'สตง.' ชำแหละประกันสังคมจ่ายเยียวยาโควิดผิดหลักเกณฑ์หลักร้อย-ยังไม่ได้เงินเป็นพัน

United States News News

'สตง.' ชำแหละประกันสังคมจ่ายเยียวยาโควิดผิดหลักเกณฑ์หลักร้อย-ยังไม่ได้เงินเป็นพัน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 isranews_agency
  • ⏱ Reading Time:
  • 508 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 206%
  • Publisher: 53%

'สตง.' ชำแหละประกันสังคมจ่ายเยียวยาโควิดผิดหลักเกณฑ์หลักร้อย-ยังไม่ได้เงินเป็นพัน isranews สำนักข่าวอิศรา สตง ประกันสังคม โควิด19

". จากการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ พบว่า มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่มีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 1,177 ราย แบ่งเป็น ผู้ประกันตนที่ไม่มีข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 1,018 ราย และผู้ประกันตนที่ข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้องหรือบัญชีเงินฝากธนาคารปิด จำนวน 159 ราย.

"... จากการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ พบว่า มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่มีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 1,177 ราย แบ่งเป็น ผู้ประกันตนที่ไม่มีข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 1,018 ราย และผู้ประกันตนที่ข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้องหรือบัญชีเงินฝากธนาคารปิด จำนวน 159 ราย..." สำนักข่าวอิศรา รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้เผยผลการตรวจสอบโครงการมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา พบการดำเนินโครงการบางส่วนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ในขณะเดียวกันผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการบางส่วนไม่ได้รับเงินเยียวยา ส่งผลให้ผู้ประกันตนซึ่งได้รับผลกระทบจากการว่างงานไม่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไปกระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคม ได้จัดทำโครงการมาตรการชดเชยรายได้แก่ ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา โดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่สำนักงานประกันสังคมปฏิเสธการจ่ายเงินตามกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกันตนดังกล่าว รายละ 15,000.00 บาท สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นการใช้จ่ายจากเงินกู้และมีความเร่งด่วนในการดำเนินการ ประกอบกับนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงเลือกตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินโครงการ ปัญหาอุปสรรคหรือข้อจำกัดในการดำเนินโครงการ ตลอดจนเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และแนวทางการดำเนินโครงการที่มีลักษณะเดียวกันในอนาคต จากการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการมาตรการชดเชยราย ได้แก่ ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการจนถึงสิ้นสุดการดำเนินโครงการ วันที่ 31 ตุลาคม 2563 มีข้อตรวจพบ ดังนี้จากการตรวจสอบผลการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ จำนวน 13,930 ราย พบว่า มีผู้ได้รับเงินเยียวยาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จำนวน 289 ราย คิดเป็นเงินจำนวน 4,425,000.00 บาท ดังนี้จากการตรวจสอบผลการจ่ายเงินเยียวยาตามโครงการ พบว่า มีผู้ได้รับเงินเยียวยามีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ จำนวน 249 ราย คิดเป็นเงิน จำนวน 3,825,000.00 บาท โดยเป็นผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทย จำนวน 13 ราย ผู้ประกันตนได้รับเงินเยียวยาจากมาตรการของหน่วยงานอื่น จำนวน 190 ราย ผู้ประกันตนได้รับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยจากกองทุนประกันสังคม จำนวน 41 ราย และผู้ได้รับเงินเยียวยาไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ จำนวน 6 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการได้รับทั้งเงินเยียวยาจากมาตรการของหน่วยงานอื่น และได้รับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยจากกองทุนประกันสังคม จำนวน 1 รายจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่สำนักงานประกันสังคมโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ จำนวน 96 ราย ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาที่มีรายชื่อซ้ำ จำนวน 57 ราย และผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาที่มีเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารที่ได้รับโอนเงินเยียวยาซ้ำกับผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยารายอื่น จำนวน 39 ราย พบว่า มีผู้ได้รับเงินเยียวยาได้รับเงินมากกว่า 15,000.00 บาท จำนวน 40 ราย โดยทุกรายได้รับเงินเยียวยา 2 ครั้ง จำนวน 30,000.00 บาท การที่ผลการดำเนินโครงการบางส่วนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้มีการจ่ายเงินไปโดยไม่สมควร จำนวน 4,425,000.00 บาท และภาครัฐเสียโอกาสในการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินโครงการตามที่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา และฟื้นฟูเยียวยา เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ได้กำหนดไว้จากการตรวจสอบ พบว่า มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการไม่ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 1,199 ราย ดังนี้จากการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ พบว่า มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่มีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 1,177 ราย แบ่งเป็น ผู้ประกันตนที่ไม่มีข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 1,018 ราย และผู้ประกันตนที่ข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้องหรือบัญชีเงินฝากธนาคารปิด จำนวน 159 รายจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่สำนักงานประกันสังคมโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ จำนวน 96 ราย โดยเปรียบเทียบชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารที่ได้รับโอนเงินเยียวยากับชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการพบว่า มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 22 ราย จากการที่สำนักงานประกันสังคมโอนเงินเยียวยาของผู้มีสิทธิดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลอื่นการที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการบางส่วนไม่ได้รับเงินเยียวยาทำให้ผู้ประกันตนดังกล่าวซึ่งได้รับผลกระทบว่างงานจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ไม่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน และเกิดความไม่เป็นธรรมในการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินโครงการบางส่วนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการบางส่วนไม่ได้รับเงินเยียวยา ได้แก่ 1. การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกันตนเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดยังขาดความละเอียด รอบคอบ และรัดกุม หรือได้ตรวจสอบแล้วแต่ยังเกิดความผิดพลาดในกระบวนการคัดกรองข้อมูล รวมถึงไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน 2. ระบบการรับแจ้งข้อมูลของผู้ประกันตนผ่านช่องทางการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ E – form ที่สำนักงานประกันสังคมออกแบบไว้ไม่เพียงพอในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่รับแจ้ง เนื่องจากไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกันตนต้องส่งเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งข้อมูล 3. เจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมไม่ได้บันทึกข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนในระบบการจ่ายประโยชน์ทดแทนโปรแกรม Sapiens หรือบันทึกข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง 4. สำนักงานประกันสังคมไม่มีกระบวนการสอบทานความถูกต้องของข้อมูลผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการทั้งก่อนและหลังการโอนเงินเยียวยา 5. ระบบการโอนเงินที่สำนักงานประกันสังคมใช้ในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการไม่มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องตรงกันของชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารกับชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการก่อนโอนเงินเยียวยา 6. การติดตามข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนที่มีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ครบถ้วนทุกราย 7. สำนักงานประกันสังคมขาดการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการติดตามข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนที่ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารได้ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีข้อเสนอแนะให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการมีคุณสมบัติหรือได้รับเงินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป 2. ศึกษาและพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้มีศักยภาพการบันทึกข้อมูลและการประมวลผลการจ่ายประโยชน์ทดแทนของกองทุนประกันสังคม หรือการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาโครงการอื่นตามนโยบาย ข้อสั่งการของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการผู้ประกันตนทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่มีผู้ประกันตนมาใช้บริการจำนวนมากพร้อมกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว3.1 กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติของผู้ประกันตนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดด้วยความละเอียด รอบคอบและรัดกุม 3.2 ปรับปรุงระบบการรับแจ้งข้อมูลคำขอของผู้ประกันตนในทุกช่องทาง โดยกำหนดให้ผู้ประกันตนต้องแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสาร หลักฐานประกอบการรับแจ้งข้อมูลที่สำคัญให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนบันทึกรับแจ้งในระบบการจ่ายประโยชน์ทดแทน 3.3 ให้ความสำคัญในการบันทึกข้อมูลคำขอรับประโยชน์ทดแทนของผู้ประกันตนในระบบการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งในกรณีที่ผู้ประกันตนเป็นผู้มีสิทธิและไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม และหากมีการนำข้อมูลผู้ประกันตนไปใช้ในการดำเนินโครงการอื่นใด ต้องมีการสอบทานความถูกต้องของข้อมูลผู้ประกันตนที่บันทึกในระบบการจ่ายประโยชน์ทดแทนทุกครั้ง 3.4 กำหนดให้มีกระบวนการสอบทานความถูกต้องของการดำเนินโครงการในขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามโครงการ ได้แก่ การสอบทานความถูกต้องของการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด การสอบทานความถูกต้องและความซ้ำซ้อนของการจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาและการสอบทานความถูกต้องของผลการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา 3.5 ปรับปรุงวิธีการโอนเงินให้กับผู้ประกันตน โดยพิจารณาระบบการโอนเงินที่สามารถตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของบัญชีเงินฝากธนาคารผู้รับโอนเงินได้ เช่น การโอนเงินด้วยระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน การโอนเงินที่มีข้อตกลงกับธนาคารในการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารก่อนการโอนเงิน 3.6 กำหนดมาตรการหรือแนวทางการติดตามข้อมูลผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาแต่ไม่สามารถโอนเงินเยียวยาได้ เพื่อให้สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ได้รับมอบหมายให้ติดตามข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนดังกล่าวสามารถรายงานผลการติดตามข้อมูลผู้ประกันตนให้ครบถ้วนทุกราย 3.7 กำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์และแจ้งผลการดำเนินโครงการในขั้นตอนต่าง ๆ ให้ผู้ประกันตนรับทราบข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เช่น การแจ้งผลการพิจารณาสิทธิรับเงินเยียวยาตามโครงการ การแจ้งผลการโอนเงินเพื่อให้ผู้ประกันตนแจ้งข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อใช้โอนเงินให้ผู้ประกันตนทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิรับเงินเยียวยาได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

isranews_agency /  🏆 38. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ยอดผู้ติดเชื้อโควิด' รายใหม่ 2,328 ราย ลดลงจากวานนี้ 108 ราย ดับ 19 ราย'ยอดผู้ติดเชื้อโควิด' รายใหม่ 2,328 ราย ลดลงจากวานนี้ 108 ราย ดับ 19 รายอัปเดตสถานการณ์ 'ยอดผู้ติดเชื้อโควิด' จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มทรงตัว วันนี้พบ 2,328 ราย ลดลงจากวานนี้ 108 ราย เสียชีวิต 19 ราย โควิด-19 โควิด19 โควิดวันนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ คมชัดลึกออนไลน์
Read more »

ชลบุรี พบเข้าข่ายติดโควิด ATK 1,936 ราย RT-PCR 161 ราย เสียชีวิต 1 รายชลบุรี พบเข้าข่ายติดโควิด ATK 1,936 ราย RT-PCR 161 ราย เสียชีวิต 1 รายสสจ.ชลบุรี รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันรายใหม่ RT-PCR จำนวน 161 ราย ผู้เข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 ATK 1,936 ราย เสียชีวิต 1 ราย
Read more »



Render Time: 2026-04-01 20:34:00