รัฐบาลเปิดเกมเศรษฐกิจ 3 มิติ เดินหน้า EV เกษตรอัจฉริยะ และดาต้าเซ็นเตอร์ หวังยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย สร้างงาน ดึงลงทุน ตอบโจทย์อนาคตอย่างยั่งยืน
แม้จะมีปัจจัยลบที่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น มุมมอง “Negative Outlook” จากหน่วยงานจัดอันดับ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมองเห็นโอกาสจากวิกฤต และกำลังเร่งเครื่องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยแผนระยะสั้น กลาง และยาว ที่เชื่อมโยงกันผ่านสามแกนสำคัญ ได้แก่ EV เกษตรอัจฉริยะ และดาต้าเซ็นเตอร์นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างชัดเจนถึงแนวทางผลักดัน EV ซึ่งไม่เพียงเป็นการตอบรับเทรนด์โลก แต่ยังเป็นการดึงดูดการลงทุน การสร้างงานใหม่ และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ที่ผ่านมา มีบริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนและตั้งสำนักงานมากขึ้นในภาคยานยนต์ โดยไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง EV ของภูมิภาค พร้อมขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับการผลิต แบตเตอรี่ และชาร์จพลังงานในประเทศ“แม้แต่การเกษตร เราก็ไม่ละเลย โดยจะส่งเสริมนวัตกรรมเข้าไป เช่น ใช้ตลาดนำ เทคโนโลยีเสริม เพื่อให้เกษตรกรทำงานน้อยลงแต่ได้ผลผลิตดีขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น”รัฐบาลเตรียมผลักดันการใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตร เพื่อช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มผลผลิต และเชื่อมโยงกับตลาดแบบทันสมัย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องเพิ่ม “รายได้” อย่างยั่งยืน พร้อมวางระบบตลาดนำการผลิตที่มีประสิทธิภาพ“เรามีการดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัล เซอร์วิส และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยสามารถดึงดูดเม็ดเงินกว่า 240,000 ล้านบาท” ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่เพียงแต่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง แต่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งในด้านบริการ ธุรกิจ AI ความมั่นคงทางข้อมูล และแพลตฟอร์มบริการระดับโลก การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นฐานของเทคโนโลยีอนาคตในภูมิภาคทั้ง EV, เกษตร, และดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ได้เดินแยกทางกัน แต่เสริมพลังกันอย่างเป็นระบบ เกษตรคือฐานราก EV คืออุตสาหกรรมใหม่ และดาต้าเซ็นเตอร์คือเครื่องมือขับเคลื่อนการจัดการและสร้างมูลค่า รัฐบาลเชื่อว่าสามมิตินี้จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 3-4% ต่อปี และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังประชาชนทุกกลุ่มจากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี สะท้อนถึงแนวทาง “Team Thailand” ที่ให้ความสำคัญกับการร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่รัฐคิดแล้วทำเอง แต่ทำให้เกิดกลไกที่ทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน บทพิสูจน์ของรัฐบาลในยุคนี้ คือการ “มองไกลและเดินจริง” ด้วยนโยบาย 3 มิติที่ไม่เพียงตอบโจทย์ระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานระยะยาวให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก จากเกษตรถึงเทคโนโลยี จากโรงงานถึงข้อมูล รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่เพียงฟื้นฟู แต่เป็นการออกแบบอนาคต ประเทศไทยอาจเจอแรงปะทะจากโลก แต่หากทิศทางยังมั่นคงอย่างในวันนี้ “เราจะไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้อย่างยั่งยืน”.
แม้จะมีปัจจัยลบที่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น มุมมอง “Negative Outlook” จากหน่วยงานจัดอันดับ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมองเห็นโอกาสจากวิกฤต และกำลังเร่งเครื่องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยแผนระยะสั้น กลาง และยาว ที่เชื่อมโยงกันผ่านสามแกนสำคัญ ได้แก่ EV เกษตรอัจฉริยะ และดาต้าเซ็นเตอร์นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างชัดเจนถึงแนวทางผลักดัน EV ซึ่งไม่เพียงเป็นการตอบรับเทรนด์โลก แต่ยังเป็นการดึงดูดการลงทุน การสร้างงานใหม่ และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ที่ผ่านมา มีบริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนและตั้งสำนักงานมากขึ้นในภาคยานยนต์ โดยไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง EV ของภูมิภาค พร้อมขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับการผลิต แบตเตอรี่ และชาร์จพลังงานในประเทศ“แม้แต่การเกษตร เราก็ไม่ละเลย โดยจะส่งเสริมนวัตกรรมเข้าไป เช่น ใช้ตลาดนำ เทคโนโลยีเสริม เพื่อให้เกษตรกรทำงานน้อยลงแต่ได้ผลผลิตดีขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น”รัฐบาลเตรียมผลักดันการใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตร เพื่อช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มผลผลิต และเชื่อมโยงกับตลาดแบบทันสมัย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องเพิ่ม “รายได้” อย่างยั่งยืน พร้อมวางระบบตลาดนำการผลิตที่มีประสิทธิภาพ“เรามีการดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัล เซอร์วิส และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยสามารถดึงดูดเม็ดเงินกว่า 240,000 ล้านบาท” ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่เพียงแต่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง แต่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งในด้านบริการ ธุรกิจ AI ความมั่นคงทางข้อมูล และแพลตฟอร์มบริการระดับโลก การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นฐานของเทคโนโลยีอนาคตในภูมิภาคทั้ง EV, เกษตร, และดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ได้เดินแยกทางกัน แต่เสริมพลังกันอย่างเป็นระบบ เกษตรคือฐานราก EV คืออุตสาหกรรมใหม่ และดาต้าเซ็นเตอร์คือเครื่องมือขับเคลื่อนการจัดการและสร้างมูลค่า รัฐบาลเชื่อว่าสามมิตินี้จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 3-4% ต่อปี และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังประชาชนทุกกลุ่มจากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี สะท้อนถึงแนวทาง “Team Thailand” ที่ให้ความสำคัญกับการร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่รัฐคิดแล้วทำเอง แต่ทำให้เกิดกลไกที่ทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน บทพิสูจน์ของรัฐบาลในยุคนี้ คือการ “มองไกลและเดินจริง” ด้วยนโยบาย 3 มิติที่ไม่เพียงตอบโจทย์ระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานระยะยาวให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก จากเกษตรถึงเทคโนโลยี จากโรงงานถึงข้อมูล รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่เพียงฟื้นฟู แต่เป็นการออกแบบอนาคต ประเทศไทยอาจเจอแรงปะทะจากโลก แต่หากทิศทางยังมั่นคงอย่างในวันนี้ “เราจะไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้อย่างยั่งยืน”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ตลาดบริการ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไทยโต 8% เอกชนแห่ใช้บริการ ลดค่าใช้จ่าย เข้าถึง Solution AIรายได้บริการ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไทยคาดว่าจะขยายตัว 8% ตามความต้องการใช้งานที่มากขึ้นในตลาดภาคการเงิน และค้าส่ง-ค้าปลีก
Read more »
“อัครา พรหมเผ่า” สั่งสำรวจโรงเรียนร้าง เนรมิตเป็นศูนย์ข้าวชุมชน“อัครา พรหมเผ่า” สั่ง ก.เกษตร – ท้องถิ่น สำรวจโรงเรียนร้าง สร้างเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ยกโรงเรียนบ้านโป่ง จ.พะเยา ต้นแบบของประเทศ
Read more »
ทีทีบีไดรฟ์ คว้ารางวัล “BEST EV FINANCE BRAND” 3 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมพัฒนาโซลูชันทางการเงินต่อเนื่องทีทีบีไดรฟ์ โดยทีเอ็มบีธนชาต ประกาศความสำเร็จ คว้ารางวัล BEST EV FINANCE BRAND 2025 หรือรางวัลสุดยอดแบรนด์สินเชื่อยานยนต์ EV ประจำปี 2568
Read more »
องค์กรห่วงโซ่อุตสาหกรรมปาล์มฯ ยื่น 4 กระทรวง ปรับสูตรไบโอดีเซล B7องค์กรห่วงโซ่อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแบบยั่งยืน ยื่น 4 กระทรวง “คลัง-พลังงาน-เกษตร-พาณิชย์” แก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ขอให้ปรับสูตรไบโอดีเซลเป็น B7 รัฐตั้งราคารับซื้อลายปาล์มสูงสุด
Read more »
ส่องยุทธศาสตร์ 'ปชน.' คัดผู้สมัคร-นโยบายใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง 70ส่องยุทธศาสตร์ 'พรรคประชาชน' เปิดหลักสูตร 'นักการเมืองประชาชน' คัดตัวแทนลงสนามเลือกตั้ง 70 พร้อมวางนโยบายตอบโจทย์ประชาธิปไตย เสรีภาพ และเศรษฐกิจใหม่
Read more »
ลุยแก้สภาพคล่อง SMEs ดันตั้งกองทุนแสนล้าน สู้วิกฤตจีนถล่มตลาดคัมแบ็กอีกครั้งสำหรับ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กับเก้าอี้ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย วาระปี 2568-2569 พร้อมกับสโลแกน “เพื่อนช่วยเพื่อน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย”
Read more »
