอย่างเป็นระบบก็ได้ เช่น สมาร์ทคอนแทคเลนส์ที่จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวศีรษะได้แต่ไม่อาจตรวจจับเสียงเพลงได้ เป็นต้น ในแง่วิธีตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ฟังนั้นก็ไม่จำกัดไว้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง อุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังนั้นอาจอาศัยเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวศีรษะของผู้ใช้ ในขณะที่อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจใช้ทั้งเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในตัว ร่วมกับการประมวลภาพในระหว่างที่กล้องถูกเปิดใช้งานเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลในภาพรวมทั้งตัวผู้ที่กำลังถืออุปกรณ์อยู่ด้วย เป้าหมายของการตรวจสอบว่าผู้ใช้มีการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับเสียงเพลงหรือไม่นั้นก็เพื่อนำไปต่อยอดใช้งานในการนำเสนอข้อมูล หรือสื่ออื่นๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งนำสมาร์ทโฟนออกมาบันทึกภาพหรือแพร่ภาพสดบรรยากาศในงานสังสรรค์ ระบบก็อาจแสดงภาพกราฟิกแบบ AR เพื่อโชว์ข้อมูลของเพลงและศิลปินเจ้าของเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังกันอยู่ในขณะนั้นก็ได้ ระบบตามสิทธิบัตรนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเพลงแต่ละเพลงนอกเหนือจากวิธีเดิม ซึ่งอาศัยการนับจำนวนครั้งที่เพลงถูกเล่น ประกอบกับการนับจำนวนการกดปุ่ม like หรือปุ่ม favorite ให้แก่เพลงนั้นโดยตรง นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการวัดระดับความชอบเสียงเพลงออกเป็นหลายระดับโดยประเมินจากความรวดเร็ว, ความถี่ และความรุนแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง เช่น เพลงไหนที่ผู้ใช้ขยับตัวตามเพลงตลอดเวลาที่เพลงเล่นก็แปลว่าชอบเพลงนั้นมากที่สุด ในขณะที่เพลงไหนมีการโยกตัวตามจังหวะแค่บางช่วงก็อาจถูกประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงนั้นน้อยกว่าหน่อย เป็นต้น.

วะเสียงเพลง ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่าการที่ผู้ใช้เต้นตามเพลง หรือโยกศีรษะเบาๆ หรือแม้กระทั่งกระทืบเท้าไปตามจังหวะ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้ใช้รู้สึกพอใจกับเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนั้น สาระสำคัญของสิทธิบัตรนี้เป็นการใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ และการตรวจจับเสียงเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟัง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานทั้ง 2 อย่างได้ภายในตัวเดียว เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง, หรืออุปกรณ์ MR หรืออาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับข้อมูลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นอย่างเป็นระบบก็ได้ เช่น สมาร์ทคอนแทคเลนส์ที่จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวศีรษะได้แต่ไม่อาจตรวจจับเสียงเพลงได้ เป็นต้น ในแง่วิธีตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ฟังนั้นก็ไม่จำกัดไว้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง อุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังนั้นอาจอาศัยเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวศีรษะของผู้ใช้ ในขณะที่อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจใช้ทั้งเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในตัว ร่วมกับการประมวลภาพในระหว่างที่กล้องถูกเปิดใช้งานเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลในภาพรวมทั้งตัวผู้ที่กำลังถืออุปกรณ์อยู่ด้วย เป้าหมายของการตรวจสอบว่าผู้ใช้มีการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับเสียงเพลงหรือไม่นั้นก็เพื่อนำไปต่อยอดใช้งานในการนำเสนอข้อมูล หรือสื่ออื่นๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งนำสมาร์ทโฟนออกมาบันทึกภาพหรือแพร่ภาพสดบรรยากาศในงานสังสรรค์ ระบบก็อาจแสดงภาพกราฟิกแบบ AR เพื่อโชว์ข้อมูลของเพลงและศิลปินเจ้าของเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังกันอยู่ในขณะนั้นก็ได้ ระบบตามสิทธิบัตรนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเพลงแต่ละเพลงนอกเหนือจากวิธีเดิม ซึ่งอาศัยการนับจำนวนครั้งที่เพลงถูกเล่น ประกอบกับการนับจำนวนการกดปุ่ม like หรือปุ่ม favorite ให้แก่เพลงนั้นโดยตรง นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการวัดระดับความชอบเสียงเพลงออกเป็นหลายระดับโดยประเมินจากความรวดเร็ว, ความถี่ และความรุนแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง เช่น เพลงไหนที่ผู้ใช้ขยับตัวตามเพลงตลอดเวลาที่เพลงเล่นก็แปลว่าชอบเพลงนั้นมากที่สุด ในขณะที่เพลงไหนมีการโยกตัวตามจังหวะแค่บางช่วงก็อาจถูกประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงนั้นน้อยกว่าหน่อย เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

blognone /  🏆 6. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

Apple แนะนำให้อัปเดต iOS 16.0.1 หลังพบบั๊กใน iOS 16 ทำให้ iPhone 14 เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้เมื่อทำการ activate เครื่องApple แนะนำให้อัปเดต iOS 16.0.1 หลังพบบั๊กใน iOS 16 ทำให้ iPhone 14 เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้เมื่อทำการ activate เครื่องApple ยืนยันว่าใน iOS 16 มีบั๊ทำให้เกิดปัญหาเชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้เมื่อทำการ activate เครื่อง iPhone 14 ใหม่ แนะนำให้อัปเป็น iOS 16.0.1 iPhone14 iOS1601 ข่าวไอที TechOffside ล้ำหน้าโชว์
Read more »

Apple คุมเข้ม Copy & Paste ใน iOS 16 จนน่าหงุดหงิดใจApple คุมเข้ม Copy & Paste ใน iOS 16 จนน่าหงุดหงิดใจApple คุมเข้มประเด็น Copy & Paste ใน iOS 16 เพื่อ 'ความเป็นส่วนตัว' ในข้อมูลของผู้ใช้งานจนบางทีก็น่าหงุดหงิดใจ
Read more »

Apple ขอจดสิทธิบัตรเชื่อมต่อมือถือกับลิฟต์, ตู้ ATM กดใช้งานผ่านมือถือไม่ต้องกดปุ่มจริงApple ขอจดสิทธิบัตรเชื่อมต่อมือถือกับลิฟต์, ตู้ ATM กดใช้งานผ่านมือถือไม่ต้องกดปุ่มจริงApple ยื่นขอจดสิทธิบัตรใหม่ว่าด้วยการสร้างระบบเชื่อมต่อมือถือ (หรืออุปกรณ์พกพาอื่นซึ่งอาจเป็นแท็บเล็ต หรือนาฬิกา) เข้ากับระบบของอุปกรณ์อื่นท
Read more »

ลือ! Dynamic Island อาจใช้บน iPhone 15 ทุกรุ่นปีหน้า ไร้รุ่นรอยบากแล้ว แต่จอ 120Hz ยังมีแค่รุ่น Pro เหมือนเดิม !?ลือ! Dynamic Island อาจใช้บน iPhone 15 ทุกรุ่นปีหน้า ไร้รุ่นรอยบากแล้ว แต่จอ 120Hz ยังมีแค่รุ่น Pro เหมือนเดิม !?ลือ! Dynamic Island อาจใช้บน iPhone 15 ทุกรุ่นปีหน้า ไร้รุ่นรอยบากแล้ว แต่จอ 120Hz ยังมีแค่รุ่น Pro เหมือนเดิม !? iphonedroid
Read more »

เรื่องราวเบื้องหลังสุดช้ำใจของ Steve Jobs ในวันที่ถูก 'บีบให้ออก' จาก Apple บริษัทที่ตัวเองสร้าง #beartaiเรื่องราวเบื้องหลังสุดช้ำใจของ Steve Jobs ในวันที่ถูก 'บีบให้ออก' จาก Apple บริษัทที่ตัวเองสร้าง #beartaiสตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงบุคคลที่สร้างความก้าวหน้าให้กับวงการเทคโนโลยี เขาเป็นนวัตกรที่เฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple กับ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) จากที่ไม่มีอะไรเลยและช่วยทำให้มันเติบโตจนกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก แต่บุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Apple นี้ ช่วงหนึ่งเคยถูกบอร์ดบริหารบีบให้ออกจากบริษัทที่ตนเองสร้างขึ้นมาอย่างแสบสัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ร่วมสร้างอีกสองบริษัท หนึ่งในนั้นคือ Pixar สตูดิโอแอนิเมชันที่หลายคนชื่นชอบ และสุดท้ายเมื่อสถานการณ์ของ Apple ไม่ค่อยสู้ดี เขาก็กลับมาพลิกฟื้นสถานการณ์และทำให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง จุดเริ่มต้น ในปี 1976 สองสตีฟ – สตีฟ จอบส์ และสตีฟ วอซเนียก ร่วมกันสร้างบริษัทเทคโนโลยีชื่อว่า Apple ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในการสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนตัวคุณภาพสูง แต่หลังจากทำงานได้ 9 ปี เขาก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมา คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “บริษัทไล่คนที่สร้างบริษัทออกได้ยังไง?” คำตอบคือ “อำนาจไม่ได้อยู่ในมือของจอบส์ในตอนนั้น” เขาไม่ได้ถือตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเลย จนกระทั่งตอนที่กลับเข้ามาใหม่หลังจากที่ถูกไล่ออกไปแล้วนั่นแหละ ตอนที่จอบส์เริ่มก่อตั้งบริษัท Apple เขามีอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น นักลงทุนและนักธุรกิจหลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจที่จะลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีสร้างใหม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (ซึ่งย้อนกลับไปยุคนั้นก็เป็นอะไรที่คลุมเครือมาก ยังเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนไม่เข้าใจ) ถ้ามีซีอีโอเป็นหนุ่มหน้าใหม่วัย 20 ด้วยยิ่งทำให้การหาทุนและสร้างความน่าเชื่อถือลำบากเข้าไปอีก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Apple เลยว่าจ้างนักธุรกิจมากประสบการณ์คนหนึ่งชื่อว่า ไมเคิล สกอตต์ (Michael Scott) มาดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท แน่นอนว่าพอทำแบบนี้ปุ๊บ จอบส์สามารถเอาเวลาไปทุ่มเทเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับเรื่องการดูแลบริษัท แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้อำนาจการตัดสินใจในมือนั้นน้อยลงไปด้วย และแน่นอน… ทำให้เขาถูกไล่ออกได้ด้วย อย่างไรก็ตาม สกอตต์ก็ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน และเขาก็ไม่ได้เป็นคนไล่จอบส์ออกจาก Apple […]
Read more »

สื่อจวก Apple หากรักโลกจริง ไม่ควรเปิดตัว iPhone 14 เพราะแทบไม่มีอะไรใหม่ #beartaiสื่อจวก Apple หากรักโลกจริง ไม่ควรเปิดตัว iPhone 14 เพราะแทบไม่มีอะไรใหม่ #beartaiApple โดนสื่อจวก! หากรักโลกจริง ไม่ควรเปิดตัว iPhone14 ที่ไม่มีอะไรใหม่! แม้จะมีแค่ฟีเจอร์ DynamicIsland ที่ช่วยยกระดับรอยบากนิดนึง เพราะ iPhone14 หนึ่งเครื่องจะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 61 กิโลกรัมตลอดอายุการใช้งาน กว่า 79% ระหว่างการผลิต beartai
Read more »



Render Time: 2026-04-02 01:17:15