“เลขาฯกฤษฎีกา”เด้งรับลูกรัฐบาล ลุยตั้ง“วิษณุ-บวรศักดิ์”คุมปรับแก้กม.“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ชี้เป็นแผนเร่งด่วนที่ต้องทำภายใน 50 วัน เปรียบ “กฤษฎีกา” เหมือนพ่อครัวต้องทำตามโจทย์ให้ถูกใจลูกค้า ด้าน“อังคณา” แนะ “ทักษิณ” หยุดอ้างสิทธิส่วนบุคคล อย่าปิดบังเรื่องป่วย จี้ “กรมการแพทย์-รพ.
“เลขาฯกฤษฎีกา”เด้งรับลูกรัฐบาล ลุยตั้ง“วิษณุ-บวรศักดิ์”คุมปรับแก้กม.“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ชี้เป็นแผนเร่งด่วนที่ต้องทำภายใน 50 วัน เปรียบ “กฤษฎีกา” เหมือนพ่อครัวต้องทำตามโจทย์ให้ถูกใจลูกค้า ด้าน“อังคณา” แนะ “ทักษิณ” หยุดอ้างสิทธิส่วนบุคคล อย่าปิดบังเรื่องป่วย จี้ “กรมการแพทย์-รพ.
ตำรวจ” เปิดเผยข้อมูล ขณะที่ “เพื่อไทย” ยัน “ทักษิณ”ไม่ขาดคุณสมบัติเป็นผู้ช่วยหาเสียง แซะ “นักร้อง” รับผิดชอบ เรื่องไม่จริง ส่วนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ. “ทักษิณ” ขึ้นเวทีหาเสียง ขุดมุขเก่าอ้อนให้เลือก “สลักจฤฏดิ์” และทีมผู้สมัคร ส.อบจ.เพื่อไทย จะได้เป็นมือไม้ทำงานให้อีก 40 ปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.68 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานชุดดังกล่าว โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายธงทอง จันทรางศุ นายไพโรจน์ วายุภาพ เป็นต้น นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า เราเป็นเหมือนพ่อครัวที่คอยปรุงและใส่วัตถุดิบตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ถ้ามีบางอย่าง ที่เขาไม่ต้องการ และเราทักท้วง แต่เค้ายืนยันจะเป็นแบบนั้นก็ต้องตามใจลูกค้า และเรื่องนี้ต้องถามสังคมจะว่าอย่างไร ถึงจะมาทำให้สอดคล้องกับความต้องการ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เมื่อนโยบายมาแบบนี้ ส่วนเสียงเรียกร้องให้มีการทำประชามตินั้น เรื่องนี้เป็นนโยบาย กฤษฎีกาไม่เกี่ยวข้อง โดยเราพยายามทำให้กฎหมายครอบคลุมทุกมิติ ไม่ต่างกับการยกเรือสำราญที่มีทุกกิจกรรมมาไว้บนบก ซึ่งหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยหลักคือ กระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่น กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องเรื่องภาษีและคมนาคม ในเรื่องของเส้นทาง เมื่อถามว่าใช้กรอบเวลาดำเนินการนานแค่ไหน เลขากฤษฎีกา กล่าวว่า รัฐบาลบรรจุไว้ในแผนกฎหมายเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการภายใน 50 วัน และกฤษฎีกาพยายามทำให้ทัน ขณะนี้ประชุมสัปดาห์ละสองครั้ง คือวันอังคารและพฤหัส และพยายามหาวันว่างเพิ่มขึ้น เราต้องรีบทำ ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ได้ขอหลักฐานการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากโรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลตำรวจได้ส่งหนังสือกลับโดยปะหน้าเอกสาร ว่า ”ลับ ต้องระมัดระวังระเบียบการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ“ มองเรื่องนี้อย่างไร ว่า เรื่องของนายทักษิณนั้นไม่ควรเป็นเรื่อง เพราะในความเห็นส่วนตัว มองว่านายทักษิณเป็นผู้ใหญ่ และการเจ็บป่วยของบุคคลสาธารณะไม่ควรต้องปิดบังหากไม่ได้เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ตนได้พูดมาโดยตลอด อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ก็พูดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล นางอังคณา กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ สิทธิส่วนบุคคลต้องมาชั่งน้ำหนักกับประโยชน์สาธารณะ ซึ่งบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ อาจต้องยอมละ สิทธิส่วนบุคคลบางประการ เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งสาธารณะก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ เพราะเดี๋ยวนี้ต่อให้เป็นโรคร้ายแรง เช่นโรคมะเร็ง ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องน่าปิดบัง ซึ่งนายทักษิณก็เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นบุคคลสาธารณะ ก็น่าจะมีความเสียสละ ในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล บางประการเพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้เกิดความกังขาและให้เกิดความโปร่งใสต่อสังคมด้วย เมื่อถามว่าหลังจากนี้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง จะมีการเคลื่อนไหวในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ นางอังคณา กล่าวว่า กรรมาธิการของ สส. กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ โดยส่วนตัวมองว่า หากจะให้ตรวจสอบก็จะเสียเวลามาก แต่อยากจะบอกกับนายทักษิณว่า ในเมื่อสังคมพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด นายทักษิณก็ควรที่จะออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นความสง่างามด้วยซ้ำ สิ่งที่คนสงสัยก็คือ พอเข้าเรือนจำ นายทักษิณไม่ต้องนอนเรือนจำแม้แต่คืนเดียว คนอื่นยังต้องมีการตรวจสอบ แต่นายทักษิณได้รับการตรวจที่ไม่เหมือนกับคนอื่น ก็จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติได้ ที่สำคัญระหว่างที่อยู่โรงพยาบาล ไม่มีใครรู้ แต่พอครบกำหนดการพักโทษ เมื่อออกมานายทักษิณก็เหมือนคนธรรมดา ดูไม่เหมือนคนเคยเจ็บป่วยร้ายแรง ซึ่งเป็นธรรมดาที่สังคมจะต้องสงสัย และเรื่องของประโยชน์สาธารณะ เป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งกรมการแพทย์และโรงพยาบาลตำรวจก็ควรที่จะเปิดเผย และหยุดอ้างเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว เพราะ สิทธิความเป็นส่วนตัวเมื่อเทียบกับการปกป้องประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์สาธารณะต้องมาก่อน เพราะประโยชน์สาธารณะเกี่ยวข้องกับความไม่เลือกปฏิบัติ ส่วน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีบรรดานักร้องพากันมาร้องเรื่องคุณสมบัติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทยว่าขาดคุณสมบัติว่า พรรคเพื่อไทยมีฝ่ายกฎหมาย โดยเฉพาะที่ นายทักษิณ มาช่วยหาเสียง เราได้ศึกษาข้อกฎหมาย ระเบียบของ กกต. ครบถ้วน และ กกต. ไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติผู้ช่วยหาเสียง กำหนดแค่ว่า ผู้ช่วยหาเสียง ต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และไม่ได้กำหนดด้วยว่า ต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตที่ไปหาเสียงดัวย ดังนั้น นายทักษิณ ไม่ขาดคุณสมบัติ สิ่งที่เราตั้งข้อสังเกตเวทีโค้งสุดท้ายที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน เราขึ้นมาหลายเวทีและพูดก่อนหน้านั้นตั้งแต่เวทีอบจ.อุดรธานี อุบลราชธานี ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเป็นไปได้หรือสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ออกมาพูด แต่นี่ กกต. ยังไม่พูดอะไร ปราศรัยทุกทีมีแค่ผู้สมัครต้องระวังอะไรบ้าง อีกทั้งการหาเสียงรอบนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ก็เป็นการแข่งขันนโยบายต่อประชาชน ไม่หนักใจอะไร พรรคเพื่อไทยดูข้อกฎหมายเรียบร้อยแล้ว คุณสมบัติก็ไม่ได้มีกำกับไว้ นายทักษิณ มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ เมื่อถามว่า คิดว่าการมาปล่อยข่าวช่วงโค้งสุดท้ายต้องการอะไร นายอนุสรณ์ มองว่า กระแสผู้สมัครพรรคเพื่อไทยช่วงออกตัวออกสตาร์ทดี แต่ไม่ดีขนาดนี้ แต่พอผ่านไปหลายเวทีเห็นชัดเจนว่าผู้สมัครที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ผู้สมัครที่ไม่มีส่วนยึดโยงกับรัฐบาล กับผู้สมัครเพื่อไทยที่เป็นพรรครัฐบาล เวลาจะขับเคลื่อนนโยบายสามารถเชื่อมประสานการทำงานร่วมกันได้ หลายนโยบายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน สิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยพูดไว้สามารถทำได้ทุกอย่าง “พูดแล้วทำ” แม้บางอันจะมีอุปสรรคหรือมีคนตั้งข้อสังเกต แต่เราทำได้ จากนายกฯเศรษฐา นายกฯแพทองธาร ช่วงแรกอาจจะขลุกขลักแต่พอนโยบายเริ่มวิ่งได้ ทำให้เห็นว่าผลิดอกออกผล ประชาชนรู้ว่า นายทักษิณ กลับมาประเทศไทย สามารถตัดโจทย์แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตของประเทศ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นการ ดิสเครดิตกันหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นความพยายาม แต่ตอนนี้บ้านเมืองบอบช้ำมากจากการขัดแย้งในสังคม ผู้สมัครลงแข่งขันนายก อบจ. ก็นำเสนอนโยบายตนเอง สุดท้ายก็เป็นการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายที่ร้องก็เป็นสิทธิของท่าน ท่านมีสิทธิร้องก็ร้อง แต่หน้าที่ ในการวินิจฉัยต่างหากที่ กกต. จะเป็นผู้บอกว่าทำได้หรือไม่ได้ เมื่อถามว่า นักร้องจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ไปย้อนฟังคำปราศรัยหรือคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ เวลาโดนร้องมากๆ ว่า เสียเวลา เสียบรรยากาศ ทำลายบรรยากาศความสมานฉันท์ มองความเป็นจริงไม่มีมูลเหตุ ไม่มีข้อมูลก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนความเคลื่อนไหว การหาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. ล่าสุด ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ประชาชนจำนวนมาก ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เชียงราย ต่างพากันเดินทางไปรอฟังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดจะเดินทางไปปราศรัยสนับสนุนนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.เชียงราย ในนามพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครเป็นสมาชิก อบจ.เชียงราย โดยประชาชนหลายหมื่นคนต่างพากันเดินทางเข้าไปในสนามเพื่อหวังจะฟังการปราศรัยของนายทักษิณเป็นรอบที่ 2 หลังจากเคยเดินทางไปปราศรัยที่ จ.เชียงราย มาแล้วเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ในท้องที่ อ.เทิง อ.เชียงของ และ อ.แม่จัน เนื่องจากนางสลักจฤฎดิ์ ต้องแข่งขันอย่างหนักกับ นางอทิตาธร วันไชยธนะวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย ที่ประกาศลงสมัครในนามอิสระ และทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีฐานเสียงรวมถึงคะแนนเสียงที่มากทำให้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าใครจะได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายก อบจ.เชียงราย คนใหม่และในสภา อบจ.เชียงราย จะมีผู้ได้รับเลือกตั้งใน 36 เก้าอี้กี่คน อย่างไรก็ตาม การเดินทางของนายทักษิณต้องเลื่อนออกไปจากเดิมมีกำหนดจะไปถึงเวทีปราศรัยประมาณ 09.30 น.แต่ได้เลื่อนไปเป็น 11.25 น.ทำให้มีผู้ที่เกี่ยวข้องพากันปราศรัยไปก่อน เช่น น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ ฯลฯ ทั้งนี้หลังปราศรัยที่ อ.เมืองเชียงราย นายทักษิณ มีกำหนดจะเดินทางไปปราศรัยต่อที่สนามโรงเรียนพานพิเศษพิทยา อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งพื้นที่นี้เคยมีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดของกลางหลายรายการจากกลุ่มผู้สนับสนุนนางอทิตาธร เช่น เงินสด ใบปลิว เสื้อกั๊ก อบจ.เชียงราย ฯลฯ เพื่อนำส่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ทำให้มีกระแสว่าฝ่ายตรงกันข้ามจะมีการแถลงข่าวกรณีดังกล่าวในวันที่ 30 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ นายทักษิณ กล่าวว่า โดนไล่ 17 ปี กลับมานึกว่าเชียงรายตึกระฟ้าเต็มไปหมด แต่ปรากฎว่าเหมือนเก่าจึงจะกลับมาพัฒนาเชียงรายให้มีเงินใช้ มีคนสงสัยเหตุใดตนจึงเอาจริงจังกับ อบจ.สาเหตุเพราะฐานรากของบ้านเราสึกหรอไปเยอะไม่เหมือนเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง 2540 นักธุรกิจพังซึ่งพอซ่อมแซมได้แต่ปัจจุบันฐานรากคือประชาชนพังจึงซ่อมยาก ซึ่งตนเห็นว่า ท้องถิ่นมีความสำคัญโดยจะร่วมกันระหว่างรัฐบาล ท้องถิ่น ประชาชนเพื่อฟื้นฟูพัฒนาโดยมี อบจ.เป็นกำลังสำคัญ มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นน้องชาย สมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต่อมาเป็นรัฐมนตรี และประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่นางสลักจฤฎดิ์เป็นภรรยาของนายยงยุทธจึงจะเป็นมือไม้กัน ช่วยกันทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ พี่น้องมีปัญหาใดฝากจดหมายน้อยผ่านสมาชิก อบจ.มาถึงตนได้ นายทักษิณ กล่าวอีกว่าเดิมปัญหายาเสพติดหายไป ในปี 2568 นี้จึงต้องเอาให้เกลี้ยงภายในสิ้นปี รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย ขอให้พี่น้องประชาชนแจ้งข่าวสารด้วย หลังน้ำท่วมต้องค่อยๆ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีการสร้างสิ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว จีนกำลังพัฒนาเส้นทางคมนาคมผ่าน สปป.ลาว เราจึงต้องรองรับนักท่องเที่ยว กรณีปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้นขอให้ประชาชนอย่าเผาเพราะฟางข้าวทำให้เน่ากลายเป็นปุ๋ยที่ทำให้ผลผลิตปีถัดไปดีขึ้น “เดือน ก.ค.นี้ตนก็จะมีอายุ 76 ปีแล้วซึ่งถือว่าแก่มากแล้ว จึงอยากให้เลือก อบจ.ให้ตน เลือกนางสลักจฤฎดิ์เป็นนายก อบจ.และเลือกสมาชิก อบจ.เพื่อจะได้ทำงานให้ไปอีก 40 ปี เพื่อให้ตนได้มีมือไม้ในการทำงาน หากมีเรื่องใดก็ฝากจดหมายน้อยผ่าน ส.ส.หรือนายก อบจ.หรือสมาชิก อบจ.มาให้ตนได้” ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ถือว่ามีความพร้อมในเรื่องของการดำเนินการหาเสียง และที่ผ่านมาผู้สมัคร ก็มีผลงานเป็นที่ถูกอกถูกใจประชาชน ก็คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ เมื่อถามว่า จะมีแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย ไปช่วยหาเสียงอีกหรือไม่ นายประเสริฐ ตอบว่า เรื่องนี้ต้องดูที่แผนของผู้สมัครว่าได้ดำเนินการอย่างไร เมื่อถามถึง สนามเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่พรรคเพื่อไทยต้องการปักธงในอีกสนามหนึ่งเพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาเสียงอีกครั้งใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ใช่ เป็นเช่นนั้น ส่วนมีข้อร้องเรียนในช่วงนี้หรือไม่นั้น ข้อมูลด้านนี้พื้นที่จะทราบ แต่ในส่วนของพรรคมีการตั้งวอร์รูมรับสถานการณ์อยู่แล้ว พร้อมกับติดตามผลการนับคะแนนเพราะมีระบบโครงสร้างของพรรคที่ติดตามการเลือกตั้งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งออกมาในพื้นที่ก็จะมีการแถลงข่าว เมื่อถามว่ามั่นใจเท่าไรหากให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ นายประเสริฐ กล่าวว่าก็อยากจะพูดว่ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สถานบันเทิง ย.นนทบุรี แฉถ่ายรูปบัตรประชาชนขายเพจเฟซบุ๊กแฉสถานบันเทิงย่านนนทบุรีถ่ายรูปบัตรประชาชนลูกค้านำข้อมูลไปขายให้ธุรกิจสีเทา สถานบันเทิงปิดเพจและประกาศปิดกิจการ 5 วัน ตำรวจ สภ.บางใหญ่ สืบข้อเท็จจริง
Read more »
'ทักษิณ'ลั่นขอรับใช้ชาติ 20 ปี 'เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์'เกิดแน่'ทักษิณ' ร่วมดินเนอร์ทอล์ค '2 บิ๊กแบงค์' นั่งขนาบข้าง บรรดาเจ้าสัวร่วมโต๊ะกลม เผย 'เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' เกิดแน่ในสองปีรัฐบาล'แพทองทอง' นำร่อง'บิตคอยน์'ที่ภูเก็ต โวลดค่าไฟทำได้ ลั่นอยากเห็นความสามัคคีในประเทศ พร้อมเลี้ยงไวน์พวกขาประจำ...
Read more »
“เลขาฯกฤษฎีกา” เผย ถกนัดแรกแล้ว พิจารณา “ร่างพ.ร.บ.กาสิโน” รัฐบาลขีดเส้น 50 วัน โยน ฝ่ายบริหารตัดสินใจวันที่ 21 ม.ค.
Read more »
ขีดเส้น50วัน กม.กาสิโน“เลขาฯกฤษฎีกา” เผย ถกนัดแรกแล้ว พิจารณา “ร่างพ.ร.บ.กาสิโน” รัฐบาลขีดเส้น 50 วัน โยน ฝ่ายบริหารตัดสินใจ “ภูมิธรรม” ขอคนเห็นต่าง 'เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์' อย่าค้านทำกระบวนการล่าช้า “เพื่อไทย” โวยเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ 'อดีตเสื้อแดง' ปาของขึ้นเวที “ทักษิณ” ปราศรัย ส่วน “สนธิญา” บุกกกต.ร้อง “ทักษิณ” หาเสียงชิงนายกอบจ.
Read more »
“จุลพันธ์” เผยแจง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คกก.กฤษฎีกา คณะพิเศษแล้ว 1 ครั้ง บอกโพลค้านพนันออนไลน์ ไม่ใช่สถานบันเทิงครบวงจรวันที่ 27 ม.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.
Read more »
กฤษฎีกา หารือร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เรียกกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลังเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ….. หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะพิเศษเรียกประชุม 3-4 ครั้งแล้ว ส่วนใหญ่เรียกกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว
Read more »
