'ศูนย์วิจัยกสิกรไทย' มองค่าแรงขั้นต่ำเริ่มปี 68 เพิ่มเฉลี่ย 2.9% เกาะสมุยและฉะเชิงเทราเพิ่มสูงสุด 14-15%

United States News News

'ศูนย์วิจัยกสิกรไทย' มองค่าแรงขั้นต่ำเริ่มปี 68 เพิ่มเฉลี่ย 2.9% เกาะสมุยและฉะเชิงเทราเพิ่มสูงสุด 14-15%
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 156 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 66%
  • Publisher: 63%

ค่าแรงขั้นต่ำเริ่มปี 68 เพิ่มเฉลี่ย 2.9% เกาะสมุยและฉะเชิงเทรา เพิ่มสูงสุด 14-15% เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.67 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 1 ม.ค.

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.67 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 1 ม.ค.2568 มาอยู่ที่เฉลี่ย 355 บาท/วัน จะทำให้ต้นทุนแรงงานของธุรกิจเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2% ธุรกิจกลุ่มที่มีการใช้แรงงานทักษะน้อยในสัดส่วนสูงน่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะภาคเกษตร ก่อสร้าง โรงแรมและร้านอาหาร ค้าปลีก-ค้าส่ง และการผลิต ขณะที่ในเชิงพื้นที่ ผลกระทบอาจแตกต่างกันออกไปไปข้างหน้า ค่าแรงขั้นต่ำยังมีแนวโน้มจะถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก การเร่งยกระดับผลิตภาพแรงงาน รวมถึงปรับโครงสร้างการผลิตสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจต้องดำเนินการ โโยเมื่อวันที่ 24 ธ.

ค.2567 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อสรุปของคณะกรรมการประชุมค่าจ้างชุดใหญ่ ให้ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศไม่เท่ากัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 345 บาท/วัน เป็น 355 บาท/วัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.9% โดยมีรายละเอียดดังนี้ ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน เพียง 4 จังหวัด 1 อำเภอ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 372 บาท/วัน หรือคิดเป็นการปรับเพิ่ม 2.5% จากอัตราเดิมสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 6 จังหวัดศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในรอบนี้ น่าจะทำให้ต้นทุนแรงงานของธุรกิจปรับเพิ่มเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2% และอาจกระทบมาร์จิ้นธุรกิจให้ลดลง ท่ามกลางปัจจัยด้านเศรษฐกจิที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งเรื่องกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ระดับผลกระทบต่อภาคธุรกิจอาจแตกต่างกันไป ดังนี้ 1) การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ คาดว่าจะกระทบภาคธุรกิจที่ใช้แรงงานทักษะน้อยในสัดส่วนสูงเนื่องจากธุรกิจเหล่านี้มักจะจ่ายค่าจ้างอิงตามค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเฉพาะธุรกิจเกษตร โรงแรมและร้านอาหาร ก่อสร้าง การผลิต และค้าปลีก-ค้าส่ง อย่างไรก็ดี ผลสุทธิของการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ นอกเหนือจากการมีสัดส่วนการใช้แรงงานที่อิงกับค่าจ้างขั้นต่ำสูงแล้ว คงขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการสร้างรายได้และบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาขายสินค้าและบริการ รวมถึงความสามารถในการปรับตัว เช่น ผู้ประกอบการรายใหญ่น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ประกอบการ SMEs จากการกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนสามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงธุรกิจการผลิตอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะสามารถปรับไปใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานได้คล่องตัวกว่าภาคบริการหรือภาคเกษตร เป็นต้น 2) ในมิติด้านพื้นที่ การปรับเพิ่มค่าจ้างรอบนี้ตั้งแต่ 7-55 บาท ส่งผลให้ต้นทุนแรงงานของแต่ละจังหวัดจะเพิ่มขึ้นไม่เท่ากัน ซึ่งกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่าจ้างขั้นต่ำขยับขึ้นมากอาจมีต้นทุนแรงงานเพิ่มสูงกว่ากิจการประเภทเดียวกันที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างอำเภอเกาะสมุย ที่ค่าจ้างขั้นต่ำขยับขึ้นมากที่สุดถึง 15% รวมถึงอำเภอเมือง และอำเภอหาดใหญ่ ที่ปรับเพิ่ม 9-10% จากอัตราเดิม ส่วนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง แม้จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 8-14% จากอัตราเดิม แต่คาดว่าผลกระทบอาจจำกัดในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ EEC เนื่องจากปัจจุบันกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มักจะเป็นธุรกิจผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งส่วนใหญ่มีการจ้างงานแรงงานวิชาชีพที่มีระดับค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ สะท้อนจากค่าจ้างสำหรับแรงงานระดับ ปวส. และอนุปริญญาเฉลี่ยอยู่ที่ 20,368 บาท/เดือน รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีทุ่นแรงอย่างระบบ Automation/ Robotics ทำให้ธุรกิจผลิตในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนัก การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย ปัจจุบันต้นทุนแรงงานของไทยสูงกว่าบางประเทศที่เป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด เร็วกว่าหลายประเทศในอาเซียน อีกทั้งเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้สูงกว่า ทำให้ในระยะข้างหน้า การดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของไทย จำเป็นต้องอาศัยทักษะแรงงานมีฝีมือและปัจจัยพื้นฐานด้านอื่นๆเป็นหลัก

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'วิจัยกรุงศรี' คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 68 เติบโต 2.9% รับผลบวกใช้จ่ายภาครัฐ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว'วิจัยกรุงศรี' คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 68 เติบโต 2.9% รับผลบวกใช้จ่ายภาครัฐ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว'วิจัยกรุงศรี' คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 68 เติบโต 2.9% รับผลบวกใช้จ่ายภาครัฐ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 3.
Read more »

IMF ประเมิน GDP ไทยปี 68 โต 2.9% แนะเพิ่ม Policy space-ลดดอกเบี้ยหนุนศก.IMF ประเมิน GDP ไทยปี 68 โต 2.9% แนะเพิ่ม Policy space-ลดดอกเบี้ยหนุนศก.ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

โออาร์ เดินหน้าพลิกธุรกิจสู่ดิจิทัล ลดต้นทุน-รับธุรกิจใหม่ Virtual Bankโออาร์ เดินหน้าพลิกธุรกิจสู่ดิจิทัล ลดต้นทุน-รับธุรกิจใหม่ Virtual Bankโออาร์ เร่งจัดทำดิจิทัลโรดแมป คาดต้นปี 68 เดินหน้าทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมดีงศักยภาพ AI-Cloud เสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนดำเนินงานอย่างน้อย 15-20% พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ อย่าง “Virtual Bank”
Read more »

ตามคาด! กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% ต่อปีตามคาด! กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% ต่อปีกนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ต่อปี ตามตลาดคาดการณ์ โดยเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวไดใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ที่ 2.7% ในปี 67 และ 2.9% ในปี 68 แต่เผชิญความท้าทายจากการแข่งขันภายนอกรุนแรงขึ้น และความไม่แน่นอนข้างหน้าสูงขึ้น
Read more »

กนง.คงดอกเบี้ย 2.25% เตรียมรับความเสี่ยงปี 68 ชี้เศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง เสี่ยงโตต่ำกว่าเป้ากนง.คงดอกเบี้ย 2.25% เตรียมรับความเสี่ยงปี 68 ชี้เศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง เสี่ยงโตต่ำกว่าเป้ากนง.คงดอกเบี้ย 2.25% รักษาจุดยืนนโยบายการเงินที่เป็นกลาง มองเศรษฐกิจปี 68 โตต่อเนื่องจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ความไม่แน่นอนสูงขึ้น เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำกว่าเป้า 2.9%
Read more »

วิทยุการบินฯ เตรียมพร้อมรองรับเที่ยวบินช่วงปีใหม่วิทยุการบินฯ เตรียมพร้อมรองรับเที่ยวบินช่วงปีใหม่'มนพร' สั่ง วิทยุการบินฯ เตรียมพร้อมรองรับเที่ยวบินช่วงปีใหม่ 68 กว่า 1.8 หมื่นเที่ยวบิน โต 14% คาดปีหน้าอุตสาหกรรมการบินโตต่อเนื่อง แตะ 1 ล้านเที่ยวบิน
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:06:10