'ศธ.' กำหนดแยกสอนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ เรียนทุกระดับชั้น คิดหน่วยกิตเฉพาะ

United States News News

'ศธ.' กำหนดแยกสอนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ เรียนทุกระดับชั้น คิดหน่วยกิตเฉพาะ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 NationTV22
  • ⏱ Reading Time:
  • 183 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 76%
  • Publisher: 59%

'ศธ.' กำหนดแยกสอนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ เรียนทุกระดับชั้น คิดหน่วยกิตเฉพาะ กกต ปรับปรุงระเบียบ กระบวนการยุติธรรม ข่าววันนี้ NationOnline

"ศธ."ออกประกาศ กำหนดหลักสูตรทุกระดับชั้น ต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ พร้อมแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากกลุ่มสาระสังคมฯ เป็น 1 วิชา หวังบ่มเพาะให้นักเรียนภูมิใจ รักความเป็นไทยเผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามจุดเน้นและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กำหนดให้สถานศึกษาจัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสานและต่อยอด และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.

ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ประกอบกับมติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 จึงกำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง ตามแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ แนบท้ายประกาศนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปสำหรับ แนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน รวมทั้งบ่มเพาะให้ผู้เรียนภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์วิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจการดำรงชีวิตของมนุษย์และการอยู่ร่วมกันในสังคม การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยกาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่าง ๆ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีมีคุณธรรม ธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย และส่งเสริมการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ จึงกำหนดแนวปฏิบัติ แนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังต่อไปนี้ 1. การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โดยให้มีรายวิชาพื้นฐานตาม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา ทั้งนี้ ให้มีโครงสร้างเวลาเรียนสอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้1.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้จัดเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 40 ชั่วโมงต่อปี 2. การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกแห่งส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ ทั้งด้านหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การเลือกใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และอื่น ๆ ดังนี้ 2.1 ด้านหลักสูตร ให้สถานศึกษาทบทวนหลักสูตรสถานศึกษาให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลการเรียนรู้ ดังนี้ 1) กำหนดวิสัยทัศน์ของหลักสูตรด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกับเป้าหมายของการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ 2) กำหนดนโยบายการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในเชิงของการบูรณาการ ให้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ใช้ประวัติศาสตร์เป็นบริบท และบูรณาการประวัติศาสตร์กับหน้าที่พลเมืองศีลธรรม เพื่อให้เกิดเป็นจริยธรรมของผู้เรียน สำหรับการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน 3) สร้างนิเวศการเรียนรู้ให้ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ เช่น พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ ห้องเกียรติยศ ป้ายนิเทศ มุมประวัติศาสตร์ 2.2 ด้านการจัดการเรียนรู้ให้ออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ให้ผู้เรียนสามารถน าองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปต่อยอด และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้3) จัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยให้ผู้เรียนได้ศึกษา วิเคราะห์ ถกแถลง และแลกเปลี่ยนความเห็นผ่านสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์ 4) ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์เป็นกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์เปรียบเทียบ ประเมินหลักฐาน ความคิดผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์1) ใช้สื่อร่วมสมัยที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน เช่น สื่อดิจิทัล การ์ตูนแอนิเมชัน3) ใช้สื่อจากแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี บุคคลสำคัญ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

NationTV22 /  🏆 35. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ตรีนุช' จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ คิดหน่วยกิตเฉพาะ'ตรีนุช' จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ คิดหน่วยกิตเฉพาะ
Read more »

'ตรีนุช' ลงนามยกเลิกระเบียบ ศธ.เรื่องทรงผม ปี 2563'ตรีนุช' ลงนามยกเลิกระเบียบ ศธ.เรื่องทรงผม ปี 2563รมว.ศึกษาธิการ ลงนามในระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 เสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วออกเป็นหนังสือสั่งการหรือหนังสือเวียน ยกร่างแนวนโยบายให้นักเรียนไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้
Read more »

นักเรียนเฮ!! 'ตรีนุช' รมว.ศธ.ออกประกาศยกเลิกระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนแล้วนักเรียนเฮ!! 'ตรีนุช' รมว.ศธ.ออกประกาศยกเลิกระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนแล้วตามที่มีเสียงเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 มาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการลงโทษเรื่องทรงผม ได้ส่งผลถึงร่างกายและจิตใจของนักเรียน ศธ.จึงได้มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา…
Read more »

ปล่อยฟรี! ศธ.ยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง : อินโฟเควสท์ปล่อยฟรี! ศธ.ยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน ให้สถานศึกษากำหนดเอง : อินโฟเควสท์น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีเสียงเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 มาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการลงโทษเรื่องทรงผม ได้ส่งผลถึงร่างกายและจิตใจของนักเรียน ดังนั้น เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงได้ลงนามยกเลิกระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 และเสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วออกเป็นหนังสือสั่งการหรือหนังสือเวียน กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนหรือนักศึกษาไว้อย่างกว้าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นผู้กำกับดูแลสถานศึกษา กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่ง นำหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไปกำหนดเป็นระเบียบ หรือข้อบังคับของสถานศึกษาแต่ละแห่งเอง โดยขณะนี้ ศธ.ได้ยกร่างแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา ไว้ดังนี้ – การไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษาในสังกัด ศธ. และสถานศึกษาในกำกับดูแลของ ศธ. จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โดยสถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามพันธกิจ บริบท และความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษา – สถานศึกษาในสังกัด ศธ. และสถานศึกษาในกำกับดูแลของ ศธ. อาจดำเนินการกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับไว้ทรงผมของนักเรียนได้ โดยการวางระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษา และควรระบุบทอาศัยอำนาจของกฎหมายเฉพาะมาตรา 39 (1) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 […]
Read more »

เสียงแตก ยกเลิกระเบียบ ไว้ทรงผมนักเรียน โยนให้โรงเรียนออกกฎเองเสียงแตก ยกเลิกระเบียบ ไว้ทรงผมนักเรียน โยนให้โรงเรียนออกกฎเองโซเชียลเสียงแตก หลัง ศธ. ยกเลิกระเบียบ ไว้ทรงผมนักเรียน หวั่นแย่กว่าเดิม เนื่องจากโยนอำนาจให้โรงเรียนบังคับนักเรียนตัดผมได้อย่างอิสระ โดยไร้การควบคุมจาก ศธ.
Read more »

ศธ.สั่งสอบวินัย “ผอ.-ครูกล้อนผม” ย้ำลงโทษต้องไม่ทำให้อับอายศธ.สั่งสอบวินัย “ผอ.-ครูกล้อนผม” ย้ำลงโทษต้องไม่ทำให้อับอายศธ.สั่งสอบวินัย 'ผอ.-ครู' จ.เพชรบูรณ์ กล้อนผมนักเรียนกว่า 100 คนขณะเข้าแถวหน้าเสาธง ชี้เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ย้ำลงโทษนักเรียนกระทำผิดได้ แต่ต้องอยู่ในระเบียบ ศธ. และไม่ทำให้นักเรียนเกิดความอับอาย
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:25:20