ภาวะเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกับการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการแพร่ระบาด COVID-19 มาถึงสงครามรัสเซียกับยูเครน เงินเฟ้อและดอกเบี้ยต่างเป็นขาขึ้น และอาจนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ส่งผลทำให้ตลาดหุ้นผันผวนและเป็นขาลง แต่ถ้านักลงทุนต้องการป้องกันความเสี่
ยงเพื่อให้พอร์ตลงทุนเสียหายน้อยที่สุด หุ้นกลุ่ม Defensive Stock น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในภาวะเช่นนี้ ถ้าเชื่อว่าจากนี้ไปตลาดหุ้นจะมีความผันผวนจากปัจจัยลบต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ยังต้องการลงทุนหุ้นต่อไป ก็ต้องมองหาหุ้นที่ทนทานกับสถานการณ์ต่าง ๆ นั่นคือ หุ้น Defensive Stock หรือ หุ้นปลอดภัย เพราะมีความทนทานในทุกสภาพตลาด ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นกลุ่ม Defensive Stock ทนทานต่อทุกสภาพตลาด เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง ธุรกิจเติบโตสม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่ำ และที่สำคัญสามารถจ่ายเงินปันผลได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ข้อเสีย คือ อาจเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตได้เรื่อย ๆ ไม่หวือหวา เมื่อเป็นหุ้นกลุ่มที่ทนต่อทุกสภาพตลาด จึงเหมาะกับการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเป็นขาลง เพราะเมื่อมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรงย่อมทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม เช่น ถ้าตลาดโดยรวมปรับลดลง 10% ราคาหุ้นกลุ่ม Defensive Stock อาจปรับลดลง 4% เป็นต้น ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้นปรับลดลง ไม่ใช่เพราะพื้นฐานการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลง แต่มาจากสถานการณ์โดยรวม หมายความว่า ธุรกิจยังมีความสามารถในการเติบโตต่อไป ไม่ได้ขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และสามารถจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ แม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซาหรือเข้าสู่ภาวะถดถอย และเนื่องจากหุ้นกลุ่ม Defensive Stock มีความผันผวนค่อนข้างต่ำ ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเช่นกัน เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มอื่น ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มีโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างของราคาไม่มากนัก ดังนั้น การลงทุนจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ เน้นรับเงินปันผล และควรลงทุนในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาลง เพราะราคาหุ้นจะปรับลดลงไม่มาก โดยเหตุผลที่หุ้นกลุ่ม Defensive Stock เหมาะกับการลงทุนในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง เพราะโดยธรรมชาติของตลาดหุ้นจะขึ้นอยู่กับการเติบโตและการคาดหวัง โดยหุ้นกลุ่มที่มีความคาดหวังมากจะเคลื่อนไหวและปรับตัวขึ้นลงมากกว่าหุ้นที่ไม่มีการคาดหวัง ซึ่งหุ้นกลุ่ม Defensive Stock เป็นหุ้นที่ไม่ได้มีการคาดหวังในแง่ของการเติบโตมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สามารถประเมินรายได้ได้ค่อนข้างแม่นยำ จึงลดทอนความตื่นเต้นหรือความคาดหวังของนักลงทุนลงไปได้พอสมควร และสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ควรคัดกรองด้วยวิธีการ ดังนี้ควรเลือกหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ เพราะมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีฐานะการเงินมั่นคง ผลกำไรเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ต่อเนื่อง จ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เป็นผู้นำตลาด ราคาหุ้นไม่ผันผวนมากนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมลงทุนจึงหาหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานได้ค่อนข้างยากเนื่องจากหุ้นกลุ่ม Defensive Stock เป็นหุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นโดยรวม จึงควรเลือกหุ้นที่มีความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับความผันผวนของดัชนีราคาหุ้นของตลาดต่ำ ด้วยการเลือกหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำปัจจัยหนึ่งที่ใช้ดูว่าหุ้นมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ คือ ภาระหนี้สินต่ำ จึงควรเลือกหุ้นที่ไม่มีภาระหนี้สินหรือมีหนี้สินต่ำ โดยเลือกหุ้นที่มีหนี้สินต่ำกว่าทุน เช่น ต่ำกว่า 1 เท่าหุ้นกลุ่ม Defensive Stock มักมีผลการดำเนินงานที่ดีและสม่ำเสมอ ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจแบบใดก็สามารถสร้างผลงานได้ดี เช่น ทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง 5 – 10 ปีติดต่อกัน เป็นต้นหุ้นกลุ่ม Defensive Stock เมื่อมีผลการดำเนินงานที่ดีและสม่ำเสมอก็มักจะจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอตามไปด้วย เพราะเงินปันผลเป็นกระแสเงินสดรับที่นักลงทุนต่างก็คาดหวัง ดังนั้น บริษัทที่ดีจึงควรมีการบริหารจัดการระหว่างการนำเงินไปลงทุนกับการจ่ายเงินปันผลได้อย่างเหมาะสม โดยนักลงทุนอาจพิจารณาหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล 10 ปีติดต่อกัน เป็นต้นคำว่าไม่แพงจนเกินไป คือ สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ไม่ควรเกิน 15 เท่า และราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชีของบริษัท ไม่ควรเกิน 1.
5 เท่า ซึ่งหุ้นกลุ่ม Defensive Stock ที่ดีต้องมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย ซึ่งนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวจากการลงทุนมักจะมองหาหุ้นที่มี Margin of Safety สูง ๆ โดยพิจารณาจากหุ้นที่ราคายังไม่แพงจนเกินไปหมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
