'ปัจจุบัน พ่อแม่หลายคนเผชิญแรงกดดันในการเร่งพัฒนาลูก ทั้งเรื่องการเรียนและทักษะต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า 'การเล่นอิสระ' หรือ Free Play กลับเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเด็กที่หลายคนมองข้าม
พี่โรสเล่าถึง “แม่น้อย” ที่ทำงานเป็นทั้งแม่บ้าน และขายหมูปิ้งหน้าปากซอย ซึ่งพื้นฐานชอบเล่นกับลูกอยู่แล้ว และด้วยความที่เป็นแม่บ้านในมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก จึงได้เรียนรู้และเข้าใจความสำคัญของการเล่นอิสระมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ในการทำงานและการฝึกอบรมกับมูลนิธิ แม้จะต้องทำงานหนักตลอดทั้งวัน แม่น้อยก็ยังสามารถจัดสรรเวลาให้ลูกเล็กวัยเรียนได้เล่นในวิธีที่สร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหาอะไรมากมาย แต่ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากสิ่งรอบตัว หรือการเล่นกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในอาชีพของพ่อแม่ และชีวิตประจำวัน เช่น การทำขนมครกจริง ๆ ทำน้ำเต้าหู้ ทำหมูปิ้ง เล่นของเล่นในครัว หรือเอาลูกไปเล่นด้วยใกล้ ๆ กับรถเข็นขายหมูปิ้ง ซึ่งลูกจะได้เห็นและเรียนรู้กระบวนการทำงาน รวมถึงการใช้ทักษะในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ทั้งการทำอาหาร การนับเงิน การค้าขาย ซึ่งทำให้ลูกชอบค้าขาย มีทักษะในการจัดการเงินตั้งแต่ยังเด็ก และเห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กที่มีทักษะการคิดและวิเคราะห์สูง มีความรักและภาคภูมิใจในอาชีพพ่อแม่ เนื่องจากเขาได้เรียนรู้จากการเล่นในวิถีชีวิตจริง ๆ รวมถึงได้เห็นการทำงานของพ่อแม่ในการหารายได้และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีจุดมุ่งหมาย ทำให้เห็นว่า การเล่นอิสระกับวิถีชีวิตของพ่อแม่ สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ ทำให้เด็กค้นพบความชอบ ศักยภาพของตนเอง และมีเป้าหมายชีวิตได้ครอบครัวที่สองเป็นครอบครัวในกรุงเทพฯ ซึ่งแม่มีความตั้งใจดีอยากให้ลูกเรียนรู้ในทุกด้าน พยายามพาลูกไปเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระแสสังคม ซึ่งเธอมักโพสต์ภาพลูกขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ในขณะที่แม่ได้รับคำชมจากสังคมออนไลน์ แต่เธอกลับรู้สึกว่าลูกเริ่มมีภาวะเครียดและพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อแม่ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการเล่นอิสระผ่านโรงเรียนและผู้เชี่ยวชาญ เธอเริ่มตระหนักว่า การออกแบบกิจกรรมทุกอย่างให้ลูกเพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่นนั้น ทำให้เธอมองข้ามตัวตนที่แท้จริงและศักยภาพของลูก หลังจากนั้นจึงปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู หันมาให้ความสำคัญกับความสุขของลูกโดยเน้นการเล่นที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ การเล่นไม่ใช่กิจกรรมที่ต้องถ่ายรูปหรือสร้างภาพ แต่เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่และลูกได้ใช้ร่วมกันอย่างแท้จริง เช่น การเล่นกอด การเล่นต่อสู้ หรือการเล่านิทานร่วมกัน เมื่อพ่อแม่ใช้เวลาเล่นกับลูก ลูกกลับมามีความสุข ความเครียดลดลง และความสัมพันธ์ในครอบครัวก็กลับมาดีขึ้น การเล่นช่วยปลดล็อกความในใจเด็ก เสริมจินตนาการ ความมั่นใจ และสายใยรักในครอบครัว เรื่องราวของครอบครัวนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเล่นอิสระไม่ใช่แค่พัฒนาเด็ก แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัว และทำให้พ่อแม่ได้ค้นพบความต้องการที่แท้จริงของลูก ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการอวดภาพบนโลกโซเชียล แม่วิชาการ – ครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการเล่นที่ไม่เครียด และการพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ สำหรับครอบครัวที่สาม เป็นคุณครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในศรีสะเกษ ผู้ซึ่งเคยให้ความสำคัญกับวิชาการจนเต็มไปด้วยความกดดัน เธอจัดเวลาให้ลูกอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และสอบให้ได้คะแนนดี จนแทบไม่มีพื้นที่สำหรับการเล่นอิสระ เสียงสะอื้นของลูกที่ร้องไห้จากความเครียดกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากผ่านการอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการเล่น เธอเริ่มปรับสมดุลในชีวิตครอบครัว โดยเพิ่มเวลาให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ เธอเปลี่ยนจากการบังคับให้อ่านหนังสือเป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสนุก ๆ และจัดการเล่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น การเล่นกับเถาวัลย์ในทุ่งนา หรือมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติในชนบท คุณแม่ยังชวนคุณพ่อมีส่วนร่วมในกิจกรรมเล่นของลูก เมื่อเด็กได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่และธรรมชาติ ความผ่อนคลายและความสุขก็เริ่มกลับคืนมา สายสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้น และบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าผลการเรียนหรือคะแนนสอบ คือความสุขและการเติบโตอย่างสมดุลที่หล่อหลอมให้เด็กพร้อมสำหรับอนาคตที่สดใสในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ปัญหาเด็กติดโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวเผชิญ เรื่องราวของสองครอบครัวนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการเล่นอิสระ ที่สามารถช่วยเด็กให้กลับมามีชีวิตที่สมดุลและเปี่ยมด้วยความสุขอีกครั้ง เคสแรกเด็กชายวัย 6 ขวบในภาคเหนือกับการค้นพบความสุขนอกหน้าจอ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงานหนัก ทิ้งเขาไว้กับปู่ย่า ด้วยความหวังดี ปู่ย่าจึงใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือสร้างความสงบ ทว่าเด็กกลับติดโทรศัพท์จนถึงขั้นแสดงพฤติกรรมรุนแรงเมื่อถูกห้าม ไม่พูดคุยกับคนรอบข้าง และใช้ภาษาที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ คุณแม่ซึ่งตระหนักถึงปัญหา ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงด้วยการพาลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น รดน้ำต้นไม้ เล่นทราย เล่นโคลน เริ่มต้นจากระยะเวลาสั้นๆ จนค่อยๆ เพิ่มขึ้น เธอยอมเสียสละเวลาและเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองเพื่ออยู่เคียงข้างลูก ในที่สุดเด็กชายเริ่มค้นพบความสุขจากการเล่นกับธรรมชาติและเชื่อมโยงกับครอบครัวอย่างแท้จริง พฤติกรรมรุนแรงลดลง และเขากลายเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงอีกครั้ง อีกครอบครัวหนึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ลูกสาวของคุณครูศูนย์เด็กเล็ก ที่ติดโทรศัพท์จนร้องไห้งอแงทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ คุณแม่เริ่มปรับเปลี่ยนด้วยการจัดกิจกรรม Play Work เช่น การเล่นสีน้ำ การเล่นดิน และการทำกิจกรรมสร้างสรรค์กลางแจ้ง ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏเมื่อเด็กหญิงเริ่มสนุกกับกิจกรรมเหล่านี้มากกว่าการใช้หน้าจอ เธอสงบขึ้น มีสมาธิ และในที่สุดสามารถเดินผ่านโทรศัพท์โดยไม่สนใจอีกต่อไป เรื่องราวทั้งสองนี้ตอกย้ำว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจจากเทคโนโลยี การเล่นอิสระคือวิธีช่วยเด็กค้นพบความสุขแท้จริงและเติบโตอย่างสมดุล ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว เพื่อให้เด็กมีชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและศักยภาพในระยะยาวจากเรื่องราวของครอบครัวที่พี่โรสได้เล่าถึง จะเห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดหรือมีทรัพยากรเพียงใด การเล่นอิสระของเด็กไม่ได้วัดกันที่เงินทอง แต่คือการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้จินตนาการ สัมผัสประสบการณ์จริง และเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว การเล่นเช่นนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ แต่ยังปลูกฝังความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในครอบครัว ในยุคที่ผู้ปกครองหลายคนอาจรู้สึกกดดันจากความคาดหวังของสังคม อย่าลืมว่า ความสุขที่แท้จริงของเด็กไม่ได้มาจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่มาจากความรัก ความเข้าใจ และเวลาคุณภาพที่พวกเขาได้รับ เพราะการเล่นอย่างอิสระและเรียบง่ายในวันนี้ อาจเป็นรากฐานสำคัญที่จะหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งและมีความสุขในวันข้างหน้า และหากพ่อแม่ผู้ปกครองอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเล่นอิสระอย่างสร้างสรรค์ หรือ Free Play และวิธีส่งเสริมพัฒนาการและทักษะต่างๆให้กับลูกผ่านการเล่น เรียนรู้ได้ที่ คลิก.
พี่โรสเล่าถึง “แม่น้อย” ที่ทำงานเป็นทั้งแม่บ้าน และขายหมูปิ้งหน้าปากซอย ซึ่งพื้นฐานชอบเล่นกับลูกอยู่แล้ว และด้วยความที่เป็นแม่บ้านในมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก จึงได้เรียนรู้และเข้าใจความสำคัญของการเล่นอิสระมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ในการทำงานและการฝึกอบรมกับมูลนิธิ แม้จะต้องทำงานหนักตลอดทั้งวัน แม่น้อยก็ยังสามารถจัดสรรเวลาให้ลูกเล็กวัยเรียนได้เล่นในวิธีที่สร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหาอะไรมากมาย แต่ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากสิ่งรอบตัว หรือการเล่นกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในอาชีพของพ่อแม่ และชีวิตประจำวัน เช่น การทำขนมครกจริง ๆ ทำน้ำเต้าหู้ ทำหมูปิ้ง เล่นของเล่นในครัว หรือเอาลูกไปเล่นด้วยใกล้ ๆ กับรถเข็นขายหมูปิ้ง ซึ่งลูกจะได้เห็นและเรียนรู้กระบวนการทำงาน รวมถึงการใช้ทักษะในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ทั้งการทำอาหาร การนับเงิน การค้าขาย ซึ่งทำให้ลูกชอบค้าขาย มีทักษะในการจัดการเงินตั้งแต่ยังเด็ก และเห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กที่มีทักษะการคิดและวิเคราะห์สูง มีความรักและภาคภูมิใจในอาชีพพ่อแม่ เนื่องจากเขาได้เรียนรู้จากการเล่นในวิถีชีวิตจริง ๆ รวมถึงได้เห็นการทำงานของพ่อแม่ในการหารายได้และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีจุดมุ่งหมาย ทำให้เห็นว่า การเล่นอิสระกับวิถีชีวิตของพ่อแม่ สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ ทำให้เด็กค้นพบความชอบ ศักยภาพของตนเอง และมีเป้าหมายชีวิตได้ครอบครัวที่สองเป็นครอบครัวในกรุงเทพฯ ซึ่งแม่มีความตั้งใจดีอยากให้ลูกเรียนรู้ในทุกด้าน พยายามพาลูกไปเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระแสสังคม ซึ่งเธอมักโพสต์ภาพลูกขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ในขณะที่แม่ได้รับคำชมจากสังคมออนไลน์ แต่เธอกลับรู้สึกว่าลูกเริ่มมีภาวะเครียดและพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อแม่ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการเล่นอิสระผ่านโรงเรียนและผู้เชี่ยวชาญ เธอเริ่มตระหนักว่า การออกแบบกิจกรรมทุกอย่างให้ลูกเพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่นนั้น ทำให้เธอมองข้ามตัวตนที่แท้จริงและศักยภาพของลูก หลังจากนั้นจึงปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู หันมาให้ความสำคัญกับความสุขของลูกโดยเน้นการเล่นที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ การเล่นไม่ใช่กิจกรรมที่ต้องถ่ายรูปหรือสร้างภาพ แต่เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่และลูกได้ใช้ร่วมกันอย่างแท้จริง เช่น การเล่นกอด การเล่นต่อสู้ หรือการเล่านิทานร่วมกัน เมื่อพ่อแม่ใช้เวลาเล่นกับลูก ลูกกลับมามีความสุข ความเครียดลดลง และความสัมพันธ์ในครอบครัวก็กลับมาดีขึ้น การเล่นช่วยปลดล็อกความในใจเด็ก เสริมจินตนาการ ความมั่นใจ และสายใยรักในครอบครัว เรื่องราวของครอบครัวนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเล่นอิสระไม่ใช่แค่พัฒนาเด็ก แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัว และทำให้พ่อแม่ได้ค้นพบความต้องการที่แท้จริงของลูก ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการอวดภาพบนโลกโซเชียล แม่วิชาการ – ครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการเล่นที่ไม่เครียด และการพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ สำหรับครอบครัวที่สาม เป็นคุณครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในศรีสะเกษ ผู้ซึ่งเคยให้ความสำคัญกับวิชาการจนเต็มไปด้วยความกดดัน เธอจัดเวลาให้ลูกอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และสอบให้ได้คะแนนดี จนแทบไม่มีพื้นที่สำหรับการเล่นอิสระ เสียงสะอื้นของลูกที่ร้องไห้จากความเครียดกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากผ่านการอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการเล่น เธอเริ่มปรับสมดุลในชีวิตครอบครัว โดยเพิ่มเวลาให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ เธอเปลี่ยนจากการบังคับให้อ่านหนังสือเป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสนุก ๆ และจัดการเล่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น การเล่นกับเถาวัลย์ในทุ่งนา หรือมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติในชนบท คุณแม่ยังชวนคุณพ่อมีส่วนร่วมในกิจกรรมเล่นของลูก เมื่อเด็กได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่และธรรมชาติ ความผ่อนคลายและความสุขก็เริ่มกลับคืนมา สายสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้น และบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าผลการเรียนหรือคะแนนสอบ คือความสุขและการเติบโตอย่างสมดุลที่หล่อหลอมให้เด็กพร้อมสำหรับอนาคตที่สดใสในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ปัญหาเด็กติดโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวเผชิญ เรื่องราวของสองครอบครัวนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการเล่นอิสระ ที่สามารถช่วยเด็กให้กลับมามีชีวิตที่สมดุลและเปี่ยมด้วยความสุขอีกครั้ง เคสแรกเด็กชายวัย 6 ขวบในภาคเหนือกับการค้นพบความสุขนอกหน้าจอ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงานหนัก ทิ้งเขาไว้กับปู่ย่า ด้วยความหวังดี ปู่ย่าจึงใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือสร้างความสงบ ทว่าเด็กกลับติดโทรศัพท์จนถึงขั้นแสดงพฤติกรรมรุนแรงเมื่อถูกห้าม ไม่พูดคุยกับคนรอบข้าง และใช้ภาษาที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ คุณแม่ซึ่งตระหนักถึงปัญหา ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงด้วยการพาลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น รดน้ำต้นไม้ เล่นทราย เล่นโคลน เริ่มต้นจากระยะเวลาสั้นๆ จนค่อยๆ เพิ่มขึ้น เธอยอมเสียสละเวลาและเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองเพื่ออยู่เคียงข้างลูก ในที่สุดเด็กชายเริ่มค้นพบความสุขจากการเล่นกับธรรมชาติและเชื่อมโยงกับครอบครัวอย่างแท้จริง พฤติกรรมรุนแรงลดลง และเขากลายเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงอีกครั้ง อีกครอบครัวหนึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ลูกสาวของคุณครูศูนย์เด็กเล็ก ที่ติดโทรศัพท์จนร้องไห้งอแงทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ คุณแม่เริ่มปรับเปลี่ยนด้วยการจัดกิจกรรม Play Work เช่น การเล่นสีน้ำ การเล่นดิน และการทำกิจกรรมสร้างสรรค์กลางแจ้ง ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏเมื่อเด็กหญิงเริ่มสนุกกับกิจกรรมเหล่านี้มากกว่าการใช้หน้าจอ เธอสงบขึ้น มีสมาธิ และในที่สุดสามารถเดินผ่านโทรศัพท์โดยไม่สนใจอีกต่อไป เรื่องราวทั้งสองนี้ตอกย้ำว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจจากเทคโนโลยี การเล่นอิสระคือวิธีช่วยเด็กค้นพบความสุขแท้จริงและเติบโตอย่างสมดุล ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว เพื่อให้เด็กมีชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและศักยภาพในระยะยาวจากเรื่องราวของครอบครัวที่พี่โรสได้เล่าถึง จะเห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดหรือมีทรัพยากรเพียงใด การเล่นอิสระของเด็กไม่ได้วัดกันที่เงินทอง แต่คือการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้จินตนาการ สัมผัสประสบการณ์จริง และเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว การเล่นเช่นนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ แต่ยังปลูกฝังความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในครอบครัว ในยุคที่ผู้ปกครองหลายคนอาจรู้สึกกดดันจากความคาดหวังของสังคม อย่าลืมว่า ความสุขที่แท้จริงของเด็กไม่ได้มาจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่มาจากความรัก ความเข้าใจ และเวลาคุณภาพที่พวกเขาได้รับ เพราะการเล่นอย่างอิสระและเรียบง่ายในวันนี้ อาจเป็นรากฐานสำคัญที่จะหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งและมีความสุขในวันข้างหน้า และหากพ่อแม่ผู้ปกครองอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเล่นอิสระอย่างสร้างสรรค์ หรือ Free Play และวิธีส่งเสริมพัฒนาการและทักษะต่างๆให้กับลูกผ่านการเล่น เรียนรู้ได้ที่ คลิก
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
หวนคืนถิ่น ! ซีอีโอ Ripple ชี้ ‘Trump Effect’ ดัน 75% ของตำแหน่งงานใหม่สู่สหรัฐฯBrad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กล่าวว่า ปัจจุบัน 75% ของตำแหน่งงานที่บริษัท Ripple เปิดรับอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
Read more »
'คู่มือ Free Play : เรียนรู้การเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกด้วยการเล่นอิสระ'แนะนำ 'คู่มือ Free Play' คู่มือการเรียนรู้การเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกด้วยการเล่นอิสระ ที่จะช่วยให้พ่อแม่และผู้ปกครองเข้าใจการสนับสนุนการเล่นอิสระอย่างถูกต้อง ช่วยให้เข้าใจว่าการเล่นอิสระคืออะไร มีคุณค่าอย่างไร
Read more »
แอสเซนด์ มันนี่ ชี้แจงกรณีติดตั้ง TrueMoney บนโทรศัพท์มือถือแอสเซนด์ มันนี่ ผู้ให้บริการ TrueMoney ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการติดตั้งแอป TrueMoney บนโทรศัพท์มือถือตั้งแต่โรงงาน ยืนยันไม่มีนโยบายดังกล่าว และผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดแอปด้วยตนเองผ่าน Apple Store หรือ Play Store
Read more »
คณะวิศวฯ จุฬาฯ พลิกบทบาทสู่ผู้นำการจัดการด้านคาร์บอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ เปิดตัวโครงการ Chula Learn-Do-Share Plus เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายสร้างบุคลากรที่มีทักษะจัดการที่กำลังทวีความรุนแรงในปัจจุบัน
Read more »
เทรนด์ใหม่! พ่อแม่ชาวอเมริกัน เลือกลงทุนใน Bitcoin แทนแผนการออมเพื่อการศึกษาแบบดั้งเดิมปัจจุบัน การออมเงินเพื่อการศึกษาของลูกในสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยพ่อแม่หลายคนเริ่มหันหลังให้แผนการออมเพื่อการศึกษาแบบดั้งเดิมอย่าง 529
Read more »
บทเรียนจาก ‘สตีฟ จ๊อบส์’ 4 อย่างที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาลมีประสบการณ์เหมือนคนอื่น ก็เชื่อมโยง สิ่งต่างๆ แบบคนทั่วไป อ่าน 4 บทเรียนเปลี่ยนชีวิตจาก ‘สตีฟ จ๊อบส์’ ที่จะทำให้ชีวิตคุณไม่เหมือนเดิม
Read more »
