“อนุทิน” ย้ำรับนักท่องเที่ยวไม่มี 2 มาตรฐานไทยพร้อมทุกมิติ อ่านต่อ : iNNNews อนุทิน โควิด โควิด19 จีน จีนเปิดประเทศ ข่าววันนี้ ไม่พลาดทุกเรื่องอินเทรนด์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกรุงเทพมหานครและกระทรวงการต่างประเทศ ว่าการประชุมในวันนี้เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่เป็นเจาะจงว่าเป็นประเทศใดซึ่งขณะนี้ไทยมีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวในทุกมิติซึ่งมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสมอยู่แล้ว ส่วนในกรณีที่ประเทศใดมีข้อกำหนดพิเศษขึ้นมา เช่น ต้องตรวจ RT-PCR ให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเดินทางกลับประเทศต้นทางนักท่องเที่ยวต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพก่อนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยซึ่งต้องครอบคลุมการรักษาโรค โควิด-19 ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่เท่าเทียม เป็นธรรมทั้งประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวและประเทศต้นทาง แต่หากประเทศใดไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวก็จะให้คำแนะนำในการซื้อประกันสุขภาพเพื่อความสะดวกหากเกิดเหตุฉุกเฉินเจ็บป่วยระหว่างอยู่ในประเทศไทยทั้งนี้? หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้น ซึ่งมาตรการต่างๆจะมีการปรับเปลี่ยนและลดหลั่นได้ตามความเหมาะสม พร้อมกันนี้ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอ ขอความร่วมมือ ให้โรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวจัดซุ้มอำนวยความสะดวกสำหรับตรวจ RT-PCR ด้วยอย่างไรก็ตาม วันที่ 12 ม.
ค.นี้จะมีนักท่องเที่ยวไฟลท์แรกมายังประเทศไทย ซึ่งเดินทางมาจากประเทศจีน โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคมกระทรวงการท่องเที่ยว จะเดินทางไปตรวจความพร้อมและเยี่ยมการปฎิบัติงานตรวจสอบสถานการณ์เพื่อให้เกิดความสะดวกปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวและคนไทยทุกคน ยืนยันทุกฝ่ายมีความพร้อมและกรุงเทพมหานครก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีขณะที่ค่าเหยียบแผ่นดินเป็นมาตรการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขณะนี้ยังต้องหารือจึงยังไม่มีผลบังคับใช้ส่วนโรงแรม ร้านอาหาร ที่ได้รับมาตรฐานsha และSha+พนักงานเสริมและเชฟยังต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ โดยยึดถือตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ ยืนยันมาตรการที่ออกมาเป็นไปตามความคิดเห็นของทีมแพทย์ที่มองว่าเชื้อ โควิด-19 อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ เพราะคนไทยและคนต่างชาติมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้างแล้วขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะนี่เป็นโอกาสได้เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจากความสูญเสียต่างๆที่ได้รับมากว่า 3 ปีจากการให้ระบาดของโควิด ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญอย่างมากต่อประเทศและยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมายและน่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะพลิกฟื้นซ่อมแซมเสริมสร้างความเสียหายให้กับประเทศในโอกาสต่างๆก็จะกลับมาติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.thTikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'อนุทิน' แจง พยาบาลปาร์ตี้แอลกอฮอล์เป็นหน้าที่นายจ้าง เหตุเป็นรพ.เอกชน‘อนุทิน’ แจง พยาบาลปาร์ตี้แอลกอฮอล์เป็นหน้าที่นายจ้าง เหตุเป็นรพ.เอกชน via MatichonOnline
Read more »
‘อนุทิน’ พร้อมแจงอภิปรายม.152 ปัดคุยดีล 3 พรรค ดัน ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ‘อนุทิน’ พร้อมแจงอภิปรายม.152 ปัดคุยดีล 3 พรรค ดัน ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ via MatichonOnline
Read more »
'อนุทิน' แจง พยาบาลปาร์ตี้แอลกอฮอล์เป็นหน้าที่นายจ้าง เหตุเป็น รพ.เอกชนมั่นใจว่าผู้บริหารของโรงพยาบาล คงตักเตือนเรื่องความเหมาะสมแล้ว ซึ่งเหตุดังกล่าวอาจเป็นเรื่องของความคะนอง เพราะเป็นวันปีใหม่ และยังไม่ทราบว่าดื่มจริงหรือไม่ อาจจะแค่นำมาโชว์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี -รมว.สาธารณสุข 3 มกราคม 2565
Read more »
“อนุทิน” ยันพยาบาลดื่มเบียร์ โรงพยาบาลเอกชน ลงโทษอยู่ที่ “นายจ้าง”“อนุทิน” แจงพยาบาลดื่มเบียร์สถานที่โรงพยาบาลเอกชน ไม่ใช่สถานที่ราชการ ชี้ “นายจ้าง” ตักเตือนบทลงโทษความเหมาะสมในช่วงเทศกาลวันปีใหม่
Read more »
อนุทินปฏิเสธดีล 3 พรรค ดันประวิตรเป็นนายกฯ ย้ำภูมิใจไทยจับมือขั้วการเมืองไหน ให้รอผลเลือกตั้งอนุทิน กล่าวถึง กระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทยพร้อมจับมือกับทุกขั้วพรรคการเมืองว่า เป็นเพียงการวิเคราะห์ของผู้สื่อข่าว และย้ำมาตลอดหลายครั้งว่าต้องรอผลเลือกตั้ง ส่วนเรื่องดีล 3 พรรค และดันประวิตรเป็นนายกฯ ตนปฏิเสธ และ ยืนยันว่าไม่ได้คุยกับใครทั้งสิ้น
Read more »
'ศักดิ์สยาม' สั่งสอบป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้าน ขีดเส้น 7 วันรู้ผลอนุทิน ชาญวีรกูล และศักดิ์สยาม ชิดชอบ สั่งตรวจสอบโครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ ย้ำต้องรู้ผลภายใน 7 วัน หากพบผิดปกติพร้อมยกเลิก-เอาผิดคนเกี่ยวข้อง หลังโซเชียลวิจารณ์ราคาสูงถึง 33 ล้านบาท
Read more »
