'วิโรจน์' ลั่น ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กกับครูที่กระทำทารุณกรรมต่อเด็กอย่างจริงจัง กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องประกาศนโยบาย โรงเรียนที่ปลอดจากอำนาจนิยม และการกลั่นแกล้งรังแก
การกระทำเหล่านี้ นอกจากจะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วยังเข้าข่ายเป็นการกระทำทารุณกรรมเด็ก ตาม พ.
ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26 ซึ่งบทกำหนดโทษตามมาตรา 78 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วยแต่ที่ผ่านมา กลับไม่มีการดำเนินคดีกับครูที่ก่อเหตุอย่างจริงจังเลย มีแต่การลงโทษทางวินัยสถานเบา พอเรื่องซา ครูคนเดิมก็กลับมาสอนอีก แล้วพฤติกรรมเดิมๆ ที่เป็นปัญหา ก็เกิดขึ้นซ้ำกับนักเรียนคนอื่นๆ ไม่จบไม่สิ้น1) แม้ว่าเด็กจะร้องทุกข์เองได้ แต่ในทางปฏิบัติ การร้องทุกข์กล่าวโทษมักจะต้องดำเนินการโดยพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ซึ่งส่วนมากมักจะถูกกล่อม เชิงข่มขู่ จากผู้บริหารสถานศึกษาบางท่าน ให้พ่อแม่ไม่แจ้งความดำเนินคดี โดยมักจะอ้างว่า"ถ้าแจ้งความแล้ว เด็กอาจจะอยู่ในโรงเรียนไม่ได้" พอพ่อแม่ กังวลว่าลูกจะถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน ก็จะยอมไม่แจ้งความ หลายกรณีแทนที่กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีกับครูที่กระทำทารุณกรรมกับนักเรียน อย่างถึงที่สุด กลับทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อช่วยให้ครูที่กระทำความผิด ให้ไม่ต้องรับโทษทางอาญา กรณีที่พ่อแม่ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดี ส่วนใหญ่พ่อแม่ต้องย้ายลูกไปเรียนที่อื่น แปลกไหมครับ เด็กที่ถูกกระทำต้องย้ายหนี ในขณะที่ครูผู้กระทำ ยังคงสอนต่อไปที่โรงเรียนเดิม2) คดีอาญาที่เกี่ยวกับเด็ก ในหลายกรณี ต้องมีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ เข้าร่วมในกระบวนการสอบสวนด้วย มีขั้นตอนในการทำงานเพิ่มเติม จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อยากจะดำเนินคดี ตำรวจจึงมักจะไกล่เกลี่ย ให้ลงเพียงบันทึกประจำวันเรื่องการทารุณกรรมเด็ก หรือการใช้อำนาจนิยม หรือการใช้ความรุนแรงกับเด็ก นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ หลายครั้งนักเรียนถึงกับบาดเจ็บสาหัส บางรายเป็นบาดแผลในใจ จนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย หลายรายต้องเติบโตขึ้นมาอย่างมีปมในใจในประเทศที่พัฒนาแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครอง จะมีการวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องสวัสดิภาพของเด็กร่วมกัน โดยจะตระหนักร่วมกันว่า"เด็กทุกคน คือ ลูกของผู้ใหญ่ทุกคนในสังคม" หากมีครูที่ไม่ดีบางคน ทำทารุณกรรมต่อเด็ก องค์กรพ่อแม่จะร่วมกันติดตาม เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับครูผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้ครูเหล่านี้กลับมาทำร้ายเด็กคนไหนได้อีกเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่ง ในการปกป้องเด็ก โรงเรียนไหนที่สมาคมผู้ปกครองเข้มแข็ง โรงเรียนนั้นก็จะมีความก้าวหน้า เด็กๆ ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีผมคิดว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการ ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องประกาศนโยบาย"โรงเรียนที่ปลอดจากอำนาจนิยม และการกลั่นแกล้งรังแก" ให้ชัดเจน ทำหน้าที่ในการปกป้องเด็กอย่างจริงจัง ขับเคลื่อนนโยบายนี้ ร่วมกับองค์กรครูต่างๆ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รองโฆษก อสส.ชี้ ไม่ส่งผู้ต้องหาไม่ผิด 'พ.ร.บ.อุ้มหาย' แต่ต้องโทษคดี 157รองโฆษก อสส. เผยพ.ร.บ.อุ้มหาย ไม่กำหนดโทษเจ้าหน้าที่ไม่คุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน แต่อาจผิดคดี 157 ด้านแหล่งข่าวเผยแก๊งอุ้มรีดขอถอนหมายจับศาลอ้างเหตุ “สายลับแจ้งผิดคน” เป็นไปได้ แต่ต้องดูพฤติการณ์โดยละเอียด
Read more »
รื้อ พ.ร.บ.แข่งขันการค้า ปรับนิยามอำนาจเหนือตลาดเลขาธิการการแข่งขันทางการค้า ชี้ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าใช้บังคับมา 5 ปี ถึงเวลาต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจใหม่ พร้อมร่วมทำงานรัฐบาลใหม่แก้ไขกฎหมายแก้ปัญหาทุนผูกขาด กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
“บิ๊กเด่น” เผยคดีรีดเงิน 140 เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯผบ.ตร.เผยคดีรีดเงิน 140 ล้านบาท เข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มีหลายขั้นตอนทำไม่ถูกต้อง กำชับ “บิ๊กโจ๊ก” ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำความจริงให้กระจ่าง พร้อมตั้ง ผบช.ภ.1 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน
Read more »
'วิโรจน์'ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง“วิโรจน์” ชี้ ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง หลังมีข่าวครูสั่งนักเรียนลุกนั่งจนกระดูกแตก เผย รบ.ใหม่ ต้องดันนโยบาย “โรงเรียนที่ปลอดอำนาจนิยม-การกลั่นแกล้งรังแก” ปกป้องเด็กอย่างจริงจัง
Read more »
