เอกชนส่งเสียงรัฐบาลใหม่ จี้แก้เศรษฐกิจปากท้องพ้นหลุมดำ สารพัดปัญหารอขับเคลื่อน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อซบ สินค้าจีนท่วมตลาด หวังสานต่อเงินดิจิทัล เร่งเบิกจ่ายงบปี 67 ระดมทุนกองทุนวายุภักษ์ 1.5 แสนล้าน นักวิชาการฟันธงจีดีพีปี 67 โตได้แค่ 1.5%
กล่าวว่า อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ คือ นายกรัฐมนตรี ต้องมีความสามารถในการเป็นผู้นำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่รัฐมนตรีที่ดูแลนโยบายด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นธงนำหลักของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่ดีพอในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะทุกประเทศต่างแข่งขันด้วยการท่องเที่ยวเช่นกัน “กรณีที่คุณเศรษฐา ไม่ได้ไปต่อ มองว่าถ้านโยบายยกเว้นวีซ่า และ ผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ ที่เป็นเครื่องมือหลักผลักดันการท่องเที่ยวไม่ได้เปลี่ยนแปลง ก็คงไม่มีผลกระทบในภาพใหญ่”กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนโครงการดิจิทัล วอลเล็ตต่อเนื่อง ซึ่งมีความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพราะเวลานี้จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ประชาชนมีความกังวลถึงนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต อาจไม่เป็นไปตามกำหนดที่วางกรอบไว้ แต่ยังเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวไม่ล้มแน่นอน แต่อาจพิจารณาปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของการสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น เอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และแรงงาน ขณะที่หากมีแต่งตั้ง ครม.
ชุดใหม่แล้ว อยากให้ช่วยพิจารณามาตรการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ใน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น 2.มาตรการลดต้นทุนผู้ประกอบการและลดค่าครองชีพประชาชนและแรงงาน 3.มาตรการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนตํ่าของเอสเอ็มอีและการแก้ไขหนี้ทั้งระบบ 4. มาตรการยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการและแรงงานให้มีทักษะ สมรรถนะพร้อมแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างงาน 5.การแก้ไขปัญหา อุปสรรคของผู้ประกอบการด้านกฎหมาย กฎระเบียบภาครัฐให้อำนวยความสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงใช้ประโยชน์ได้ง่าย ลดค่าใช้จ่าย และ 6. ยุทธศาสตร์การค้า การลงทุนที่รองรับทุนข้ามชาติที่สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจร่วมกันดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าส่วนงานกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด กล่าวว่า ภาพทางการเมืองเป็นแค่การเปลี่ยนตัวบุคคล เพราะมีแคนดิเดตนายกฯคนใหม่แล้ว โอกาสที่จะดาวน์ไซซ์เศรษฐกิจน่าจะลดน้อยลง เพราะนโยบายเดิมไม่น่ากระทบ และน่าจะมีการสานต่อ “ดิจิทัล วอลเลต” ให้มีข้อสรุปในเดือน ธ.ค. 2567 “นโยบายเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่ต้องทำคือ ทำเรื่องเดิมนโยบายเดิมให้สำเร็จสักอย่างก่อน ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าตลาดจะให้ความสนใจใน 3ประเด็น คือ 1.บทสรุป “ดิจิทัล วอลเล็ต” 2.การระดมทุนผ่านกองทุนวายุภักษ์ 3.การขายหุ้นที่กระทรวงการคลังถือหุ้นเพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการสานต่อนโยบายที่ประกาศไปแล้วง่ายกว่าทำนโยบายใหม่”ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการ คือ เร่งฟื้นความเชื่อมั่นทั้งดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน และมาตรการดูแลคนมีรายได้น้อย เพราะที่ผ่านมาใช้เวลานานกับการรอ “ดิจิทัล วอลเล็ต”อาจจะไม่มีเลยสำหรับในปีนี้ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีมาตรการกระตุ้นระยะสั้นก่อนสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้มีงบประมาณแล้ว ส่วนผลกระทบด้านตลาดทุนนั้นนักลงทุนต่างชาติยัง wait & see เพราะยังดูไม่ออกว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องจับตา นักเศรษฐศาสตร์คงมองเรื่องงบประมาณ และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร จะมีความล่าช้าหรือไม่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย “สำหรับมุมมองต่อตัวเลขจีดีพีไทยในไตรมาส 2 ที่สภาพัฒน์จะประกาศในวันที่ 19 ส.ค. นี้ มองว่า มีโอกาสขยายตัวที่ 1.8% ถือว่าโตตํ่ากว่าคาด ซึ่งต้องอาศัยมาตรการภาครัฐในการกระตุ้น ทั้งนี้ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นพระเอกหลักในการขับเคลื่อนจีดีพีไตรมาสที่ 2 สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มแผ่ว ขณะที่ฟันธงว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยในอัตรา 0.25% ในรอบการประชุมวันที่ 21ส.ค.นี้ แม้ไม่หวังผลในเชิงกระตุ้น แต่เพื่อประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดลงไปมากกว่านี้ผู้บุกเบิกวงการอี-คอมเมิร์ซ และการตลาดดิจิทัลเมืองไทย กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญขณะนี้คือ การแก้ปัญหาทุนจีน โดยควรตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะจากเดิมต่างคนต่างทำ นอกจากนี้ควรผลักดันให้ภาครัฐมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ และตั้งรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีจริงๆ เข้ามาขับเคลื่อน ส่วนเรื่องดิจิทัล วอลเล็ตที่มีกระแสข่าวยกเลิกนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก โดยมองว่ารัฐบาลควรนำงบประมาณไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่า ทั้งนี้ไม่เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจหมุน 3-4 รอบ และหากดำเนินการต่อก็ไม่รู้ว่าใครทำ เนื่องจากงบประมาณน้อย และเวลาจำกัด ไม่รู้ว่าจะเสร็จทันหรือไม่กล่าวว่า จากการ เมืองไทยที่ไม่มีเสถียรภาพ และตกสุญญากาศมาเป็นระยะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ และกระทบความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุนของต่างชาติ คาดจะส่งผลให้ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 1.2-1.5% จากเดิมคาดการณ์จะขยายตัว 2.5-3.0% ซึ่งจะเป็นขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากปี 2566 เศรษฐกิจขยายตัว 1.9% และปี 2565 ขยายตัว 2.6% “คาดการณ์เศรษฐกิจ หรือจีดีพีไทยปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 1.2-1.5% ซึ่งแย่กว่าปีที่แล้ว เนื่องจากคนไม่มีกำลังซื้อ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศก็ถูกสินค้าจีนเข้าถล่มตลาด”นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า จะเกิดสุญญากาศโครงการของภาครัฐที่รอเรื่องเข้า ครม. ส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้วคาดว่านายกฯ และครม.ชุดใหม่น่าจะเดินหน้าต่อ ส่วนครม.มีมติมอบกระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินศึกษาความเป็นไปได้ ขยายระยะเวลาเช่าที่ดิน และเพิ่มโอกาสต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุด มองว่าน่าจะเดินต่อได้กล่าวว่า ต้องการให้ครม.ชุดใหม่สานต่อนโยบายเดิม โดยเฉพาะการกระตุ้นกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันการแก้ไขกฎหมายอ้างอิงสิทธิได้ถึง 99 ปี และเปิดให้ชาวต่างชาติถทอครองกรรมสิทธิห้องชุดได้ในสัดส่วน 75% นั้น ได้ผ่านการเห็นชอบชอบครม. แล้ว อยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ เชื่อว่าในเรื่องนี้ก็จะสามารถเดินต่อได้กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำ หากเป็นแผนระยะสั้นคือ การใส่เงินเข้าไปในระบบ ผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อฐานราก หรือโครงการ Easy E-Receipt เพื่อกระตุ้นคนในระดับกลางขึ้นไป ที่มีกำลังซื้อออกมาจับจ่าย ส่วนแผนระยะยาว คือต้องทำให้เกิดการลงทุน ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานตามมา และเมื่อเกิดการจ้างงานก็จะมีรายได้มาจับจ่าย “หลักการคือ ทำอย่างไรให้เกิดการลงทุน เพราะวันนี้เงินในระบบแห้งเหือดมากแล้ว รัฐบาลควรจะต้องใส่เงินเข้าสู่ระบบทันที และอยู่ในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ supply side ทั้งอสังหาฯ และรถยนต์อยู่ในช่วงขาลง เหลือเพียงการท่องเที่ยวที่ยังดี แต่มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้คนไทยออกมาเที่ยวและใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการคืนภาษีให้ หรือลดภาษีนำเข้าสินค้าลักชัวรี เพื่อให้คนไทยได้จับจ่ายแทนการบินไปซื้อในต่างประเทศ”
เอสเอ็มอี นายกรัฐมนตรี กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน กนง. ครม.ชุดใหม่ เงินดิจิทัล สินค้าจีน กองทุนวายุภักษ์ โจทย์ท้าทาย แพทองธาร ชินวัตร โหวตนายกฯ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
บุกค้นบ้าน 'เอก สายเต๊าะ' หลัง ไลฟ์สด ท้าทาย ขู่คุกคามชุดสืบนครบาล บุกค้นบ้าน 'เอก สายเต๊าะ' หลัง ไลฟ์สด ท้าทาย ขู่คุกคาม พร้อมโชว์อาวุธ ชาวบ้านออกมายกมือไหว้ขอบคุณ
Read more »
“ประเสริฐ” จ่อตั้งกองทุนดัน “ดิจิทัลสตาร์ทอัพ” พร้อมตามโครงการสำคัญเร่งเครื่องยนต์บูม ศก.“ก.ดีอี-ดีป้า” ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตรวจติดตามโครงการสำคัญตามแผนการขับเคลื่อน ศก.-สังคมดิจิทัลในเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เผยจ่อถกแนวทางการจัดตั้งกองทุนหนุน “ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย” พร้อมจัดตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลในพื้นที่เป้าหมาย ยันอุ้มสตาร์ทอัพรายเดิมด้วย เชื่อเสริมเครื่องยนต์บูม ศก.
Read more »
หนุ่มเมาคุยข่มยั่วยุ ท้าทายเพื่อนร่วมงาน อ้างเคยเป็นทหาร สุดท้ายโดนกระทืบสลบหนุ่มเมา คุยข่มเพื่อนร่วมงานในวงเหล้า บอกตัวเองเก่ง เคยเป็นสารวัตรทหารมาก่อน และยั่วยุ ท้าทาย ไม่เลิก ทำเพื่อนร่วมงานทนไม่ไหว กระทืบจนสลบ
Read more »
กก.บห.เพื่อไทย เคาะ อุ๊งอิ๊งค์ โหวตนายกฯ แพทองธาร ชื่นมื่นทานอาหาร เศรษฐาพินทองทา ชินวัตร โพสต์ไอจีสตอรี่ เปิดภาพ เศรษฐา แพทองธาร ร่วมรับประทานอาหารร่วมกันอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยืนยันตามมติที่ประชุมสส. เคาะชื่อ แพทองธาร เสนอที่ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี 16 ส.ค.
Read more »
ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 15 ส.ค.67-ประธาน ส.อ.ท.หวังเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ได้เร็ว ห่วงสุญญากาศการเมืองฉุด ศก. ด้านหอการค้าฯมอง 'เศรษฐา' หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น แนะเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐขับเคลื่อน ศก.
Read more »
“หอการค้า”ชี้“เศรษฐา”หลุดเก้าอี้กระทบศก.ระยะสั้น“หอการค้าฯ” มอง “เศรษฐา” หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น แนะเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐขับเคลื่อน ศก.ต่อเนื่อง “ส.อ.ท.” หวังเลือกนายกฯ ใหม่ได้เร็ว ห่วงสุญญากาศการเมืองฉุด ศก.
Read more »
