ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 36.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ “อ่อนค่าลง” หลังดอลลาร์แข็งค่าแรงหนุนเฟดคงดอกเบี้ยระดับสูงอีกนานทำให้นักลงทุนหันมาถือครองดอลลาร์เพิ่ม ลุ้นกนง.เคาะดอกเบี้ยวันนี้ (27ก.ย.)
เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ “อ่อนค่าลง” ทุบสถิติใหม่ในรอบ 11 เดือน นับจากพ.ย. 65 หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แรงหนุนจากความกังวลแนวโน้มเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับสูงได้นาน และความต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงตลาดผันผวน ขณะเดียวกันการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำย่อตัวลง คาดว่าปริมาณการซื้อทองคำในจังหวะปรับฐาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงเช่นกัน สำหรับดัชนี S&P500 ดิ่งลงแรงกว่า -1.
47% หลังถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งออกมาสนับสนุนการเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟด เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ยังคงส่งผลให้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจาก ความกังวลแนวโน้มเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและทรงตัวเหนือระดับ 4.50% ส่งผลให้หุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ต่างปรับตัวลงแรง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลแนวโน้มการเกิด Government Shutdown หากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวได้ทันกำหนดดัชนี stoxx600 ปรับตัวลดลงต่อราว -0.61% กดดันโดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ จากความกังวลแนวโน้มบรรดาธนาคารกลางหลักอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อยังคงกดดันให้ กลุ่มสินค้าแบรนด์เนม และกลุ่มเหมืองแร่ ต่างปรับตัวลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการแพทย์ ซึ่งอาจมองได้ว่า ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกลงทุนในหุ้นสไตล์ Defensive ไปก่อนในระยะสั้นนี้แม้ว่ารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและข้อมูลตลาดบ้าน จะออกมาแย่กว่าคาดชัดเจน แต่ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่ต่างยังคงสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องของเฟด ได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและทรงตัวเหนือระดับ 4.50% อีกครั้ง ทั้งนี้แม้ว่าบอนด์ยีลด์ระยะยาวจะมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น จากปัจจัยอาทิ 1. ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินเฟด ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและท่าทีของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด 2. ปัญหาการเมืองสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ Government Shutdown ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงการถูกปรับลดเครดิตเรทติ้งของสหรัฐฯ ได้ แต่มองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ระดับ 4.50% มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และมี Risk-Reward ที่คุ้มค่ามากขึ้นจากที่เราเคยประเมิน ทำให้เราคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นนั้น เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หนุนโดยความกังวลแนวโน้มเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานและความต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ ทยอยปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญแถว 106 จุด ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ว่า ดัชนีเงินดอลลาร์อาจไม่สามารถทะลุโซน 106 จุด ไปได้การปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของทั้งบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ ปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 1,919 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเปิดความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจลดลงสู่ระดับ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่ยาก ทั้งนี้มองว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจยังคงเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงของไทย โดยเราประเมินว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน อาจมีมติ “ไม่เป็นเอกฉันท์” ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.50% ท่ามกลางแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของภาวะเอลนีโญ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของการบริโภคตามแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต ทั้งนี้ ควรจับตามุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางบอนด์ยีลด์ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ และค่าเงินบาทได้ในช่วงนี้ ทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ ECB หลังอัตราเงินเฟ้อยูโรโซนและภาพเศรษฐกิจโดยรวมต่างก็ชะลอลงมากขึ้น ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รวมถึงยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลัง ซึ่งอาจมีผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด และ ECB เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไปมีโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่าต่อทดสอบโซน 36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ล่าสุด เงินบาทได้อ่อนค่าต่อเนื่องทะลุแนวต้านหลักในระยะสั้น แถว 36.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐไปได้ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ แรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว รวมถึง โฟลว์ซื้อเงินดอลลาร์ในช่วงปลายเดือน นอกจากนี้ความกังวลแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีน ที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนเอเชีย และกดดันให้เงินหยวนอ่อนค่าลง ก็มีส่วนกดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงแถวโซนแนวต้านได้บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอลุ้น ผลการประชุม กนง. ในช่วงบ่ายของวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรอบการประชุมที่บรรดานักวิเคราะห์มีมุมมองว่า กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ย และ กนง. อาจคงดอกเบี้ย ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน สะท้อนถึงความไม่แน่นอนต่อการปรับนโยบายการเงินในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี หากผู้เล่นในตลาดประเมินว่า รอบการขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. ได้จบลงแล้ว หรือ ใกล้จบลงแน่นอน ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วน เริ่มทยอยกลับเข้าซื้อบอนด์ไทย โดยเฉพาะบอนด์ในช่วงระยะกลาง-ระยะยาว ซึ่งอาจเห็นการย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ราว 5-10bps ซึ่งหากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อบอนด์ไทยบ้าง ก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในวันนี้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนของเงินบาทในช่วงทยอยรับรู้ผลการประชุม กนง. อย่างไรก็ตาม ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงิน ความกังวลแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.30-36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงก่อนทยอยรับรู้ผลการประชุม กนง.และประเมินกรอบเงินบาท 36.20-36.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงทยอยรับรู้ผลการประชุม กนง.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
MTC เตรียมขายหุ้นกู้ให้นักลงทุนทั่วไปดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปีMTC เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2-4 ปี ดอกเบี้ย 4.25-5.00% ต่อปี ขายนักลงทุนทั่วไป ทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ
Read more »
ส่งออกส.ค.โต 2.6% พลิกบวกครั้งแรกรอบ 11 เดือนพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกส.ค.มีมูลค่า 24,279 ล้านเหรียญสหรัฐขยายตัว 2.6% เป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หลังเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญฟื้นตัว คาดทั้งปีโต 1 - 2%
Read more »
ฮีลใจพาณิชย์ ส่งออกส.ค. พลิกบวก 2.6% ครั้งแรกรอบ 11 เดือนนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าร...
Read more »
EA เปิดขายหุ้นกู้ดอกเบี้ย 3.20-4.10% ต่อปี 26-28 ก.ย.นี้บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เสนอขายหุ้นกู้อายุ 1-3 ปี ดอกเบี้ย 3.20-4.10% ต่อปี ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป-ผู้ลงทุนสถาบัน กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
Read more »
เกษตรกรเฮ! พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 2.7 ล้านคน เช็คเงื่อนไขครม.ไฟเขียว พักหนี้เกษตรกร “เงินต้น-ดอกเบี้ย” 2.7 ล้านคน ตามความสมัครใจ เริ่ม 1 ต.ค.นี้ เช็คสิทธิผ่านแอป 'BAAC Mobile'
Read more »
ชทพ. เคาะ 'นิกร' ร่วมคณะศึกษาประชามติแก้รธน. หนุนตั้ง ส.ส.ร.แก้ทั้งฉบับพรรคชาติไทยพัฒนา เคาะ 'นิกร จำนง' ร่วมคณะศึกษาประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ หนุนตั้ง ส.ส.ร.แก้ทั้งฉบับ แต่ไม่แตะหมวด 1-2
Read more »
