บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีอัคบาร์ ฮาเชมี ราฟซานจานี ของอิหร่านถูกศาลอิหร่านตัดสินจำคุก 5 ปี... อ่านข่าว อิหร่าน จำคุก ต่อต้านรัฐบาล ข่าวต่างประเทศ
11 ม.ค.66 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทนายความของนางฟาเอเชห์ ฮาเชมี นักเคลื่อนไหววัย 60 ปี เผยว่า ลูกความถูกตัดสินจำคุก 5 ปี แต่ยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุด และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักข่าวอิสนา กึ่งทางการอิหร่านระบุว่า อัยการกรุงเตหะรานได้ฟ้องเธอเมื่อปีก่อนในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านการปกครอง สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อเดือนกันยายน 2565 ว่า บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีถูกควบคุมตัวโทษฐานยุยงให้เกิดเหตุจลาจลในกรุงเตหะราน ช่วงที่มีการประท้วงจากเหตุสตรีอิหร่านเชื้อสายเคิร์ดเสียชีวิตขณะถูกตำรวจควบคุมตัวเพราะไม่สวมฮิญาบ ฮาเชมีเคยถูกตัดสินจำคุกในปี 2555 และห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2552 ครั้งนั้นประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจัด ชนะเลือกตั้งได้ดำรงตำแหน่งอีกสมัยด้วยคะแนนเสียงถึงร้อยละ 62 ทำให้เกิดการประท้วงทั้งในและต่างประเทศว่ามีการโกงเลือกตั้ง ส่วนอดีตประธานาธิบดีราฟซานจานี บิดาของเธอดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2532-2540 ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2560 เขาเป็นผู้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและปรับปรุงความสัมพันธ์กับโลกตะวันตก ทำให้มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน.
11 ม.ค.66 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทนายความของนางฟาเอเชห์ ฮาเชมี นักเคลื่อนไหววัย 60 ปี เผยว่า ลูกความถูกตัดสินจำคุก 5 ปี แต่ยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุด และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักข่าวอิสนา กึ่งทางการอิหร่านระบุว่า อัยการกรุงเตหะรานได้ฟ้องเธอเมื่อปีก่อนในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านการปกครอง สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อเดือนกันยายน 2565 ว่า บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีถูกควบคุมตัวโทษฐานยุยงให้เกิดเหตุจลาจลในกรุงเตหะราน ช่วงที่มีการประท้วงจากเหตุสตรีอิหร่านเชื้อสายเคิร์ดเสียชีวิตขณะถูกตำรวจควบคุมตัวเพราะไม่สวมฮิญาบ ฮาเชมีเคยถูกตัดสินจำคุกในปี 2555 และห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2552 ครั้งนั้นประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจัด ชนะเลือกตั้งได้ดำรงตำแหน่งอีกสมัยด้วยคะแนนเสียงถึงร้อยละ 62 ทำให้เกิดการประท้วงทั้งในและต่างประเทศว่ามีการโกงเลือกตั้ง ส่วนอดีตประธานาธิบดีราฟซานจานี บิดาของเธอดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2532-2540 ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2560 เขาเป็นผู้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและปรับปรุงความสัมพันธ์กับโลกตะวันตก ทำให้มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ม็อบหนุนอดีตปธน.บราซิลบุกทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง : อินโฟเควสท์กลุ่มผู้สนับสนุนนายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีบราซิล ได้บุกรุกเข้าไปในสภาคองเกรส, ทำเนียบประธานาธิบดี และศาลสูงของบราซิลในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ม.ค.) เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี นายลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในเดือนต.ค. 2565 ด้วยคะแนนโหวต 59.8 ล้านเสียง หรือคิดเป็น 50.86% แซงหน้านายโบลโซนารู ปธน.บราซิลในเวลานั้นซึ่งได้รับคะแนนโหวต 57.8 ล้านเสียง หรือคิดเป็น 49.14% อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตปธน.โบลโซนารูซึ่งเป็นอดีตผู้นำขวาจัดของบราซิล ได้แสดงความไม่พอใจต่อผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปธน.ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แถลงว่าทางรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของบราซิล และจะทำการควบคุมสถานการณ์ไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. หลังจากเบื้องต้นกองกำลังความมั่นคงของเมืองหลวงแห่งนี้ไม่สามารถรับมือกับพวกผู้บุกรุกได้ ในระหว่างการแถลงข่าวครั้งนี้ ปธน.ลูลาได้กล่าวโทษนายโบลโซนารู ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์จลาจล และยังตำหนิเกี่ยวกับมาตรการความมั่นคงที่ไม่เพียงพอในเมืองหลวง โดยกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้กลุ่มคนที่ฝักใฝ่ฝ่ายซ้ายและและกลุ่มคนหัวรุนแรงสร้างความเสียหายร้ายแรง รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้สร้างกระแสความตึงเครียดมาเป็นเวลานานนับเดือนหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2565 ซึ่งแม้ว่าผลการเลือกตั้งปรากฎว่านายลูลาได้รับชัยชนะ แต่นายโบลโซนารูยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และยังอ้างว่าระบบการเลือกตั้งด้วยเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ของบราซิลเต็มไปด้วยการฉ้อโกง […]
Read more »
ไบเดนประณาม 'การทำร้ายประชาธิปไตย' ในบราซิล กรณีม็อบหนุนโบลโซนารูบุกทำเนียบ : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประณาม “การทำร้ายประชาธิปไตย” ในบราซิล หลังจากที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตปธน.บราซิลฝ่ายขวาจัด บุกเข้าไปในรัฐสภา, ทำเนียบประธานาธิบดี และศาลฎีกาของประเทศ ปธน.ไบเดนกล่าวว่า เขาหวังว่าจะได้เดินหน้าร่วมงานกับปธน.ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำฝ่ายซ้ายที่คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในเดือนต.ค. 2565 “ผมขอประณามการทำร้ายต่อประชาธิปไตยและต่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติในบราซิล ผมสนับสนุนสถาบันประชาธิปไตยของบราซิลอย่างเต็มที่ และเจตจำนงของประชาชนชาวบราซิลจะต้องไม่ถูกลิดรอน” ปธน.ไบเดนระบุในทวิตเตอร์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ก่อนหน้านี้ ปธน.ไบเดนเรียกสถานการณ์ในบราซิลว่าเป็นเรื่อง “อุกอาจ” ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีการบุกรุกรัฐสภาสหรัฐโดยกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งนี้ ภาพของกลุ่มผู้ประท้วงสวมชุดสีเหลืองและสีเขียวที่ก่อจลาจลไปทั่วเมืองหลวงนั้น เป็นผลพวงของความตึงเครียดตลอดหลายเดือนหลังจากวันเลือกตั้ง โดยนายโบลโซนารู พันธมิตรของนายทรัมป์ที่ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ กล่าวอ้างว่าระบบการลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ของบราซิลมีแนวโน้มที่จะเกิดการฉ้อโกง และจุดประกายให้เกิดความเคลื่อนไหวรุนแรงของกลุ่มผู้ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง นายบ็อบ เมเนนเดซ วุฒิสมาชิกสหรัฐ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภา ทวีตข้อความว่า “ผมขอประณามการโจมตีสถานที่ราชการของบราซิลอย่างอุกอาจครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นจากการที่โบลโซนารูบุ่มบ่ามปลุกระดมคนแบบไม่สนใจหลักการประชาธิปไตย” “2 ปีนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. มรดกที่ทรัมป์ทิ้งไว้ยังคงทำพิษต่อซีกโลกของเรา เราต้องปกป้องประชาธิปไตยและนำตัวผู้ไม่หวังดีมารับผิดชอบให้ได้” ด้านนายโบลโซนารูขึ้นเครื่องบินไปรัฐฟลอริดา 48 […]
Read more »
ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง! ม็อบหนุนอดีตปธน.บราซิล บุกยึดอาคารสภา-ทำเนียบ-ศาลม็อบหนุนอดีต ปธน.บราซิล บุกยึดอาคารสภา-ทำเนียบ-ศาล ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง... อ่านข่าว บราซิล ม็อบ ประท้วง ข่าวต่างประเทศ
Read more »
'อิหร่าน'สั่งประหารชีวิตผู้ประท้วงเพิ่มอีก 3 ราย9 ม.ค.66 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านตัดสินลงโทษประหารชีวิตประชาชนอีก 3 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่า ฆาตกรรมสมาชิก 3 คน ของกองกำลังรักษาความมั่นคงในระหว่างที่เกิดเหตุประชาชนลุกฮือขึ้นประท้วงใหญ่ภายในประเทศ ซึ่งมีชนวนเหตุจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามีนี หญิงสาววัย 22 ปี
Read more »
'สี จิ้นผิง' เตือนเจ้าหน้าที่จีนเลี่ยง 'การสมรู้ร่วมคิด' กับธุรกิจขนาดใหญ่ : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้ออกมาเตือนเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ไม่ให้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มธุรกิจ พร้อมกับย้ำว่าการปราบปรามภาคเอกชนของรัฐบาลจะยังคงสร้างความกังวลให้แก่เหล่านักลงทุน แม้จะทำไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม รายงานของสำนักข่าวซินหัวระบุว่า ปธน.สีกล่าวต่อที่ประชุมหน่วยงานกำกับดูแลการต่อต้านการทุจริตเมื่อวันจันทร์ (9 ม.ค.) ว่า “เราควรดำเนินการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทำการเพื่อกลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มอำนาจใด ๆ และป้องกันการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่และนักธุรกิจ” ปธน.สียังได้เตือนเรื่อง “การแทรกซึมของกลุ่มทุนต่อนักการเมืองที่บั่นทอนระบบทางการเมืองหรือสภาพแวดล้อมในการพัฒนาเศรษฐกิจ” สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนได้ผ่อนปรนมาตรการปราบปรามยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง และบริษัท เทนเซ็นต์ โฮลดิ้งส์ ทำให้หุ้นบริษัทดังกล่าวดีดตัวขึ้น ท่ามกลางข้อสงสัยว่า แนวทางดังกล่าวจะจริงจังเพียงใด เนื่องจากปธน.สียังให้คำมั่นว่าจะรับประกัน “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจำกัดความมั่งคั่งของกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อรัฐบาล ถ้อยแถลงล่าสุดของปธน.สี มีขึ้นในช่วงเดียวกับที่รัฐบาลจีนยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Covid Zero) อย่างกะทันหัน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ม.ค.) จีน เปิดพรมแดนซึ่งปิดมานานเกือบ 3 ปี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกค่ายกักตัว การปูพรมตรวจหาเชื้อ และการล็อกดาวน์ไปแล้ว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE […]
Read more »
