เมื่อวันที่ 18 ส.ค.68 นพ.
หลักฐานที่สำคัญชิ้นที่สองมา จากการตรวจหัวใจด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า และวิเคราะห์ความผิดปกติในระยะถัดมาหลังจากฉีดสาร gadolinium โดยพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบแผ่เป็นpatch และมีหย่อม การอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งเป็นความเสียหายต่อเนื้อเยื่อถาวร ไปแล้ว FDA สหรัฐได้ให้ทุน Jain และคณะ ในปี 2024 สำหรับทำการศึกษาวิจัย เรื่องผลกระทบต่อหัวใจ จากวัคซีนโควิด ในผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ตีพิมพ์ใน Lancet เดือนตุลาคม 2024 และเปรียบเทียบผู้ป่วยที่มีหัวใจอักเสบจากวัคซีน 333 รายกับผู้ป่วย เด็ก 100 รายที่มีการอักเสบในหลายระบบ MIS-C multi systems inflammatory syndrome in children ปรากฏว่าความผิดปกติที่ตรวจจับด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็ก จะพบ LGE ในผู้ป่วยหัวใจอักเสบที่เกิดจากวัคซีนมากกว่า คิดเป็น 82% เทียบกับ 16%และถึงแม้ว่าอาการจะไม่หนักโดยไม่มีการเสียชีวิตหรือต้องเปลี่ยนหัวใจ ในการติดตามเฉลี่ย 178 วัน รายงานจากประเทศออสเตรเลีย ที่ติดตามผู้ป่วยหัวใจอักเสบจากวัคซีนที่หกเดือนโดยที่ 33% พบว่ามีเนื้อเยื่อแผลเป็นเกิดขึ้น และในการติดตามในระยะเวลาเป็นเดือนหลังจากนั้น ยังพบว่า 72% ยังมีความผิดปกติอยู่ การศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า LGE เป็น การตรวจ สำคัญ ที่ บอกการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ในอนาคต ในผู้ป่วย โรคหัวใจ รวมทั้ง ที่มีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทั้งนี้ กรณี LGE ของหัวใจอักเสบจากวัคซีนในอนาคต จะเกิด โรคทางด้านหัวใจ จนกระทั่งถึงเสียชีวิตได้มากเท่าใดก็ตาม ยังบอกไม่ได้ชัดเจนในอนาคต เนื่องจากขณะนี้ การติดตามเรื่องความปลอดภัยยังไม่พอเพียง* การประเมินอุบัติการของกล้ามเนื้อและหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ จากวัคซีนโควิด จะเกิดขึ้นประมาณ หนึ่งต่อ 37,000 ในผู้ชายอายุ 12 ถึง 14 ปี จากข้อมูลปี 2023 ถึง 2024 * และชัดเจน ว่าในระยะห้าเดือนของการติดตามหลังจากฉีดวัคซีน ยังพบความผิดปกติ แบบเช่นนี้ บ่อยจริง จากการตรวจคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กหัวใจ รายงานแรกๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ประเทศอิสราเอล ที่มีการโหมฉีดวัคซีนโควิดครอบคลุมทั่วประเทศ ได้เริ่มมีการรายงานผู้ป่วยอายุ 19 ปีใน นสพ Jerusalem Post ต้องเข้ารับการรักษาในไอซียูหลังจากฉีดวัคซีนโควิดและเกิดหัวใจอักเสบ เดือนเมษายน 2021 อิสราเอล พบเสียชีวิตสองราย และอีก 60 ราย ที่มีหัวใจอักเสบจากวัคซีน และข้อมูลละเอียดส่งไปยัง US FDA และ CDC * ถึงกระนั้นก็ตามในวันที่ 27 เมษายน 2021 ผู้อำนวยการ CDC ปฏิเสธสัญญาณเตือนอันตรายหัวใจอักเสบ โดยแถลงว่า “ ไม่มีสัญญาณอันตราย เตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเราให้วัคซีนไปมากกว่า 200 ล้านโดส“รายงานแรกๆ จะมาจากทหารที่ได้รับวัคซีนและเกิดหัวใจอักเสบ ในระหว่างมกราคมถึงเมษายน 2021 มีทหารผู้ชาย 23 รายที่เกิดหัวใจอักเสบ และ 20 รายเกิดหลังหลังจากได้เข็มที่สอง จากกฎหมายข้อมูลความโปร่งใส พบว่า มีแผนระบบปฏิบัติการเตือนหัวใจอักเสบ ของ CDC ด้วยซ้ำในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 แต่ไม่ มีการปฏิบัติ * วันที่ 24 พฤษภาคมปี 2021 มีการประชุมของ เจ้าหน้าที่ CDC และ FDA และมีบันทึกในเอกสารการประชุมยืนยันอันตรายของหัวใจอักเสบมีจริงในช่วงอายุ 16 ถึง 17 และ 18 ถึง 24 * ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2021 เพียงหนึ่งวันหลังจากการประชุม คณะผู้บริหารของไบเดน ได้มีคำสั่งผู้บริหารทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูงให้ไม่พูดและลดความสำคัญของอันตรายที่เกี่ยวกับหัวใจอักเสบ * ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2021 สองวันหลังจากที่มีการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของ FDA และผู้อำนวยการ CDC ได้มีบันทึกว่า FDA ไม่เห็นด้วยกับระบบเตือน อันตรายของวัคซีนและ ไม่ให้มีการ เผยแพร่ทั่วไป เกี่ยวกับความจริงของเรื่องนี้ * วัคซีนที่ทำให้เกิดหัวใจอักเสบในผู้ชายอายุระหว่าง 13 ถึง 24 ในปี 2021 มีการรายงานในวารสารวิชาการ และในบทความสาธารณะ ในเดือนสิงหาคมปี 2021 * และอิงข้อมูลจากบริษัทประกัน พบว่าอัตราของการเกิดหัวใจอักเสบจากวัคซีนไฟเซอร์ สูงถึง 200 รายต่อ 1 ล้านโดส หรือเท่ากับหนึ่งต่อ 5000 * การศึกษาแบบไปข้างหน้าของฮ่องกงตีพิมพ์ในปี 2021 พบว่าวัคซีนที่ทำให้เกิดหัวใจอักเสบนั้นมีมากกว่าหนึ่งต่อ 3,000 หลังวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สองในผู้ชายอายุ 13 ถึง 18 ปี * และจากการอิงข้อมูลของ vaccine safety data link พบว่ามีมากกว่าหนึ่งต่อ 2000 หลังวัคซีนเข็มที่สองในอายุ 18 ถึง 24 ปีที่เป็นผู้ชาย * เมื่อทำการประมวลหัวใจอักเสบจากวัคซีนที่รายงานในปี 2021 จาก Tracy Beth Hogue และคนอื่นๆ โดยวิเคราะห์ตามเพศและจำนวนเข็ม* รายงานการติดตามหลังการฉีดวัคซีนที่เป็นแบบ active surveillance * ใน VSD จากการวิเคราะห์ของ Scharf และคณะ พบว่าในช่วงแรกนั้นมีรายงานข้อมูลตกหล่นของผู้ป่วยหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบถึง 64% * ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งการเขียนระบุโรค ICD-10 ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง และความล่าช้าในการรายงาน ข้อมูลจากโรงพยาบาล ทำให้ตัวเลขเหล่านี้ตกหล่นไปมากมาย * การวิเคราะห์ปัจจัยส่งเสริมหรือเกี่ยวพันกับหัวใจอักเสบเป็นการวิเคราะห์ จาก Benjamin Knutson และ คุณหมอ Prasad เอง ได้รวบรวมรายงานทั้งหมดที่ตีพิมพ์เจาะจงเรื่องของความเสี่ยงของวัคซีน ทั้งนี้ไม่ได้ดูโดยเฉพาะหลังเข็มที่สองแต่รวมข้อมูลทุกเข็มที่ได้รับ * VSD chart review รายงานหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังบูสเตอร์ พบ 1 ต่อ 6800 ในผู้ชายอายุ 18 ถึง 39 โดยที่ตัวเลขดังกล่าวดูต่ำกว่าจากการประเมินตั้งแต่ต้น ในการวิเคราะห์อีกรายงานโดย Scharf และคณะจาก Kaiser Permanente * ตลอดเวลาที่ผ่านมามีนักวิเคราะห์ ที่มีชื่อเสียงหลายคน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับให้มีการฉีดเข็มกระตุ้นในผู้ชายอายุน้อย และมิหนำซ้ำเคยติดโควิดไปแล้ว * นอกจากนั้น แทนที่ทางการจะมีกลยุทธ์ในการผ่อนเบา ที่จะ ให้ฉีดวัคซีนห่างกันมากขึ้นตามนโยบายของยุโรป กลับยังคงให้ฉีดเหมือนเดิม จนหนึ่งปีต่อมาถึงยอมปรับเปลี่ยน * และระเบียบควบคุมในยุโรปนั้น เช่นเยอรมันและฝรั่งเศส ระบุไม่ให้มีการฉีดวัคซีนโควิดในคนที่อายุน้อยกว่า 30 ปี แม้ว่าจะยังมีการระบาดของโควิดอยู่ก็ตาม เนื่องจากความเสี่ยงของหัวใจอักเสบจากวัคซีน* จากข้อมูลของ CDC ตีพิมพ์ในปี 2022 หัวใจอักเสบจนถึง การประเมิน ในช่วง 90 วันหลังจาก ที่ได้รับการวินิจฉัย ทั้งหมดเกิดจากการ ฉีดวัคซีน * ในคนอายุ 12 ถึง 29 ปี ผู้ป่วย 25% เข้าไอซียูและมีหนึ่งคนต้องใช้เครื่อง ECMO ช่วยหัวใจปอดและระบบเลือด ผู้ป่วย 25% ยังคงต้องได้รับยารักษาทางหัวใจและ 30% ยังห้ามไม่ให้มีการออกกำลังและมากกว่าครึ่งหนึ่งคือ 54% มีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งอย่างจากการตรวจคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าหัวใจ * การประเมินที่ 90 วันหลังจากการวินิจฉัยหัวใจอักเสบ มี 66% หรือ 261 รายจาก 393 ราย ที่พบว่า สามารถกลับคืนเป็นปกติได้ fully recover * รายงานการเสียชีวิตจากวัคซีนทำให้หัวใจอักเสบมีหลายรายงาน* โดยที่แท้จริงแล้วหลายเหตุการณ์ๆเกิดขึ้นมาตลอดจนฤดูใบไม้ผลิของปี 2021 แต่เรื่อง ออกมาสู่สาธารณะชนทางวารสารการแพทย์นั้นเนิ่นนานจนออกมาปลายปี 2021 * ทั้งนี้บทความในวารสารนิวอิงแลนด์ ดังกล่าวได้โยงถึงผู้ป่วย 304 รายมาด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มีสี่รายในที่สุดได้รับการวินิจฉัยจากสาเหตุอื่น และจำนวน 283 รายที่เหลือ 142 รายเกิดขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 136 ราย มีความเชื่อมโยงกับวัคซีนชัดเจนหรือมีความเป็นไปได้ * โดยที่บทสรุปรายงานในปลายปี 2021 นั้นให้จับตาดูหัวใจอักเสบซึ่งในขณะนั้นอุบัติการดูเหมือนไม่มากแต่เกิดสูงขึ้นหลังจากที่ได้รับวัคซีนโดยเฉพาะโดส สองในผู้ป่วยชายที่เป็นวัยรุ่น * และการเฝ้าระวังของ US FDAเอง พบว่าผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลจากหัวใจอักเสบนั้นมี 2% ที่ต้องใช้ ยากระตุ้นหัวใจและความดัน * ผู้ป่วยที่มีอาการมากเมื่อเข้าโรงพยาบาลจะถูกเหมารวมว่าเกิดจากโควิดทั้งๆที่อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นโดยที่มีการติดเชื้อโควิดร่วม * และ ในหลายรายงาน ยังไม่สามารถแก้ความกำกวม ว่า หัวใจอักเสบ เกิดจากติดเชื้อโควิด ตั้งแต่ต้น หรือ การที่มีค่าเลือดแสดงความเสียหายของหัวใจเกิดจากการที่ผู้ป่วยตกอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และดูเสมือนว่าการติดเชื้อโควิดนั้นทำให้เกิดหัวใจอักเสบโดยตรงมีมากมาย * ในผู้ที่ได้รับวัคซีนก็ยังติดโควิดได้ และมีการอ้างว่าวัคซีนทำให้อาการของโควิดบรรเทาน้อยลงแต่ในขณะเดียวกันไม่ได้มีการประเมินโดยตรงว่าการฉีดไปหลายเข็มแล้วแท้จริงได้ประโยชน์จากการป้องกันไม่ให้ร้ายแรงจากการติดโควิดคุ้มกับผลกระทบของวัคซีนที่ฉีดเพิ่มขึ้นหรือไม่* เรื่องสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโควิด take way home messages FDA สามารถสรุปได้ว่าในปี 2023 ถึง 2024 วัคซีนโควิดมีความเสี่ยง หัวใจอักเสบ จากการประเมินแบบหยาบ unadjusted crude risk อยู่ที่ 27 ต่อ 1,000,000 โดส ในชายหนุ่ม หัวใจอักเสบจากวัคซีนนั้นเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลจะพบว่ามีหลักฐานของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและฉีดสาร และดูว่า มี LGE หรือไม่ โดยพบว่า ความผิดปกตินี้มีตั้งแต่ต้นที่เข้าโรงพยาบาลและทอดยาวไปนานหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทั้งนี้ LGE ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบ่งบอกความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงขึ้นในอนาคตทางโรคหัวใจทั้งนี้ยังคงต้องมีการ ติดตามเพื่อ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมต่อเนื่องจากที่ใช้การตรวจ LGE ใน สภาวการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับวัคซีนโดยตรง * และทั้งหลายทั้งมวลนี้เป็นที่มาของการต้องมีการประกาศเตือนถึงอันตรายของวัคซีน safety labeling change โดยที่ไม่มีการทำเป็นหลักเป็นฐานมาก่อนเลย.
หลักฐานที่สำคัญชิ้นที่สองมา จากการตรวจหัวใจด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า และวิเคราะห์ความผิดปกติในระยะถัดมาหลังจากฉีดสาร gadolinium โดยพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบแผ่เป็นpatch และมีหย่อม การอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งเป็นความเสียหายต่อเนื้อเยื่อถาวร ไปแล้ว FDA สหรัฐได้ให้ทุน Jain และคณะ ในปี 2024 สำหรับทำการศึกษาวิจัย เรื่องผลกระทบต่อหัวใจ จากวัคซีนโควิด ในผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ตีพิมพ์ใน Lancet เดือนตุลาคม 2024 และเปรียบเทียบผู้ป่วยที่มีหัวใจอักเสบจากวัคซีน 333 รายกับผู้ป่วย เด็ก 100 รายที่มีการอักเสบในหลายระบบ MIS-C multi systems inflammatory syndrome in children ปรากฏว่าความผิดปกติที่ตรวจจับด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็ก จะพบ LGE ในผู้ป่วยหัวใจอักเสบที่เกิดจากวัคซีนมากกว่า คิดเป็น 82% เทียบกับ 16%และถึงแม้ว่าอาการจะไม่หนักโดยไม่มีการเสียชีวิตหรือต้องเปลี่ยนหัวใจ ในการติดตามเฉลี่ย 178 วัน รายงานจากประเทศออสเตรเลีย ที่ติดตามผู้ป่วยหัวใจอักเสบจากวัคซีนที่หกเดือนโดยที่ 33% พบว่ามีเนื้อเยื่อแผลเป็นเกิดขึ้น และในการติดตามในระยะเวลาเป็นเดือนหลังจากนั้น ยังพบว่า 72% ยังมีความผิดปกติอยู่ การศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า LGE เป็น การตรวจ สำคัญ ที่ บอกการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ในอนาคต ในผู้ป่วย โรคหัวใจ รวมทั้ง ที่มีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทั้งนี้ กรณี LGE ของหัวใจอักเสบจากวัคซีนในอนาคต จะเกิด โรคทางด้านหัวใจ จนกระทั่งถึงเสียชีวิตได้มากเท่าใดก็ตาม ยังบอกไม่ได้ชัดเจนในอนาคต เนื่องจากขณะนี้ การติดตามเรื่องความปลอดภัยยังไม่พอเพียง* การประเมินอุบัติการของกล้ามเนื้อและหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ จากวัคซีนโควิด จะเกิดขึ้นประมาณ หนึ่งต่อ 37,000 ในผู้ชายอายุ 12 ถึง 14 ปี จากข้อมูลปี 2023 ถึง 2024 * และชัดเจน ว่าในระยะห้าเดือนของการติดตามหลังจากฉีดวัคซีน ยังพบความผิดปกติ แบบเช่นนี้ บ่อยจริง จากการตรวจคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กหัวใจ รายงานแรกๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ประเทศอิสราเอล ที่มีการโหมฉีดวัคซีนโควิดครอบคลุมทั่วประเทศ ได้เริ่มมีการรายงานผู้ป่วยอายุ 19 ปีใน นสพ Jerusalem Post ต้องเข้ารับการรักษาในไอซียูหลังจากฉีดวัคซีนโควิดและเกิดหัวใจอักเสบ เดือนเมษายน 2021 อิสราเอล พบเสียชีวิตสองราย และอีก 60 ราย ที่มีหัวใจอักเสบจากวัคซีน และข้อมูลละเอียดส่งไปยัง US FDA และ CDC * ถึงกระนั้นก็ตามในวันที่ 27 เมษายน 2021 ผู้อำนวยการ CDC ปฏิเสธสัญญาณเตือนอันตรายหัวใจอักเสบ โดยแถลงว่า “ ไม่มีสัญญาณอันตราย เตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเราให้วัคซีนไปมากกว่า 200 ล้านโดส“รายงานแรกๆ จะมาจากทหารที่ได้รับวัคซีนและเกิดหัวใจอักเสบ ในระหว่างมกราคมถึงเมษายน 2021 มีทหารผู้ชาย 23 รายที่เกิดหัวใจอักเสบ และ 20 รายเกิดหลังหลังจากได้เข็มที่สอง จากกฎหมายข้อมูลความโปร่งใส พบว่า มีแผนระบบปฏิบัติการเตือนหัวใจอักเสบ ของ CDC ด้วยซ้ำในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 แต่ไม่ มีการปฏิบัติ * วันที่ 24 พฤษภาคมปี 2021 มีการประชุมของ เจ้าหน้าที่ CDC และ FDA และมีบันทึกในเอกสารการประชุมยืนยันอันตรายของหัวใจอักเสบมีจริงในช่วงอายุ 16 ถึง 17 และ 18 ถึง 24 * ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2021 เพียงหนึ่งวันหลังจากการประชุม คณะผู้บริหารของไบเดน ได้มีคำสั่งผู้บริหารทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูงให้ไม่พูดและลดความสำคัญของอันตรายที่เกี่ยวกับหัวใจอักเสบ * ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2021 สองวันหลังจากที่มีการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของ FDA และผู้อำนวยการ CDC ได้มีบันทึกว่า FDA ไม่เห็นด้วยกับระบบเตือน อันตรายของวัคซีนและ ไม่ให้มีการ เผยแพร่ทั่วไป เกี่ยวกับความจริงของเรื่องนี้ * วัคซีนที่ทำให้เกิดหัวใจอักเสบในผู้ชายอายุระหว่าง 13 ถึง 24 ในปี 2021 มีการรายงานในวารสารวิชาการ และในบทความสาธารณะ ในเดือนสิงหาคมปี 2021 * และอิงข้อมูลจากบริษัทประกัน พบว่าอัตราของการเกิดหัวใจอักเสบจากวัคซีนไฟเซอร์ สูงถึง 200 รายต่อ 1 ล้านโดส หรือเท่ากับหนึ่งต่อ 5000 * การศึกษาแบบไปข้างหน้าของฮ่องกงตีพิมพ์ในปี 2021 พบว่าวัคซีนที่ทำให้เกิดหัวใจอักเสบนั้นมีมากกว่าหนึ่งต่อ 3,000 หลังวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สองในผู้ชายอายุ 13 ถึง 18 ปี * และจากการอิงข้อมูลของ vaccine safety data link พบว่ามีมากกว่าหนึ่งต่อ 2000 หลังวัคซีนเข็มที่สองในอายุ 18 ถึง 24 ปีที่เป็นผู้ชาย * เมื่อทำการประมวลหัวใจอักเสบจากวัคซีนที่รายงานในปี 2021 จาก Tracy Beth Hogue และคนอื่นๆ โดยวิเคราะห์ตามเพศและจำนวนเข็ม* รายงานการติดตามหลังการฉีดวัคซีนที่เป็นแบบ active surveillance * ใน VSD จากการวิเคราะห์ของ Scharf และคณะ พบว่าในช่วงแรกนั้นมีรายงานข้อมูลตกหล่นของผู้ป่วยหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบถึง 64% * ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งการเขียนระบุโรค ICD-10 ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง และความล่าช้าในการรายงาน ข้อมูลจากโรงพยาบาล ทำให้ตัวเลขเหล่านี้ตกหล่นไปมากมาย * การวิเคราะห์ปัจจัยส่งเสริมหรือเกี่ยวพันกับหัวใจอักเสบเป็นการวิเคราะห์ จาก Benjamin Knutson และ คุณหมอ Prasad เอง ได้รวบรวมรายงานทั้งหมดที่ตีพิมพ์เจาะจงเรื่องของความเสี่ยงของวัคซีน ทั้งนี้ไม่ได้ดูโดยเฉพาะหลังเข็มที่สองแต่รวมข้อมูลทุกเข็มที่ได้รับ * VSD chart review รายงานหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังบูสเตอร์ พบ 1 ต่อ 6800 ในผู้ชายอายุ 18 ถึง 39 โดยที่ตัวเลขดังกล่าวดูต่ำกว่าจากการประเมินตั้งแต่ต้น ในการวิเคราะห์อีกรายงานโดย Scharf และคณะจาก Kaiser Permanente * ตลอดเวลาที่ผ่านมามีนักวิเคราะห์ ที่มีชื่อเสียงหลายคน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับให้มีการฉีดเข็มกระตุ้นในผู้ชายอายุน้อย และมิหนำซ้ำเคยติดโควิดไปแล้ว * นอกจากนั้น แทนที่ทางการจะมีกลยุทธ์ในการผ่อนเบา ที่จะ ให้ฉีดวัคซีนห่างกันมากขึ้นตามนโยบายของยุโรป กลับยังคงให้ฉีดเหมือนเดิม จนหนึ่งปีต่อมาถึงยอมปรับเปลี่ยน * และระเบียบควบคุมในยุโรปนั้น เช่นเยอรมันและฝรั่งเศส ระบุไม่ให้มีการฉีดวัคซีนโควิดในคนที่อายุน้อยกว่า 30 ปี แม้ว่าจะยังมีการระบาดของโควิดอยู่ก็ตาม เนื่องจากความเสี่ยงของหัวใจอักเสบจากวัคซีน* จากข้อมูลของ CDC ตีพิมพ์ในปี 2022 หัวใจอักเสบจนถึง การประเมิน ในช่วง 90 วันหลังจาก ที่ได้รับการวินิจฉัย ทั้งหมดเกิดจากการ ฉีดวัคซีน * ในคนอายุ 12 ถึง 29 ปี ผู้ป่วย 25% เข้าไอซียูและมีหนึ่งคนต้องใช้เครื่อง ECMO ช่วยหัวใจปอดและระบบเลือด ผู้ป่วย 25% ยังคงต้องได้รับยารักษาทางหัวใจและ 30% ยังห้ามไม่ให้มีการออกกำลังและมากกว่าครึ่งหนึ่งคือ 54% มีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งอย่างจากการตรวจคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าหัวใจ * การประเมินที่ 90 วันหลังจากการวินิจฉัยหัวใจอักเสบ มี 66% หรือ 261 รายจาก 393 ราย ที่พบว่า สามารถกลับคืนเป็นปกติได้ fully recover * รายงานการเสียชีวิตจากวัคซีนทำให้หัวใจอักเสบมีหลายรายงาน* โดยที่แท้จริงแล้วหลายเหตุการณ์ๆเกิดขึ้นมาตลอดจนฤดูใบไม้ผลิของปี 2021 แต่เรื่อง ออกมาสู่สาธารณะชนทางวารสารการแพทย์นั้นเนิ่นนานจนออกมาปลายปี 2021 * ทั้งนี้บทความในวารสารนิวอิงแลนด์ ดังกล่าวได้โยงถึงผู้ป่วย 304 รายมาด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มีสี่รายในที่สุดได้รับการวินิจฉัยจากสาเหตุอื่น และจำนวน 283 รายที่เหลือ 142 รายเกิดขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 136 ราย มีความเชื่อมโยงกับวัคซีนชัดเจนหรือมีความเป็นไปได้ * โดยที่บทสรุปรายงานในปลายปี 2021 นั้นให้จับตาดูหัวใจอักเสบซึ่งในขณะนั้นอุบัติการดูเหมือนไม่มากแต่เกิดสูงขึ้นหลังจากที่ได้รับวัคซีนโดยเฉพาะโดส สองในผู้ป่วยชายที่เป็นวัยรุ่น * และการเฝ้าระวังของ US FDAเอง พบว่าผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลจากหัวใจอักเสบนั้นมี 2% ที่ต้องใช้ ยากระตุ้นหัวใจและความดัน * ผู้ป่วยที่มีอาการมากเมื่อเข้าโรงพยาบาลจะถูกเหมารวมว่าเกิดจากโควิดทั้งๆที่อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นโดยที่มีการติดเชื้อโควิดร่วม * และ ในหลายรายงาน ยังไม่สามารถแก้ความกำกวม ว่า หัวใจอักเสบ เกิดจากติดเชื้อโควิด ตั้งแต่ต้น หรือ การที่มีค่าเลือดแสดงความเสียหายของหัวใจเกิดจากการที่ผู้ป่วยตกอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และดูเสมือนว่าการติดเชื้อโควิดนั้นทำให้เกิดหัวใจอักเสบโดยตรงมีมากมาย * ในผู้ที่ได้รับวัคซีนก็ยังติดโควิดได้ และมีการอ้างว่าวัคซีนทำให้อาการของโควิดบรรเทาน้อยลงแต่ในขณะเดียวกันไม่ได้มีการประเมินโดยตรงว่าการฉีดไปหลายเข็มแล้วแท้จริงได้ประโยชน์จากการป้องกันไม่ให้ร้ายแรงจากการติดโควิดคุ้มกับผลกระทบของวัคซีนที่ฉีดเพิ่มขึ้นหรือไม่* เรื่องสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโควิด take way home messages FDA สามารถสรุปได้ว่าในปี 2023 ถึง 2024 วัคซีนโควิดมีความเสี่ยง หัวใจอักเสบ จากการประเมินแบบหยาบ unadjusted crude risk อยู่ที่ 27 ต่อ 1,000,000 โดส ในชายหนุ่ม หัวใจอักเสบจากวัคซีนนั้นเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลจะพบว่ามีหลักฐานของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและฉีดสาร และดูว่า มี LGE หรือไม่ โดยพบว่า ความผิดปกตินี้มีตั้งแต่ต้นที่เข้าโรงพยาบาลและทอดยาวไปนานหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทั้งนี้ LGE ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบ่งบอกความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงขึ้นในอนาคตทางโรคหัวใจทั้งนี้ยังคงต้องมีการ ติดตามเพื่อ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมต่อเนื่องจากที่ใช้การตรวจ LGE ใน สภาวการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับวัคซีนโดยตรง * และทั้งหลายทั้งมวลนี้เป็นที่มาของการต้องมีการประกาศเตือนถึงอันตรายของวัคซีน safety labeling change โดยที่ไม่มีการทำเป็นหลักเป็นฐานมาก่อนเลย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
นักวิชาการ จี้ต่อมสำนึก สว.หยุดตั้งองค์กรอิสระ ระวัง เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนักวิชาการ จี้ต่อมจิตสำนึก สว.หยุดหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ ระวัง เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แนะ เคลียร์ข้อร้องเรียนตัวเองให้สิ้นสงสัย เหตุ มองช่องทางกฎหมาย สั่งสว.หยุดทำหน้าที่เป็นไปได้ยาก ทั้งชั้น กกต.-ศาลรัฐธรรมนูญ-ดีเอสไอ
Read more »
เช็กด่วน! 14 เพจอันตราย หลอกลวงประชาชน แนะใช้แพลตฟอร์มตัวกลางช่วยตรวจสอบ“รัฐบาล” เตือน ระวัง 14 เพจอันตราย หลอกประชาชน ย้ำระดมกวาดล้างจับกุม แนะใช้แพลตฟอร์มตัวกลางช่วยตรวจสอบได้ วันที่ 24 ก.ค.
Read more »
'สุริยะใส' เตือนระวัง 'สันติภาพปลอม' ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ไทยกำลังอยู่ในวงล้อมการแข่งขัน 'อำนาจโลก'วันที่ 3 ส.ค.2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุก ระบุว่า ' ระวัง!
Read more »
Gen Z ชวนกันออกเดทแบบ 'จนแต่เก๋' เพราะค่าครองชีพมันแรงเว่อร์วัยรุ่น Gen Z กังวลเรื่องค่าครองชีพ ควักเงินออกเดทไม่ถึง 3,200 บ./เดือน หรือไม่จ่ายเลย ผุดเทรนด์ ออกเดทแบบประหยัด แต่ยัง “โรแมนติก” เหมือนเดิม
Read more »
10 จังหวัดเสี่ยง 'โรคขาดาบ' เด็กติดเชื้อซิฟิลิสตั้งแต่กำเนิดแพทย์เตือน 10 จังหวัด ระวัง 'โรคขาดาบ' เด็กติดเชื้อจากซิฟิลิสตั้งแต่กำเนิด จากรับเชื้อของคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์
Read more »
ระวัง!! กลโกงรูปแบบใหม่ “ส่งคลิปนักข่าวแนบลิงก์หลอกให้กด ให้สแกนคิวอาร์โค๊ด” หลอกดูดเงินระวัง!!
Read more »
