'อิมราน ข่าน' อดีตนายกฯมั่นใจชนะเลือกตั้งปากีสถาน พร้อมหนุน IMF กู้ศก. IMF ปากีสถาน เลือกตั้ง อินโฟเควสท์
นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถานที่ถูกโค่นอำนาจกล่าวว่า เขามั่นใจว่าจะกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปีนี้ และจะสนับสนุนบทบาทอย่างต่อเนื่องของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ และป้องกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการผิดนัดชำระหนี้ นายข่าน ซึ่งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในการลงมติไม่ไว้วางใจเมื่อปีที่แล้วให้สัมภาษณ์ว่า เขาคาดว่าจะได้รับเสียงข้างมากเมื่อมีการเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงหลังเดือนส.
ค. เขากำลังเตรียมแผนการเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเขาคาดว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ขณะนี้นายข่านวัย 70 ปีกำลังพักฟื้นที่บ้านพักของเขาในเมืองละฮอร์ หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ขาจากการถูกยิงในการประท้วงเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวว่า “ถ้าเราขึ้นสู่อำนาจเราจะมีเวลาไม่มาก” สำนักข่าวบลูมเบิร์กถามนายข่านว่า แผนการของเขาเกี่ยวข้องหรือไม่กับ IMF ซึ่งมีข้อตกลงในการปล่อยกู้ประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์ให้แก่ปากีสถานซึ่งประสบกับความล่าช้าหลายครั้ง ซึ่งเขาอธิบายว่า “เราไม่มีทางเลือกในขณะนี้” ปากีสถานเกือบผิดนัดชำระหนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ขณะที่การเบิกจ่ายเงินกู้ของ IMF ได้ถูกระงับ โดยนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายข่านนั้นระมัดระวังเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของ IMF เช่น การปรับขึ้นราคาพลังงานและภาษี ส่วนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของปากีสถานนั้นลดลงไปครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่เดือนต.ค. และตอนนี้ก็ไม่เพียงพอสำหรับการชำระค่านำเข้าในหนึ่งเดือน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เงินบาทและหุ้นไทยได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน : อินโฟเควสท์เงินบาทไทยปรับตัวขึ้นนำหน้าสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย โดยได้แรงหนุนจากการที่ชาวจีนเริ่มกลับมาเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังรัฐบาลยกเลิกบังคับใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. ก่อนถึงวันตรุษจีนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก โดยแตะที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ ในวันนี้ (23 ม.ค.) เมื่อเทียบกับเดือนต.ค.ซึ่งเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 38.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี เงินบาทปรับตัวขึ้น 5.8% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่เงินวอนของเกาหลีใต้ เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย และเงินริงกิตของมาเลเซียปรับขึ้นสกุลละไม่ถึง 3% นักวิเคราะห์จากเมย์แบงก์ของมาเลเซียระบุว่า นักลงทุนเข้าซื้อเงินบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น “เรามีมุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการที่จีนเปิดประเทศอย่างรวดเร็วมีแนวโน้มที่จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย” นักวิเคราะห์จากเมย์แบงก์กล่าว นายศรชัย สุเนต์ตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ระบุ “ไทยมองเห็นทิศทางขาขึ้นสำหรับภาคการท่องเที่ยว และหากไทยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น เงินบาทก็จะยิ่งแข็งค่าขึ้น” ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจีนค้นหามากที่สุดบนเว็บไซต์อโกด้าและทริปดอตคอม โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่า การใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนจะอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน […]
Read more »
มาเลเซียพลิกจากผู้ค้า เร่งดีลซื้อไข่อินเดีย หลังผลผลิตตกฮวบ : อินโฟเควสท์สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า อินเดียเตรียมส่งออกไข่มากเป็นประวัติการณ์ที่ 50 ล้านฟองในเดือนนี้ โดยแรงกระตุ้นคือการขายให้กับมาเลเซียซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนไข่อย่างเฉียบพลัน เนื่องจากราคาอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นเป็นผลจากสงครามยูเครน ทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากจำเป็นต้องลดอัตราการผลิตลง รายงานข่าวระบุว่า โดยปกติแล้ว ประเทศฝั่งตะวันออกกลางอย่างโอมานและกาตาร์เป็นผู้ซื้อไข่รายหลักของอินเดีย อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โรงเรือนผลิตไข่ในอินเดียได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากอย่างน่าประหลาดใจในหลายไตรมาส เนื่องจากผลผลิตที่ลดลงของบรรดาผู้ผลิตไข่รายใหญ่ของโลก โดยคำสั่งซื้อที่คาดไม่ถึงมากที่สุดมาจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เคยส่งออกไข่ให้กับสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย นายโมฮาหมัด ซาบู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย ได้เดินทางเยือนเมืองนามัคคาล ในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรือนฟักไข่จำนวนมาก เพื่อให้มั่นใจว่ามาเลเซียจะมีไข่เพียงพอในขณะที่ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ นายสัสตี กุมาร กรรมการผู้จัดการร่วมของฟาร์มปอนนี กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “นับเป็นครั้งแรกที่มาเลเซียซื้อไข่จำนวนมากจากอินเดีย และดูเหมือนว่าการส่งออกไข่ของอินเดียไปยังมาเลเซียจะยังคงมั่นคงในช่วงครึ่งแรกของปี 2566” โดยฟาร์มปอนนีในเมืองนามัคคาล เป็นหนึ่งในแหล่งส่งออกไข่ชั้นนำของอินเดีย นายกุมารกล่าวอีกว่า ในเดือนธ.ค. 2565 อินเดียส่งออกไข่ 5 ล้านฟองไปยังมาเลเซีย และจะส่งออกอีก 10 ล้านฟองในเดือนม.ค. และอาจส่งมากถึง 15 ล้านฟองในเดือนก.พ. โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
Read more »
SCB CIO ปรับเป้าเงินบาทสิ้นปีแตะ 33-34 เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ยช้าลง : อินโฟเควสท์นายกำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ปรับประมาณการค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 66 เป็น 33-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ (จากเดิมประมาณการไว้ที่ 34-35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) เนื่องจากมองว่า เงินดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนจาก US Dollar index จะอ่อนค่าลง ตามทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยที่ช้าลงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกอบกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ขณะที่การเกินดุลการค้า แม้จะชะลอตัวลงตามมูลค่าการส่งออก ในภายหน้ามูลค่าการนำเข้าจะมีแนวโน้มที่ชะลอลง โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าเชื้อเพลิง คิดเป็น 42% และ 20% ของมูลค่านำเข้ารวมตามลำดับ และจะเป็นตัวปรับที่ทำให้ดุลการค้ากลับมาเกินดุลได้ SCB CIO มองว่า หากผู้ลงทุนมีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ขอแนะนำให้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจและสัญญาณของธนาคารกลางหลักๆ เริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศชะลอลงแล้ว ตามราคาสินค้าและพลังงาน ส่วนเงินเฟ้อภาคบริการยังอยู่ในระดับสูง ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป […]
Read more »
ปากีสถานเผชิญไฟดับทั่วประเทศ กระทบประชาชนหลายล้านคน : อินโฟเควสท์กระทรวงพลังงานของปากีสถานรายงานว่า ระบบจ่ายไฟฟ้าของประเทศเกิดขัดข้องในเช้าวันนี้ (23 ม.ค.) ส่งผลให้ชาวปากีสถานหลายล้านคนประสบปัญหาไฟฟ้าดับ กระทรวงพลังงานแถลงว่า เหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศมีสาเหตุมาจากโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติมีความถี่ของกระแสไฟฟ้าลดลงอย่างกะทันหัน “ตามรายงานเบื้องต้น ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติมีความถี่ของกระแสไฟฟ้าลดลงเมื่อเวลา 07.34 น. ซึ่งส่งผลให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องเป็นวงกว้าง” กระทรวงพลังงานระบุ พร้อมกับเสริมว่ากำลังดำเนินการกู้ระบบโดยเร็วที่สุด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมืองใหญ่ทั้งหมดไฟฟ้าดับโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึงเมืองหลวงอิสลามาบัด ลาฮอร์ การาจี เปชวาร์ และเควตตา ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานเผยว่าอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงเพื่อกู้คืนระบบอย่างสมบูรณ์ บริษัท เควตตา อิเล็กทริก ซัพพลาย (Quetta Electric Supply Company) เปิดเผยกับในสื่อท้องถิ่นว่า 22 เขตในแคว้นบาลูจิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ไม่มีไฟฟ้าใช้ในขณะนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงาน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
Read more »
ซีเอ็นบีซีเผยทวิตเตอร์เหลือวิศวกรประจำไม่ถึง 550 คน : อินโฟเควสท์สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานโดยอ้างบันทึกภายในของทวิตเตอร์ว่า พนักงานประจำของทวิตเตอร์ลดเหลือประมาณ 1,300 คนแล้ว โดยมีตำแหน่งวิศวกรประจำไม่ถึง 550 คน ขณะที่พนักงาน 75 จาก 1,300 คนซึ่งรวมถึงวิศวกร 40 คน อยู่ระหว่างลาพักร้อน รายงานระบุว่า ทีมดูแลความปลอดภัยของทวิตเตอร์ ซึ่งมีเป้าหมายในการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้งานทวิตเตอร์ มีพนักงานประจำเหลือไม่ถึง 20 คน บันทึกภายในยังระบุด้วยว่า มีพนักงานประมาณ 1,400 คนที่ยังคงได้รับเงินอยู่แต่ไม่ได้ทำงานให้กับทวิตเตอร์แล้ว และไม่น่าจะได้เข้ามาทำหน้าที่เดิมที่เคยทำให้ทวิตเตอร์ โดยส่วนหนึ่งในจำนวนดังกล่าวลาออกในช่วงที่นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของทวิตเตอร์ แจ้งให้พนักงานทำงานอย่างหนัก รวมถึงทำงานเกินเวลา ด้านนายมัสก์ได้ออกมาแย้งบันทึกภายในที่ซีเอ็นบีซีได้รับมา โดยทวีตตอบโต้ว่าปัจจุบันทวิตเตอร์มีพนักงานประจำประมาณ 2,300 คน และพนักงานสัญญาจ้างอีกหลายพันคน อย่างไรก็ตาม ทางทวิตเตอร์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ กับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของนายมัสก์ ทวิตเตอร์ได้ปรับลดพนักงานลงผ่านการเลิกจ้างครั้งใหญ่ รวมถึงการยกเลิกสัญญาและปรับเปลี่ยนนโยบายหลายอย่างจนทำให้พนักงานจำนวนมากลาออก และยังยกเลิกนโยบายทำงานจากที่บ้านของนายแจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตซีอีโอของทวิตเตอร์ด้วย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
Read more »
ขุนคลังญี่ปุ่นกังวลสถานะการคลัง หลังผู้ถือบอนด์เรียกร้อง BOJ ขยายกรอบบอนด์ยีลด์เพิ่ม : อินโฟเควสท์นายชุนอิจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น หลังจากนักลงทุนในตลาดพันธบัตรพยายามเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นอีก เพื่อเปิดทางให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตรดอกเบี้ยระยะยาวจะส่งผลให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นอีก จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับสูงกว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึง 2 เท่า ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับใกล้ 0% แต่เมื่อไม่นานมานี้นักลงทุนในตลาดพันธบัตรพยายามเรียกร้องให้ BOJ ขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีให้กว้างกว่า +0.5% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 41 ปี หรือสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของ BOJ ถึงสองเท่า “สถานะการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่นในขณะนี้มีความเสี่ยงในระดับที่ไม่อาจคาดเดาได้ เนื่องจากเราได้ทุ่มงบประมาณไปกับการรับมือกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาด และปัญหาอื่น ๆ” นายซูซูกิแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ นายซูซูกิได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการเกินดุลงบประมาณของรัฐบาลในปีนี้ ซึ่งไม่รวมการขายพันธบัตรชุดใหม่ และต้นทุนในการชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินต้นตามกำหนด (debt-servicing) แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างสมดุลด้านงบประมาณ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นประมาณการว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 1% จะส่งผลให้ยอดการชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินต้นของรัฐบาลพุ่งขึ้น 3.7 ล้านล้านเยน (2.9 […]
Read more »
