โบรกเห็นพ้อง 'หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีก-ปั้มน้ำมัน'รับอานิสงส์ ครม.ไฟเขียวลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 เวลา 3 เดือน เริ่ม เริ่ม 7 พ.ย.66 - ม.ค.67 พร้อมฟรีวิซ่า อินเดีย-ไต้หวันหนุน
โบรกเห็นพ้อง "หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีก-ปั้มน้ำมัน"รับอานิสงส์ ครม.ไฟเขียวลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 เวลา 3 เดือน เริ่ม เริ่ม 7 พ.ย.66 - ม.ค.67 พร้อมฟรีวิซ่า อินเดีย-ไต้หวันหนุน นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.
ทรีนีตี้ กล่าวว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทลงแต่เพียงในอัตรา 1 บาทต่อลิตร โดยกระทรวงการคลังเสนอให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของกระทรวงพลังงานไปบริหารจัดการให้ปรับลดราคาสำหรับเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ลงอีกลิตรละ 1.50 บาท ให้เป็นลิตรละ 2.50 บาท ตามที่กระทรวงพลังงานเคยเสนอไว้ ซึ่งวานนี้ ครม.พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบโดยกระทรวงการคลังเสนอให้เป็นมติว่าให้กองทุนน้ำมันไปบริหารจัดการชดเชยเงินที่ต้องใช้จ่ายในส่วน 1.50 บาทต่อลิตรดังกล่าวเองในภายหลัง มีกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่ 7 พ.ย. 66 โดยสรุป ราคาน้ำมันขายปลีกเบนซินแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทลดลง 1 บาทต่อลิตรด้วยการลดภาษีสรรพสามิต และ แก๊สโซฮอล์ 91 ลงอีกลิตรละ 1.50 บาท จากเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน รวมเป็นลิตรละ 2.50 บาท จะมีผลตั้งแต่ 7 พ.ย. 66 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 3 เดือน ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อหุ้นในกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน 1) การปรับลดราคาดังกล่าวนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าการตลาดของกลุ่มสถานีบริการน้ำมันแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับลดจากภาษีและมีเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย 2) การลดราคาน้ำมันลงนั้นจะเป็นผลบวกทางอ้อมให้คนใช้น้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่เข้าสู่ High Season ของการท่องเที่ยว ช่วยให้คนขับรถออกมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น หุ้นที่คิดว่าจะได้รับประโยชน์ OR, BCP, ESSO ที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากปริมาณขายน้ำมันเบนซินมากกว่า PTG ที่เน้นขายน้ำมันดีเซล นอกจากนี้ BCP และ ESSO แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 น่าจะยังโดดเด่นจากธุรกิจโรงกลั่นที่มีค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงในช่วงไตรมาส 3 ส่วน OR ประเมินแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/66 จะโดดเด่นเช่นกันที่ 4 พันล้านบาทจากผลของ Stock gain ในขณะที่ PTG อาจจะอ่อนตัวจากค่าการตลาดที่ยังไม่ดี ขณะที่ ครม.มีมติเห็นชอบเปิดวีซ่าฟรีเพิ่มอีกสองประเทศคือ อินเดียและไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก โดยจะให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.66 ถึง 10 พ.ค.67 ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าจากการให้ฟรีวีซ่าเพิ่มรวมเป็น 4 ประเทศ เป็นผลบวกต่อการท่องเที่ยวในประเทศ โดยที่ในช่วง 9 เดือน 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยรวม 20 ล้านราย จากเป้า 25 ล้านราย โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่ 2.5 ล้านราย และนักท่องเที่ยวอินเดียที่ 1.16 ล้านราย โดยในช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยวในประเทศและต่อด้วยเทศกาลตรุษจีนในช่วงต้นเดือน ก.พ. 2567 ที่คาดว่าการให้ฟรีวีซ่าจะช่วยให้การตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยง่ายขึ้น จากเดิมที่นักท่องเที่ยวจีน ไต้หวันและอินเดียจะต้องขอ Visa On Arrival ที่สนามบิน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่นักท่องเที่ยว และอาจเพิ่ม Length of Stay ให้นานขึ้น Top Pick เลือก ERW และ CENTEL เนื่องจาก ERW มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในประเทศสูงราว 90% ในขณะที่ CENTEL นอกจากจะมีรายได้จากโรงแรมในประเทศราว 80% และมีกลุ่มร้านอาหาร QSR ทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่คึกคัก ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ระบุว่า ผลการประชุม ครม.มีมติลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 เป็นเวลา 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย.66 รวมถึง ฟรีวิซ่าเพิ่ม อินเดียและไต้หวัน ฝ่ายวิเคราะห์มองประเด็นลดราคาน้ำมันดังกล่าว ซึ่ง 1) เป็นบวกต่อกำลังซื้อในมือประชาชนที่จะช่วยหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก โดยทางฝ่ายมอง CPALL แข็งแกร่งสุดในกลุ่มค้าปลีก จากการปรับราคาทำให้ Margin เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งจากงบ CPAXT ที่ฟื้นตัวจากดอกเบี้ยจ่ายที่น้อยลง และ 2) ในส่วนของหุ้นน้ำมันปลายน้ำ มุมมองเป็นกลาง เนื่องจากใช้กลไกภาษี ช่วยลดทั้ง 1 บาท จะไม่มีผลกับค่าการตลาด ความเสี่ยงจะไปอยู่ที่ประเด็นการออกกฎหมายควบคุมค่าการตลาดมากกว่า ระยะสั้นมองค้าปลีกน้ำมันดีขึ้นเล็กน้อยตามปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากไตรมาส 4 จะเข้าสู่ high season ปริมาณขายน้ำมันใช้น้ำมันจะโตขึ้น โดยยังมอง OR และ PTG ยังน่าสนใจ ขณะที่นโยบาย Free Visa อินเดีย และ ใต้หวัน เริ่ม 10 พ.ย.66-10 พ.ค.67 มองเป็นบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดีย หลังเติบโตกว่า 7.46% w-w จะช่วยหนุนต่อกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ทางฝ่ายฯมอง CENTEL และ ERW ยังน่าสนใจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น OR วันนี้ ณ เวลา 11.17 น. อยู่ที่ 18.10 บาท ลดลง 0.20 บาท คิดเป็น -1.09% ราคาหุ้น BCP อยู่ที่ 39.75 บาท ลดลง 1.50 บาท คิดเป็น -3.64%ราคาหุ้น CPALL อยู่ที่ 55 บาท ลดลง 0.25 บาท คิดเป็น -0.45%ราคาหุ้น CENTEL อยู่ที่ 45 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ครม.ไฟเขียวให้ 'น้ำตาลทราย' เป็น 'สินค้าควบคุม' สกัดขึ้นราคาขายปลีกครม.ไฟเขียวให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม คงราคาขายปลีกก่อนขึ้นราคาวันที่ 28 ต.ค. นายกฯสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลผลกระทบที่เกิดกับเกษตรกร ก่อนเสนอ ครม.อีกครั้ง
Read more »
ครม.ไฟเขียวลดราคาแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 นาน 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย.นี้ครม.ไฟเขียวลดราคาแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 นาน 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย.นี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.
Read more »
ดึงน้ำตาลกลับสินค้าควบคุม 'ตรึง' ราคาครม.ไฟเขียวให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม คงราคาขายปลีกก่อนขึ้นราคาวันที่ 28 ต.ค. นายกฯสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลผลกระทบที่เกิดกับเกษตรกร ก่อนเสนอ ครม.อีกครั้ง
Read more »
เช็กเงื่อนไข 'สินเชื่อคืนถิ่น' แรงงานไทยจากอิสราเอล ผ่อนนาน 20 ปีครม.อนุมัติสินเชื่อคืนถิ่นแรงงานไทยกลับจากอิสราเอล วงเงิน 2,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ 150,000 บาทต่อคน ผ่อนนาน 20 ปี วันนี้ (31 ต.ค.2566) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินจากธนาคารออมสิน และธนาคาร ธ.ก.
Read more »
ฟรีวีซา 'อินเดีย-ไต้หวัน' เที่ยวไทย 30 วันนาน 6 เดือนครม.เคาะฟรีวีซานักท่องเที่ยว 'อินเดีย-ไต้หวัน' เที่ยวไทย 30 วัน นาน 6 เดือนตั้งแต่ 10 พ.ย.-10 พ.ค.2567 คาดดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยอีก 1.55 ล้านคนกระตุ้นเศรษฐกิจ วันนี้ (31 ต.ค.2566) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.
Read more »
เช็กเลย! เปิดหลักเกณฑ์ “สินเชื่อคืนถิ่นแรงงานไทย” ในอิสราเอล วงเงินงบฯ กว่า 1,200 ล้านบาทจากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อคืนถิ่นแรงงานไทย (อิสราเอล) และอนุมัติวงเงินงบฯ วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท จากงบฯ ร่ายจ่ายประจำปี เพื่อดำเนินโครงการฯ พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่ กระทรวงการคลัง (กค.
Read more »
