'หลักทรัพย์บัวหลวง' แนะจัดพอร์ตแบบตั้งรับความผันผวน ลดการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้

United States News News

'หลักทรัพย์บัวหลวง' แนะจัดพอร์ตแบบตั้งรับความผันผวน ลดการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 207 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 86%
  • Publisher: 63%

หลักทรัพย์บัวหลวง ชี้ตลาดหุ้นไทย 4 เดือนสุดท้ายของปี 67 ยังผันผวนต่อเนื่อง ปรับลดเป้าหมายปลายปี 67 ลงมาที่ 1,396 จุด หลังส่งออกไทยยังเสี่ยงจากหลายประเทศคู่ค้าของไทยมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ พร้อมแนะลดความเสี่ยงจัดพอร์ตแบบตั้งรับ เน้นลงทุน “ตราสารหนี้” ระยะสั้นและยาวมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง ชูบริการ BLS Top Funds Portfolio...

หลักทรัพย์บัวหลวง ชี้ตลาดหุ้นไทย 4 เดือนสุดท้ายของปี 67 ยังผันผวนต่อเนื่อง ปรับลดเป้าหมายปลายปี 67 ลงมาที่ 1,396 จุด หลังส่งออกไทยยังเสี่ยงจากหลายประเทศคู่ค้าของไทยมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ พร้อมแนะลดความเสี่ยงจัดพอร์ตแบบตั้งรับ เน้นลงทุน “ตราสารหนี้” ระยะสั้นและยาวมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง ชูบริการ BLS Top Funds Portfolio ที่มีมืออาชีพคอยดูแลปรับพอร์ตอัตโนมัติ โชว์ผลตอบแทนสูงสุด 7.

60% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 3 ก.ย.67 นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบัน สร้างผลงานรั้งท้ายตลาดหุ้นเอเชีย หากเปรียบเทียบผลตอบแทนบนสกุลเงินท้องถิ่น โดยให้ผลตอบแทน -6.1% เมื่อเทียบตลาดหุ้นในเอเชียที่มีผลตอบแทนสูงสองหลักขึ้นไป โดยตลาดหุ้นไต้หวันให้ผลตอบแทนสูงสุด +25%,ญี่ปุ่น +14% และเวียดนาม +15% ขณะที่ตลาดหุ้นจีน -3.6% "ตลาดหุ้นไทย Underperform ต่อเนื่อง 2 ปีติด โดยในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลดลงกว่า 10-12% หลังกำไร บจ.ครึ่งปีแรกออกมาขยายตัวเพียง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเป้าหมายทั้งปีที่คาดจะโต 14% ผลจากการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐที่เพิ่งออกมาเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาลยังโฟกัสอยู่ที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นหลัก ขณะที่ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขทั้งเรื่องสินค้าราคาต่ำของจีนทะลักเข้าไทย ทำให้ธุรกิจ SME ของไทยมีปัญหา" นายชัยพรกล่าว สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 67 ทีมวิจัยหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับลดเป้าหมายปลายปีนี้ลงมาที่ระดับ 1,396 จุด จากเดิมที่คาดเป้าหมายปีนี้ที่ระดับ 1,466 จุด ซื้อขายบน Forward P/E 15.60 เท่าและคาดกำไรบจ.รวมเติบโต 7.5% แม้แนวโน้มกำไรบจ. ครึ่งปีหลังจะได้ประโยชน์จากท่องเที่ยวและส่งออก แต่กลุ่ม Domestic ยังคงต้องพึ่งพิง Demand ภายในประเทศที่ฟื้นตัวได้ช้าเป็นหลัก เช่น ธุรกิจก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย, สื่อโฆษณา และการเงินเพื่อการบริโภค ที่ภาพรวมยังดูไม่ค่อยดี ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงด้านการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ และจีน ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว “เป้าหมายดัชนีปลายปี 67 เรายังไม่ได้รวมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งยังต้องติดตามข่าวการปรับเปลี่ยนการแจกเป็นเงินสด คาดว่าจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ เบื้องต้นมีมุมมองว่าการแจกเงินสดเป็นการเติมเงินเข้าระบบที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นให้ GDP เพิ่มขึ้นได้ 0.3% จากที่คาดการณ์ GDP ปีนี้ที่ระดับ 2.6% อย่างไรก็ดีเราหวังจะเห็นนโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลออกมาเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ” นายชัยพร กล่าว ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามมีหลากหลายเรื่อง เช่น เรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่อาจเข้มข้นขึ้นหากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งปลายปีนี้จะส่งผลให้ไทยได้รับผลกระทบด้านลบตามไปด้วย, เรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลายประเทศเติบโตแบบชะลอตัว, เรื่องความมั่นคงทางการเมืองและการดำเนินนโยบายต่อเนื่องของภาครัฐ, เรื่องสงครามทั่วโลกที่ยังเป็นความเสี่ยง และเรื่องความท้าทายของการเปลี่ยนแพลตฟอร์มการค้าขายสู่ระบบ AI ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ตอนนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อต่ำและการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยง แต่เราคาดว่ากนง. อาจลดดอกเบี้ยตามหลังสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 67 โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับดอกเบี้ยลดลง 0.75% รวม 3 ครั้ง หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในช่วงของการเติบโตแบบชะลอตัว และในปี 68 มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงต่อ ขณะที่อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ค่อย ๆ สูงขึ้น นายชัยพร กล่าวต่อว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ แนะนำจัดพอร์ตลงทุนแบบตั้งรับอย่างเต็มตัวเพื่อตั้งการ์ดรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และหลายประเทศคู่ค้าของไทยที่เติบโตชะลอตัว รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและสินทรัพย์ต่าง ๆ เกิดความผันผวนได้ ล่าสุดทีมวิจัยหลักทรัพย์ฯได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงมาอยู่สัดส่วน 20% จากต้นปี 67 ที่อยู่ราว 60-80% และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในสัดส่วน 80% ส่วนตลาดหุ้นเวียดนาม แนะให้ลดน้ำหนักการลงทุนจาก 13% เป็น 9%, ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จาก 12% เป็น 6% ส่วนตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นแนะขายไปก่อนหน้ายังไม่ให้น้ำหนักลงทุน ขณะที่หุ้นไทยให้น้ำหนักการลงทุนสัดส่วนต่ำ 2% ของพอร์ตรวม สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุน แนะนำบริการจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ" เครื่องมือช่วยสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยไม่ได้ผูกติดกับบลจ. ค่ายใดค่ายหนึ่งแต่จะเฟ้นหากองทุนที่ดีที่สุดของสินทรัพย์เป้าหมาย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพคอยดูแลจัดพอร์ตตามมุมมองและคัดเลือกกองทุนตัวท็อปให้อัตโนมัติ ปัจจุบันมีให้เลือกลงทุนทั้งหมด 3 ประเภท 6 พอร์ตการลงทุน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาสร้างผลตอบแทนสูงสุด 7.60% สำหรับพอร์ตความเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับ SET ที่ -4.72% ทั้งนี้นักลงทุนที่สนใจสร้างโอกาสรับผลตอบแทนอย่างยั่งยืนสามารถสมัครบริการ BLS Top Funds Portfolio ได้ที่แอป Wealth CONNEX

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'หลักทรัพย์บัวหลวง' ส่ง “DW01 อ้างอิง SET Index” หนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย ซื้อขายวันแรก 19 ส.ค.67'หลักทรัพย์บัวหลวง' ส่ง “DW01 อ้างอิง SET Index” หนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย ซื้อขายวันแรก 19 ส.ค.67หลักทรัพย์บัวหลวง พร้อมเสิร์ฟ “DW01 อ้างอิง SET Index” หนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย เอาใจนักลงทุนที่ชื่นชอบการเก็งกำไรแนวโน้มตลาดหุ้น และต้องการปั้นพอร์ตหรือหาโอกาสสร้างกำไรจากอัตราทด พร้อมส่งลงสนามทั้ง Call และ Put จำนวน 2 รุ่น เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก วันที่ 19 ส.ค.
Read more »

'หลักทรัพย์บัวหลวง' เปิดผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาท'หลักทรัพย์บัวหลวง' เปิดผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาทหลักทรัพย์บัวหลวง เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาท ขณะที่สถานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วยเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital) 5,601 ล้านบาท พร้อมสานต่อแนวคิด “มั่นคง มั่นใจ มืออาชีพ” เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจหลักทรัพย์เมืองไทย และมุ่งมั่นส่งต่อความไว้วางใจสู่ลูกค้าและสังคมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.
Read more »

หลักทรัพย์บัวหลวง ตอกย้ำแนวคิด “มั่นคง มั่นใจ มืออาชีพ” รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาทหลักทรัพย์บัวหลวง ตอกย้ำแนวคิด “มั่นคง มั่นใจ มืออาชีพ” รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาทสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ส.ค. 67 10:55 น. หลักทรัพย์บัวหลวง เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 67 รายได้รวม 1,677 ล้านบาท ขณะที่สถานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วยเงินกอ...
Read more »

บอร์ด 'EGCO Group' ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 67 หุ้นละ 3.25 บาทบอร์ด 'EGCO Group' ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 67 หุ้นละ 3.25 บาทบอร์ด 'EGCO Group' ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 67 หุ้นละ 3.25 บาท เผยมาจากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคง ด้วย Portfolio ที่มีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย มีสภาพคล่องทางการเงิน และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
Read more »

หวัง 'วายุภักษ์-ดิจิทัลวอลเล็ต'คลอดจริง จุดพลุหุ้นไทยได้ไปต่อหวัง 'วายุภักษ์-ดิจิทัลวอลเล็ต'คลอดจริง จุดพลุหุ้นไทยได้ไปต่อ'บัวหลวง' คาดหวังเม็ดเงิน 'วายุภัษ์ และ ดิจิทัลวอลเล็ต' หนุนตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้แม้ภาพดัชนีช่วง 4 เดือนสุดท้ายยังผันผวน หั่นเป้าปลายปีนี้แตะ 1,396 จุด แนะจัดพอร์ตลงทุน“ตราสารหนี้”มากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง
Read more »



Render Time: 2026-04-02 00:56:58