'โรคเกาต์เทียม-โรคเกาต์' เกิดจากสาเหตุใด-มีอาการอย่างไร-ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

United States News News

'โรคเกาต์เทียม-โรคเกาต์' เกิดจากสาเหตุใด-มีอาการอย่างไร-ใครคือกลุ่มเสี่ยง?
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 tnnthailand
  • ⏱ Reading Time:
  • 174 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 73%
  • Publisher: 59%

'โรคเกาต์เทียม-โรคเกาต์' เกิดจากสาเหตุใด-มีอาการอย่างไร-ใครคือกลุ่มเสี่ยง? โรคเกาต์เทียม โรคเกาต์ เกาต์ TNN TNNThailand TNNช่อง16 TNNONLINE

ข้อมูลจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ได้ระบุไว้ว่า โรคเกาต์ และโรคเกาต์เทียม เป็นชนิดของโรคข้ออักเสบ ซึ่งเกิดมีสาเหตุจากผลึกเกลือ ที่ก่อให้เกิดอาการปวด บวม ร้อนแดง ที่บริเวณข้อของร่างกาย เมื่อพิจารณาจากเฉพาะอาการปวดแล้วอาจไม่สามารถจำแนกชนิดของโรคได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคทั้งสองชนิดมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งหมายถึงภาวะที่ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือด สูงกว่าปกติ ทำให้เกิดการตกผลึกเกลือ"โมโนโซเดียมยูเรต" บริเวณข้อและเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย โดยเฉพาะระยางค์ส่วนปลาย เช่น มือ และ เท้า ทั้งอาจทำให้เกิดก้อนโทฟัส บริเวณข้อ เนื้อเยื่อผิวหนัง และท่อไตซึ่งอาจนําไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้ และการสะสมของผลึก MSU นี้ จัดเป็นสิ่งระคายเคืองต่อร่างกายที่จะกระตุ้นกระบวนการอักเสบ ทําให้เกิดภาวะข้ออักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการสะสมผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตดีไฮเดรท"calcium pyrophosphate dehydrate " โดยมักจะเกิดพยาธิสภาพขึ้นในข้อบริเวณใหญ่ๆ ของร่างกายและมักจะสะสมบริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อเท้านั้น ต่างจากโรคเกาต์ที่จะเกิดการตกผลึกเกลือ MSU ในบริเวณข้อและอวัยวะต่างๆ ได้หลายระบบ ผลึกเกลือชนิดดังกล่าวจะมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก่อให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบตามมาโดยโรคเกาต์จะก่อให้เกิดอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน บริเวณหัวมือเท้า ข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้าแรก หรือ podagra) นอกจากนั้นพบอาการปวดได้ที่บริเวณข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อเท้าและข้อนิ้วเท้า เป็นต้น ขณะที่โรคเกาต์เทียมมักจะก่อให้เกิดอาการปวดที่บริเวณข้อใหญ่ ๆ เช่น หัวเข่า ข้อเข่า ข้อมือ และข้อไหล่ เป็นต้นพบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย นอกจากนี้สามารถพบได้ในผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซั่มบางอย่าง เช่น ฮีโมโครมาโตซิส พาราธัยรอยด์ฮอร์โมนสูง แมกนีเซียมในเลือดต่ำ เป็นต้นโดยเจาะดูดน้ำไขข้อ และตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งหากเป็นโรคเกาต์จะพบผลึกเกลือชนิด MSU ซึ่งมีลักษณะรูปคล้ายเข็ม และหากเป็นโรคเกาต์เทียมจะพบเป็นผลึกเกลือชนิด CPPD ซึ่งมีลักษณะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเจาะน้ำไขข้อตรวจหาผลึกเกลือได้ สามารถพิจารณาความแตกต่างของโรคทั้งสองชนิดง่ายๆจากอาการปวด โดยผู้ป่วยโรคเกาต์มักมีอาการปวดเจ็บข้อแบบเฉียบพลันและเกิดขึ้นทันทีทันใดและหายภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ป่วยโรคเกาต์เทียม จะการเกิดข้ออักเสบแบบเริ่มปวดอย่างช้าๆ และอาจใช้เวลาหลาย วัน ก่อนที่จะมีเกิดอาการปวดเต็มที่ และปวดนานราว 5-12 วันในการรักษาโรคเกาต์ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงนั้นการรักษาจะใช้ยาที่มีฤทธิ์ลดระดับกรดยูริกในเลือด เช่น ยาอัลโลพูรินอล เป็นต้น ใช้ยาบรรเทาอาการปวดและอักเสบของข้อขณะเกิดอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน เช่น ยาคลอจิซีน กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และ กลุ่มยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นต้น ร่วมกับการใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่อักเสบ ขณะที่ในผู้ป่วยโรคเกาต์เทียม ซึ่งมีสาเหตุจากการสะสมผลึกเกลือ CPPD นั้นในปัจจุบันยังไม่มียาที่มีฤทธิ์ลดการสะสมผลึกเกลือ CPPD ดังนั้นในการรักษาโรคเกาต์เทียมนั้นจะใช้เฉพาะยาที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและอักเสบเท่านั้นขณะเกิดอาการปวดเท่านั้น โดยสามารถใช้ยาระงับปวดที่ใช้รักษาอาการปวดขณะเกิดข้ออักเสบเฉียบพลันชนิดเดียวกับโรคเกาต์ เช่น ยากลุ่ม NSIADs และยาคลอจิซีน เป็นต้นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงการสะสมผลึกเกลือยูเรต เช่น ควบคุมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงยาที่มีผลเพิ่มระดับกรดยูริกในเลือด เป็นต้น ขณะที่ในโรคเกาต์เทียมยังไม่มีวิธีที่ป้องกันสะสมผลึกเกลือ CPPD ได้ นอกจากแก้ไขที่สาเหตุของโรคที่ชักนำการสร้าง CPDD เช่น การรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น หากเกิดอาการปวดบ่อยๆ สามารถใช้ยาระงับปวดต้านอักเสบ เช่น ยาคลอจิซีน ยากลุ่ม NSAIDs ช่วยป้องกันการปวดอักเสบได้ นอกจากนั้นควรรักษาโรคเป็นสาเหตุของพยาธิสภาพโรคเกาต์เทียม เช่น ภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง และฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำ เป็นต้น.

ข้อมูลจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ได้ระบุไว้ว่า โรคเกาต์ และโรคเกาต์เทียม เป็นชนิดของโรคข้ออักเสบ ซึ่งเกิดมีสาเหตุจากผลึกเกลือ ที่ก่อให้เกิดอาการปวด บวม ร้อนแดง ที่บริเวณข้อของร่างกาย เมื่อพิจารณาจากเฉพาะอาการปวดแล้วอาจไม่สามารถจำแนกชนิดของโรคได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคทั้งสองชนิดมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งหมายถึงภาวะที่ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือด สูงกว่าปกติ ทำให้เกิดการตกผลึกเกลือ"โมโนโซเดียมยูเรต" บริเวณข้อและเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย โดยเฉพาะระยางค์ส่วนปลาย เช่น มือ และ เท้า ทั้งอาจทำให้เกิดก้อนโทฟัส บริเวณข้อ เนื้อเยื่อผิวหนัง และท่อไตซึ่งอาจนําไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้ และการสะสมของผลึก MSU นี้ จัดเป็นสิ่งระคายเคืองต่อร่างกายที่จะกระตุ้นกระบวนการอักเสบ ทําให้เกิดภาวะข้ออักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการสะสมผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตดีไฮเดรท"calcium pyrophosphate dehydrate " โดยมักจะเกิดพยาธิสภาพขึ้นในข้อบริเวณใหญ่ๆ ของร่างกายและมักจะสะสมบริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อเท้านั้น ต่างจากโรคเกาต์ที่จะเกิดการตกผลึกเกลือ MSU ในบริเวณข้อและอวัยวะต่างๆ ได้หลายระบบ ผลึกเกลือชนิดดังกล่าวจะมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก่อให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบตามมาโดยโรคเกาต์จะก่อให้เกิดอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน บริเวณหัวมือเท้า ข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้าแรก หรือ podagra) นอกจากนั้นพบอาการปวดได้ที่บริเวณข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อเท้าและข้อนิ้วเท้า เป็นต้น ขณะที่โรคเกาต์เทียมมักจะก่อให้เกิดอาการปวดที่บริเวณข้อใหญ่ ๆ เช่น หัวเข่า ข้อเข่า ข้อมือ และข้อไหล่ เป็นต้นพบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย นอกจากนี้สามารถพบได้ในผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซั่มบางอย่าง เช่น ฮีโมโครมาโตซิส พาราธัยรอยด์ฮอร์โมนสูง แมกนีเซียมในเลือดต่ำ เป็นต้นโดยเจาะดูดน้ำไขข้อ และตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งหากเป็นโรคเกาต์จะพบผลึกเกลือชนิด MSU ซึ่งมีลักษณะรูปคล้ายเข็ม และหากเป็นโรคเกาต์เทียมจะพบเป็นผลึกเกลือชนิด CPPD ซึ่งมีลักษณะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเจาะน้ำไขข้อตรวจหาผลึกเกลือได้ สามารถพิจารณาความแตกต่างของโรคทั้งสองชนิดง่ายๆจากอาการปวด โดยผู้ป่วยโรคเกาต์มักมีอาการปวดเจ็บข้อแบบเฉียบพลันและเกิดขึ้นทันทีทันใดและหายภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ป่วยโรคเกาต์เทียม จะการเกิดข้ออักเสบแบบเริ่มปวดอย่างช้าๆ และอาจใช้เวลาหลาย วัน ก่อนที่จะมีเกิดอาการปวดเต็มที่ และปวดนานราว 5-12 วันในการรักษาโรคเกาต์ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงนั้นการรักษาจะใช้ยาที่มีฤทธิ์ลดระดับกรดยูริกในเลือด เช่น ยาอัลโลพูรินอล เป็นต้น ใช้ยาบรรเทาอาการปวดและอักเสบของข้อขณะเกิดอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน เช่น ยาคลอจิซีน กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และ กลุ่มยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นต้น ร่วมกับการใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่อักเสบ ขณะที่ในผู้ป่วยโรคเกาต์เทียม ซึ่งมีสาเหตุจากการสะสมผลึกเกลือ CPPD นั้นในปัจจุบันยังไม่มียาที่มีฤทธิ์ลดการสะสมผลึกเกลือ CPPD ดังนั้นในการรักษาโรคเกาต์เทียมนั้นจะใช้เฉพาะยาที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและอักเสบเท่านั้นขณะเกิดอาการปวดเท่านั้น โดยสามารถใช้ยาระงับปวดที่ใช้รักษาอาการปวดขณะเกิดข้ออักเสบเฉียบพลันชนิดเดียวกับโรคเกาต์ เช่น ยากลุ่ม NSIADs และยาคลอจิซีน เป็นต้นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงการสะสมผลึกเกลือยูเรต เช่น ควบคุมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงยาที่มีผลเพิ่มระดับกรดยูริกในเลือด เป็นต้น ขณะที่ในโรคเกาต์เทียมยังไม่มีวิธีที่ป้องกันสะสมผลึกเกลือ CPPD ได้ นอกจากแก้ไขที่สาเหตุของโรคที่ชักนำการสร้าง CPDD เช่น การรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น หากเกิดอาการปวดบ่อยๆ สามารถใช้ยาระงับปวดต้านอักเสบ เช่น ยาคลอจิซีน ยากลุ่ม NSAIDs ช่วยป้องกันการปวดอักเสบได้ นอกจากนั้นควรรักษาโรคเป็นสาเหตุของพยาธิสภาพโรคเกาต์เทียม เช่น ภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง และฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำ เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

tnnthailand /  🏆 29. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

กำลังใจพรึ่บ! นายกฯ ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย สุขภาพใจยังดี งดลงพื้นที่ 5-7 วันกำลังใจพรึ่บ! นายกฯ ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย สุขภาพใจยังดี งดลงพื้นที่ 5-7 วันนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนได้เข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
Read more »

โรคเกาต์เทียม ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแต่ควบคุมได้โรคเกาต์เทียม ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแต่ควบคุมได้รู้จักกับ 'โรคเกาต์เทียม' ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แนะกลุ่มเสี่ยงเช็คลักษณะอาการหลังพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี นิ้วล็อค กำมือไม่ได้ เข้าข่ายคล้ายโรคดังกล่าว โรคเกาต์เทียม ฐานเศรษฐกิจ
Read more »

แพทย์เผย 'บิ๊กตู่' แข็งแรงดี แค่ 'มืออักเสบ' ไม่ต้องงดภารกิจสำคัญ กลับบ้านได้เร็วๆ นี้แพทย์เผย 'บิ๊กตู่' แข็งแรงดี แค่ 'มืออักเสบ' ไม่ต้องงดภารกิจสำคัญ กลับบ้านได้เร็วๆ นี้พล.ต.ธำรงโรจน์ เต็มอุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมคณะแพทย์ แถลงถึงอาการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังเข้ารับการรักษาอาการมือขวาอักเสบตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม
Read more »

ทำความรู้จัก 'เกาต์เทียม VS เกาต์แท้' ที่จริงแล้วเป็นยังไงกันแน่? | เดลินิวส์ทำความรู้จัก 'เกาต์เทียม VS เกาต์แท้' ที่จริงแล้วเป็นยังไงกันแน่? | เดลินิวส์ทำความรู้จักกับโรคคุ้นหูอย่าง 'โรคเกาต์' แต่อันที่จริงแล้วเคยรู้ไหมว่ามีทั้ง เกาต์เทียมVSเกาต์แท้ ที่แล้วแล้วแตกต่างกันอย่างไรกันแน่? เกาต์ เกาต์เทียม ประยุทธ์ เดลินิวส์
Read more »

'โรคเกาต์​เทียม' ภัยเงียบ 'สูงวัย' ปวดข้อ​ 'เฉียบพลัน​-เรื้อรัง'​'โรคเกาต์​เทียม' ภัยเงียบ 'สูงวัย' ปวดข้อ​ 'เฉียบพลัน​-เรื้อรัง'​'สูงวัย​' 60​ ปีขึ้น​ เสี่ยง​ 'โรคเกาต์เทียม'​ ภัยเงียบ 'โรคข้ออักเสบ' เกิดจากร่างกายสะสมผนึกเกลือซีพีพีดี แนะวิธีสังเกตอาการ มีทั้ง​ปวดข้อ​ 'เฉียบพลัน​-เรื้อรัง​'
Read more »



Render Time: 2026-04-02 16:45:15