'เดอะวิสดอมกสิกรไทย' แนะกลยุทธ์ปรับพอร์ต 2025 ฝ่าแรงต้าน 'ทรัมป์ 2.0' ป่วนเศรษฐกิจโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ News

'เดอะวิสดอมกสิกรไทย' แนะกลยุทธ์ปรับพอร์ต 2025 ฝ่าแรงต้าน 'ทรัมป์ 2.0' ป่วนเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจไทยเศรษฐกิจสหรัฐเศรษฐกิจโลก
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 184 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 98%
  • Publisher: 63%

เศรษฐกิจโลกปี 2025 แม้จะมีทิศทางดีขึ้น แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 'เดอะวิสดอมกสิกรไทย' แนะกลยุทธ์ปรับพอร์ต 2025 ฝ่าแรงต้านนโยบาย 'ทรัมป์ 2.0' ป่วนเศรษฐกิจ และการลงทุนโลก

" เศรษฐกิจโลก สดใสขึ้น แต่ยังมีหมอกปกคลุม" ด้วยความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ จาก "นโยบาย ทรัมป์ 2.0 " หากทำให้เงินเฟ้อสหรัฐกลับมาสูงขึ้น โอกาสที่เฟดลดดอกเบี้ยในปีหน้า จำนวนครั้งลดลงจากที่ตลาดคาด ทำให้ราคาสินทรัพย์ผันผวนได้ ดังนั้น แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 2025 กระจายความเสี่ยงใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management จับจังหวะตรียมความพร้อม ปรับน้ำหนักลงทุนอย่างเหมาะสม ยังสร้างโอกาสจากการลงทุนท่ามกลางความผันผวนได้ "พอร์ตลงทุนปีหน้า เน้นกระจายสินทรัพย์ลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ หุ้นโลกปรับเพิ่มน้ำหนัก แนะหุ้นสหรัฐ ขนาดกลางและเล็ก ผลงานโดนเด่น กับหุ้นญี่ปุ่น และลดน้ำหนัก หุ้นยุโรป ยังมีปัญหา พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักใน ตราสารหนี้ เน้นที่มีคุณภาพสูง เมื่อเศรษฐกิจดี เน้นผลประกอบการและงบดุลดีขึ้น รวมถึงหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีขึ้น"ซึ่งเป็น Senior Macro Strategist จาก Lombard Odier กล่าวว่า การมาของทรัมป์ ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นแต่ในความเสี่ยงต่างๆ ยังมีโอกาส ใช้เป็นจังหวะในการลงทุนได้เช่นกัน แนะนำขยับปรับพอร์ตกระจายสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลก เช่น "หุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น" โอกาสในหุ้นขนาดกลางและเล็ก มีระดับราคาปรับลงมาน่าสนใจ การลงทุนในหุ้นสหรัฐ จะมีการกระจายมากขึ้นกว่าเดิมที่กระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่หรือ 7 หุ้นนางฟ้ากลุ่มเทคฯ และตราสารหนี้ ระดับลงทุน Investment Grade หรือหุ้น High-Yielded เครดิตเรตติ้งดี รวมถึงลงทุนทางเลือก เช่น ดอลลาร์ ฟังก์สวิส ทองคำ อสังหาฯ ในสวิสเซอร์แลนด์และสิงค์โปร์ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย แนะนำพอร์ตลงทุนปี 2025 ควรแบ่งสัดส่วน 70% ลงทุนระยะยาว "พอร์ตหลัก" กระจายการลงทุนหุ้นทั่วโลก "หุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น" หรือ "กองทุนผสม K-WealthPLUS Series" ลงทุนแบบ Multi-Asset รวมถึงเมื่อทิศทางดอกเบี้ยขาลงชัดเจนในปีหน้า ซึ่งนักลงทุนที่สามารถจับจังหวะการลงทุนสามารถขยับพอร์ต สร้างพอร์ตเสริมสัดส่วน 30% ด้วยกองทุน K-FIXEDPLUS สำหรับ นักลงทุนยังรับความเสี่ยงได้น้อย ท่ามกลางความผันผวน และดอกเบี้ยเป็นเทรนด์ขาลง แนะแบ่งเงินสัดส่วน 20% ของการลงทุนในเงินฝากหรือมันนี่มาร์เก็ต มาเริ่มต้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว อย่างกองทุน K-FIXEDPLUS จะได้ประโยชน์รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากภาวะดอกเบี้ยขาลง เริ่มต้นแบบง่ายๆ และถือภายใน 12 เดือนปี 2025 มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยที่ 1,520 จุด จากคาดการณ์ "กำไรบริษัทจดทะเบียน" ปีหน้ายังต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท มาจากแรงกดดันใน 2 กลุ่ม คือ พลังงาน และธนาคารพาณิชย์ ทั้งราคาพลังงานและอัตราการเติบโตสินเชื่อยังชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทย ปีหน้ายังเติบโตยาก ไม่ถึง 3% ด้วยมาตรการกีดกันการค้าสหรัฐกับจีน มีผลกระทบเชิงลบต่อนำเข้าและส่งออกของไทย เทียบกับผลเชิงบวกจากการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาไทย แต่ดาวน์ไซด์อาจไม่ได้มาก เทียบกับปีนี้ อีกทั้งหุ้นไทย มีการกระจุกตัวมากเกินไป 11 เดือนที่ผ่านมา มีหุ้นเพียง 5 ตัวเท่านั้น ที่ปรับตัวขึ้น และเป็นหุ้นเทคฯ ตัวเดียว คือ DELTA ที่เหมือนหุ้นนางฟ้าสหรัฐ แนะนำนักลงทุนควรมีการกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน มาในหุ้นและตราสารหนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการเจ็บตัว ภายใต้ความเสี่ยง " เศรษฐกิจไทย ปีหน้ายังเหนื่อย ด้วยกลยุทธ์การลงทุน เมื่อความผันผวนมาก คือการรับมือด้วย "Valuation" โดยปรับเพิ่มน้ำหนักใน "หุ้นโลก" ยังคงเป็นหุ้นสหรัฐ แม้ขึ้นมาทำออลไทม์ไฮทุกตลาด แต่หากมองที่ราคาหุ้นมากขึ้น เน้นกระจายการลงทุนหุ้นสหรัฐราคายังไม่แพงและมีคุณภาพ กระจายการลงทุนมาที่หุ้นกลางและเล็กมากขึ้น CFA, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย กล่าวว่า การมาของทรัมป์ แม้มาพร้อมความผันผวน แต่ยังมองบวก เชื่อว่าจีนยังมีช่องว่างและเครื่องมือดูแลเศรษฐกิจได้ ขณะที่ภาวะการลงทุนปีหน้าด้วยภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ ยังทรงตัวระดับสูง และดอกเบี้ยไทย ยังทรงหรือลงเล็กน้อย ไม่ลึกมาก แนะกลยุทธ์ลงทุน ด้วยการกระจายตัวของสินทรัพย์ และมีโอกาสการลงทุนอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ จัดพอร์ตลงทุน "เน้นโตกระจาย ไม่โตกระจุก" และมีการปรับพอร์ตโดยผู้เชี่ยวชาญการลงทุนตลอดเวลาช่วยจับจังหวะการซื้อ-ขายผิด มีสัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์เหมาะสมกับสภาวะตลาด ได้แก่ กองทุน K-WealthPLUS Series ลงทุนแบบ Multi-Asset ในพอร์ตหลัก และกองทุนเสริมพอร์ต รวมถึงธีมการลงทุนปีหน้าที่ยังโดดเด่น ได้แก่ เทคโนโลยี AI.

"เศรษฐกิจโลกสดใสขึ้น แต่ยังมีหมอกปกคลุม" ด้วยความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ จาก "นโยบายทรัมป์ 2.0" หากทำให้เงินเฟ้อสหรัฐกลับมาสูงขึ้น โอกาสที่เฟดลดดอกเบี้ยในปีหน้า จำนวนครั้งลดลงจากที่ตลาดคาด ทำให้ราคาสินทรัพย์ผันผวนได้ ดังนั้น แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 2025 กระจายความเสี่ยงใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management จับจังหวะตรียมความพร้อม ปรับน้ำหนักลงทุนอย่างเหมาะสม ยังสร้างโอกาสจากการลงทุนท่ามกลางความผันผวนได้ "พอร์ตลงทุนปีหน้า เน้นกระจายสินทรัพย์ลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ หุ้นโลกปรับเพิ่มน้ำหนัก แนะหุ้นสหรัฐ ขนาดกลางและเล็ก ผลงานโดนเด่น กับหุ้นญี่ปุ่น และลดน้ำหนัก หุ้นยุโรป ยังมีปัญหา พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักใน ตราสารหนี้ เน้นที่มีคุณภาพสูง เมื่อเศรษฐกิจดี เน้นผลประกอบการและงบดุลดีขึ้น รวมถึงหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีขึ้น"ซึ่งเป็น Senior Macro Strategist จาก Lombard Odier กล่าวว่า การมาของทรัมป์ ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นแต่ในความเสี่ยงต่างๆ ยังมีโอกาส ใช้เป็นจังหวะในการลงทุนได้เช่นกัน แนะนำขยับปรับพอร์ตกระจายสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลก เช่น "หุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น" โอกาสในหุ้นขนาดกลางและเล็ก มีระดับราคาปรับลงมาน่าสนใจ การลงทุนในหุ้นสหรัฐ จะมีการกระจายมากขึ้นกว่าเดิมที่กระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่หรือ 7 หุ้นนางฟ้ากลุ่มเทคฯ และตราสารหนี้ ระดับลงทุน Investment Grade หรือหุ้น High-Yielded เครดิตเรตติ้งดี รวมถึงลงทุนทางเลือก เช่น ดอลลาร์ ฟังก์สวิส ทองคำ อสังหาฯ ในสวิสเซอร์แลนด์และสิงค์โปร์ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย แนะนำพอร์ตลงทุนปี 2025 ควรแบ่งสัดส่วน 70% ลงทุนระยะยาว "พอร์ตหลัก" กระจายการลงทุนหุ้นทั่วโลก "หุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น" หรือ "กองทุนผสม K-WealthPLUS Series" ลงทุนแบบ Multi-Asset รวมถึงเมื่อทิศทางดอกเบี้ยขาลงชัดเจนในปีหน้า ซึ่งนักลงทุนที่สามารถจับจังหวะการลงทุนสามารถขยับพอร์ต สร้างพอร์ตเสริมสัดส่วน 30% ด้วยกองทุน K-FIXEDPLUS สำหรับ นักลงทุนยังรับความเสี่ยงได้น้อย ท่ามกลางความผันผวน และดอกเบี้ยเป็นเทรนด์ขาลง แนะแบ่งเงินสัดส่วน 20% ของการลงทุนในเงินฝากหรือมันนี่มาร์เก็ต มาเริ่มต้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว อย่างกองทุน K-FIXEDPLUS จะได้ประโยชน์รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากภาวะดอกเบี้ยขาลง เริ่มต้นแบบง่ายๆ และถือภายใน 12 เดือนปี 2025 มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยที่ 1,520 จุด จากคาดการณ์ "กำไรบริษัทจดทะเบียน" ปีหน้ายังต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท มาจากแรงกดดันใน 2 กลุ่ม คือ พลังงาน และธนาคารพาณิชย์ ทั้งราคาพลังงานและอัตราการเติบโตสินเชื่อยังชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังเติบโตยาก ไม่ถึง 3% ด้วยมาตรการกีดกันการค้าสหรัฐกับจีน มีผลกระทบเชิงลบต่อนำเข้าและส่งออกของไทย เทียบกับผลเชิงบวกจากการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาไทย แต่ดาวน์ไซด์อาจไม่ได้มาก เทียบกับปีนี้ อีกทั้งหุ้นไทย มีการกระจุกตัวมากเกินไป 11 เดือนที่ผ่านมา มีหุ้นเพียง 5 ตัวเท่านั้น ที่ปรับตัวขึ้น และเป็นหุ้นเทคฯ ตัวเดียว คือ DELTA ที่เหมือนหุ้นนางฟ้าสหรัฐ แนะนำนักลงทุนควรมีการกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน มาในหุ้นและตราสารหนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการเจ็บตัว ภายใต้ความเสี่ยง "เศรษฐกิจไทยปีหน้ายังเหนื่อย ด้วยกลยุทธ์การลงทุน เมื่อความผันผวนมาก คือการรับมือด้วย "Valuation" โดยปรับเพิ่มน้ำหนักใน "หุ้นโลก" ยังคงเป็นหุ้นสหรัฐ แม้ขึ้นมาทำออลไทม์ไฮทุกตลาด แต่หากมองที่ราคาหุ้นมากขึ้น เน้นกระจายการลงทุนหุ้นสหรัฐราคายังไม่แพงและมีคุณภาพ กระจายการลงทุนมาที่หุ้นกลางและเล็กมากขึ้น CFA, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย กล่าวว่า การมาของทรัมป์ แม้มาพร้อมความผันผวน แต่ยังมองบวก เชื่อว่าจีนยังมีช่องว่างและเครื่องมือดูแลเศรษฐกิจได้ ขณะที่ภาวะการลงทุนปีหน้าด้วยภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ ยังทรงตัวระดับสูง และดอกเบี้ยไทย ยังทรงหรือลงเล็กน้อย ไม่ลึกมาก แนะกลยุทธ์ลงทุน ด้วยการกระจายตัวของสินทรัพย์ และมีโอกาสการลงทุนอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ จัดพอร์ตลงทุน "เน้นโตกระจาย ไม่โตกระจุก" และมีการปรับพอร์ตโดยผู้เชี่ยวชาญการลงทุนตลอดเวลาช่วยจับจังหวะการซื้อ-ขายผิด มีสัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์เหมาะสมกับสภาวะตลาด ได้แก่ กองทุน K-WealthPLUS Series ลงทุนแบบ Multi-Asset ในพอร์ตหลัก และกองทุนเสริมพอร์ต รวมถึงธีมการลงทุนปีหน้าที่ยังโดดเด่น ได้แก่ เทคโนโลยี AI

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจโลก ธนาคารกสิกรไทย เดอะวิสดอมกสิกรไทย ทรัมป์ 2.0

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

‘อนุสรณ์’ วิเคราะห์ ‘ทรัมป์2.0’ ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์ ศก. พึ่งพาตัวเองมากขึ้น‘อนุสรณ์’ วิเคราะห์ ‘ทรัมป์2.0’ ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์ ศก. พึ่งพาตัวเองมากขึ้นทรัมป์ 2.0 ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหันพึ่งพาตัวเองมากขึ้น สินค้านอกข้อตกลงเอฟทีเอกระทบรุนแรง สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯรอบใหม่อาจนำไปสู่สงครามเย็นรอบใหม่ในไม่ช้า
Read more »

กลยุทธ์เก็งกำไรโค้งสุดท้ายก่อนทรัมป์เข้าทำเนียบกลยุทธ์เก็งกำไรโค้งสุดท้ายก่อนทรัมป์เข้าทำเนียบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชัดเจนแล้วว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนของพรรครีพับลิกัน จะก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2025
Read more »

เศรษฐกิจและการลงทุนไทยในยุค Trump 2.0เศรษฐกิจและการลงทุนไทยในยุค Trump 2.0เศรษฐกิจโลกในไตรมาสแรกของปี 2025 จะเคลื่อนไหวภายใต้ 3 ธีม (1) ความแข็งแกร่งของสหรัฐ (2) การปรับกลยุทธ์ของจีน และ (3) ความเสี่ยงสงครามเศรษฐกิจที่อาจทวีความรุนแรง หลังการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
Read more »

ทำไมทรัมป์ 2.0 คือ ‘แรดเทา’ แล้วจีนจะสู้กลับอย่างไร?ทำไมทรัมป์ 2.0 คือ ‘แรดเทา’ แล้วจีนจะสู้กลับอย่างไร?โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อีกครั้ง หรือที่เรียกกันว่า Trump 2.0 จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไร เป็นหัวข้อที่
Read more »

ความท้าทายนโยบาย “ทรัมป์ 2.0” โจทย์ใหญ่เขย่าธุรกิจเทคโนโลยีความท้าทายนโยบาย “ทรัมป์ 2.0” โจทย์ใหญ่เขย่าธุรกิจเทคโนโลยีแอดวานซ์เทค แนะรัฐเร่งรับมือนโยบาย “ทรัมป์ 2.0” กระทบธุรกิจเทคโนโลยี เสนอเร่งผลักดันการพัฒนาคน รวมทั้งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเนเทคโนโลยีต่าง ๆ ดึงดูดการลงทุนต่างชาติ
Read more »

'พาณิชย์' กางแผนรับมือความท้าทาย ทรัมป์ 2.0'พาณิชย์' กางแผนรับมือความท้าทาย ทรัมป์ 2.0พาณิชย์ เตรียมแผนรับมือและความท้าทายของนโยบาย ทรัมป์ 2.0 พร้อมเดินหน้าเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ เปิดโอกาสทดแทนสินค้าจีน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 21:29:53