'รีบปรับตัวก่อนจะสาย' Google งัดกลยุทธ์เพื่อรับมือ TikTok ที่กำลังเป็นแหล่งหาข้อมูลของเด็กรุ่นใหม่ #beartai

United States News News

'รีบปรับตัวก่อนจะสาย' Google งัดกลยุทธ์เพื่อรับมือ TikTok ที่กำลังเป็นแหล่งหาข้อมูลของเด็กรุ่นใหม่ #beartai
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 beartai
  • ⏱ Reading Time:
  • 241 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 100%
  • Publisher: 59%

Google งัดกลยุทธ์เพื่อรับมือ TikTok!! หลังสู้กันด้วยการเป็น Search Engine เพราะคนรุ่นใหม่เสิร์ชหาจาก TikTok มากขึ้น ทาง Google เลยปรับตัวก่อนจะสายเกินไป ด้วยการเพิ่มสภาพแวดล้อมที่เห็นภาพมากขึ้น beartai

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของ Google ที่ดูแลในส่วนของ ‘Search’ ซึ่งเป็นบริการหลักของบริษัทได้ออกมายอมรับข่าวที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเหล่า Gen Z เริ่มหันออกไปใช้บริการค้นหาข้อมูลในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่กำลังร้อนแรงอย่าง TikTok มากยิ่งขึ้น ผู้บริหารของ Google เองก็ยอมรับว่านี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่ครอบครองตลาด ‘Search Engine’ มานานกว่าสองทศวรรษ ครองส่วนแบ่งรายได้ของตลาดปีล่าสุดกว่า 92.

47% และไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาล้มได้ง่าย ๆ พราบาคาร์ แรกฮาแวน รองประธานอาวุโสของ Google ซึ่งรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ Google Search, Assistant, Geo, Ads, Commerce และ Payments ได้กล่าวเอาไว้ที่การประชุม “FORTUNE Brainstorm Tech 2022” ของ Forbes ว่า 40% ของเด็กรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 18-24 ปีนั้นเวลาจะหาร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยงจะใช้ Instagram และ TikTok สำหรับการค้นหา แทนที่จะเป็น Google Maps หรือ Google Search เหมือนอย่างเมื่อก่อน ผ่านมาถึงปลายเดือนกันยายน Google ได้ออกมาประกาศถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งในบริการค้นหาและแผนที่ ที่เพิ่มฟีเจอร์ให้มีการแสดงรูปภาพและวิดีโอในการค้นหามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญรวมถึงวิดีโอบน TikTok ด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะดึงเอาผู้ใช้งานอายุน้อยกลับมาใช้บริการของบริษัทอีกครั้งหนึ่ง การออกมาปรับเปลี่ยนของ Google เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของ TikTok ที่กำลังร้อนแรง บริษัทเทคโนโลยีหลายต่อหลายแห่งอย่าง Snap, Meta และ Twitter ทั้งบ่น ทั้งก๊อปปี้ และตอนนี้หน้าตาเว็บไซต์ที่แสดงผลการค้นหาของ Google Search ที่อยู่กับเรามานานก็เริ่มได้รับแรงบันดาลใจจาก TikTok มาด้วยเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงอันหนึ่งที่เราสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในหน้าของการค้นหา แทนที่จะเป็นลิงก์สีฟ้า ๆ อย่างที่เราคุ้นเคยกันมานานนั้น หน้าแรกของการค้นหาจะมี “Immersive View” ที่จะทำให้เราเห็นสภาพแวดล้อมตรงนั้นแบบเป็น 3D มองเห็นพื้นที่รอบ ๆ เหมือนถ่ายจากโดรน ซึ่งจะทยอยเปิดให้ใช้ในพื้นที่เมืองใหญ่ ๆ ก่อนอย่าง ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วจะมีผลการค้นหาที่มีความคล้ายคลึงกับฟีดของโซเชียลมีเดียมากกว่าเป็นแค่ลิสต์ของลิงก์ที่ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงคลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่มาจาก Instagram, TikTok และแน่นอน YouTube Shorts ด้วย เคธี เอ็ดเวิร์ดส์ รองประธานของ Google อธิบายถึงเหตุผลที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาแรงบันดาลใจบน Google ได้ ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูลหรือคำตอบสำหรับอะไรบางอย่างเท่านั้น เธอบอกว่า “เราทราบว่ามีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งที่ชอบผลลัพธ์ที่พวกเขาเห็นบน TikTok มาก ๆ และฉันคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ TikTok ลดอุปสรรคในการสร้างเนื้อหา ดังนั้นจึงมีเนื้อหาที่ดีอยู่ที่นั่น เรากำลังมองหาวิธีต่าง ๆ ที่จะนำสิ่งนั้นมาสู่ผลลัพธ์ในการค้นหาของเรา” การแสดงผลแบบนี้ในช่วงแรก ๆ จะจำกัดอยู่แค่บน iPhone และคำค้นหาในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยว ลองค้นหา ‘Chiang Mai’ บน iPhone ดูก็ได้ครับ เราจะเห็นผลลัพธ์ที่แปลกตาออกไปจากเดิมมาก มีคำค้นหาแนะนำที่จะเหมาะสำหรับพื้นที่นั้น ๆ ด้วยอย่างเลื่อนลงมาก็จะมี ‘Things to do’ ซึ่งก็เป็นกิจกรรมที่ขึ้นชื่อ มีข่าวสารที่มาจากแหล่งข่าวต่าง ๆ เป็น ‘Top Stories’ และกิจกรรมตรงส่วน ‘Events’ หรือแม้แต่ ‘Twitter’ เกี่ยวกับหัวข้อที่ค้นหาก็จะขึ้นมาเช่นกันที่น่าจับตามองอีกอย่างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือสิ่งที่เรียกว่า ‘Neighborhood Vibe’ ซึ่งเป็นการรับมือกับการที่คนรุ่นใหม่ค้นหาร้านอาหารบน TikTok อย่างชัดเจน มันจะแสดงให้เห็นว่าร้านไหนตรงไหนกำลังเป็นเทรนด์ในพื้นที่ แสดงสถานที่สำคัญ ๆ และรูปภาพจากรีวิวที่ได้รับมาบน Google Maps เพราะผู้ใช้งานรุ่นใหม่ ๆ ตอบสนองดีกว่ากับผลลัพธ์ที่เป็น ‘Visual’ หรือมองเห็นได้ เนื่องจากรับข้อมูลได้เร็วและง่ายขึ้น โดยจะใช้การตัดสินใจของมนุษย์ร่วมกับอัลกอริทึมว่าคอนเทนต์แบบไหนควรแสดงขึ้นมาเมื่อใด การเปลี่ยนแปลงของ Google นอกจากจะเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับ TikTok ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ประสบการณ์การใช้บริการค้นหาของผู้ใช้งานดียิ่งขึ้นไปด้วย อย่างเช่นตอนนี้จะมีการเพิ่มส่วนที่เป็นบทความแนะนำจากกระทู้อย่าง Reddit หรือการนำรูปถ่ายของอาหารมาค้นหาว่าอาหารแบบนี้มีร้านไหนขายบ้างในละแวกนี้ และยังโชว์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ AR บน Google Maps ที่ช่วยแสดงข้อมูลสำคัญ ๆ อย่างสถานีขนส่งมวลชนหรือตู้เอทีเอ็ม เพิ่มเติมจากที่แสดงเพียงถนน, เส้นทางเดิน และธุรกิจต่าง ๆ ระหว่างทาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคุกคามจากคู่แข่งที่มาแย่งพื้นที่ของตลาดการค้นหาข้อมูล หลายปีก่อนหน้านี้ Amazon บริษัท e-Commerce ยักษ์ใหญ่ของโลกก็แย่งส่วนแบ่งการค้นหาข้อมูลการค้นหาเมื่อลูกค้าอยากซื้อของไปบ้างเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ถ้านับแค่ในประเทศอเมริกาแล้ว Amazon ถือเป็นอันดับหนึ่งเวลาคนค้นหาของตอนช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ตอนนี้ Google เองก็พยายามแก้เกมตรงนี้ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า ‘Google for Retail’ ที่คนขายสามารถลิสต์สินค้าของตัวเองได้และเวลาคนค้นหาก็สามารถขายได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชันใด ๆ ซึ่งในช่วงปี 2021 ที่ผ่านมาก็เริ่มเห็นผล คนกลับมาค้นหาบน Google มากขึ้น ทั้งคนขายและคนซื้อเลย การปรับตัวอย่างรวดเร็วของ Google แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่เคยนิ่งนอนใจเมื่อเริ่มเห็นการถูกคุกคามจากคู่แข่งในพื้นที่ธุรกิจหลักของพวกเขา พร้อมจะทุ่มเทสร้างฟีเจอร์ใหม่ ๆ ขึ้นมารับมือและบางทีก็ใช้เงินจ่ายคู่แข่งเพื่อไม่ให้เข้ามายุ่มย่ามก็มีเช่นเดียวกัน Google แม้ยังเป็นเจ้าของบริการค้นหาข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่ก็ถือว่าเจอแรงกดดันอยู่ตลอด ทั้งคู่แข่งที่เกิดขึ้นใหม่ ทั้งเรื่องกฎหมายการผูกขาดตลาดที่ต้องเจอการฟ้องร้องอยู่เป็นระยะ ๆ อย่างตอนนี้ทั้งทางฝั่งยุโรปและอเมริกาก็มีการฟ้องว่าบริษัทเอื้อผลลัพธ์การค้นหาที่มาจากบริการของตัวเองมากกว่าที่อื่น ทำให้ไม่แฟร์สำหรับเว็บไซต์อื่นหรือบุคคลทั่วไปด้วย ซึ่งถ้ากฎหมายข้อนี้ผ่าน Google ก็คงต้องชะลอการแสดงผลที่มาจากบริการของตัวเองอย่าง YouTube Shorts แล้วไปเน้นให้กับ Instagram หรือ TikTok มากขึ้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

beartai /  🏆 33. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เปิดข้อมูลค่ายเกมที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแย่ที่สุด #beartaiเปิดข้อมูลค่ายเกมที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแย่ที่สุด #beartaiเปิดข้อมูลค่ายเกมที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแย่ที่สุด?! การศึกษานี้ไม่ได้ทำเฉพาะแต่ผู้ให้บริการเกมเท่านั้น แต่ยังสำรวจทุกบริษัทที่เกี่ยวกับสื่อออนไลน์ และมีการเก็บข้อมูลความเป็นส่วนตัวด้วย beartai
Read more »

ผู้ใช้งานส่ง iPhone เข้าโปรแกรม Trade-In แต่ดันหายระหว่างทาง! #beartaiผู้ใช้งานส่ง iPhone เข้าโปรแกรม Trade-In แต่ดันหายระหว่างทาง! #beartaiไม่กี่ปีที่ผ่านมา Apple ได้ผลักดันโปรแกรม Trade-In หรือโปรแกรมที่ให้ผู้ใช้งานนำ iPhone หรืออุปกรณ์เครื่องเก่ามาแลกเป็นส่วนลดสำหรับซื้อ iPhone รุ่นใหม่ แต่สำหรับปีนี้ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อผู้ใช้งานส่ง iPhone เข้า Trade-In ดันหายระหว่างทาง
Read more »

Apple อาจเปิดตัว iPad Pro M2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า #beartaiApple อาจเปิดตัว iPad Pro M2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า #beartaiApple เปิดตัว iPhone 14 ซีรีส์ พร้อม Apple Watch และ AirPods ใหม่ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คราวนี้ก็ถึงคิวของสินค้ากลุ่ม iPad และ Mac ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว
Read more »

สุดสยอง 'สาว' ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยุ่บยั่บ เรื่องนี้โครงการต้องมีคำตอบสุดสยอง 'สาว' ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยุ่บยั่บ เรื่องนี้โครงการต้องมีคำตอบสุดสยอง 'สาว' ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยุ่บยั่บ เรื่องนี้โครงการต้องมีคำตอบ บ้าน TIKTOK บ้านใหม่ สาว หนอน หนอนบุกบ้าน
Read more »

เปิดตัว iPad Pro ขุมพลังชิป M2 พร้อมระบบปฏิบัติการ iPadOS 16 #beartaiเปิดตัว iPad Pro ขุมพลังชิป M2 พร้อมระบบปฏิบัติการ iPadOS 16 #beartaiiPadPro พร้อมชิป M2 เปิดตัว!! เพิ่มศักยภาพ ทั้ง ApplePencil, กล้องระดับโปร, FaceID, พอร์ต Thuderbolt และระบบปฏิบัติการ iPadOS16 ด้วย โดยมีประสิทธิภาพในการประมวลผลเร็วกว่าชิปเซต M1 มากถึง 15% เลยทีเดียว beartai
Read more »

รู้หรือไม่ ? ก่อน Nokia จะผลิตโทรศัพท์มือถือ เคยผลิตสินค้าใดมาก่อนรู้หรือไม่ ? ก่อน Nokia จะผลิตโทรศัพท์มือถือ เคยผลิตสินค้าใดมาก่อน🔵 รายการดีน่าดูBUGABOOTV ขอแนะนำ แบไต๋7HD ไอทีและยานยนต์ หลายท่านคงรู้จักแบรนด์ Nokia เป็นอย่างดี เนื่องจาก Nokia เป็นแบรนด์ผลิตโทรศัพท์มือถือที่เฟื่องฟูมาในปลายยุค 1990 ต่อต้นยุค 2000 กล่าวได้ว่า ก่อนที่ Blackberry และ iPhone . ▶️ . BUGABOOTV
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:17:58