กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership
กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership เพื่อผสานจุดเด่นของทั้งสองฝ่าย โดยรามาฯ จะนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และการพัฒนาบุคลากรมาผสานกับจุดเด่นด้านการดูแลมิติจิตวิญญาณของเซนต์หลุยส์ รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการของรัฐมาสู่ภาคเอกชนในย่าน CBD ของประเทศเพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น การจับมือกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรโดยโรงพยาบาลเอกชนจะมีเทคโนโลยีและระบบการจัดการที่คล่องตัว ในขณะที่คณะแพทย์โรงพยาบาลภาครัฐมีนวัตกรรม เครือข่าย และการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง การร่วมมือกันแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายนำจุดแข็งมาผสานกันได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในการให้บริการสาธารณสุขและทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้นคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองสถาบันทางการแพทย์ที่มีอัตลักษณ์และคุณค่าร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรมเพื่อระบบสุขภาพของประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศเพื่อสังคม” ด้วยการสร้างแพทย์ นักวิชาการ และบุคลากรการแพทย์ การพยาบาลที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ และพร้อมทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์มีความโดดเด่นในฐานะสถาบันการแพทย์เอกชนที่ดำเนินงานด้วยจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “การร่วมมือกันระหว่างสองสถาบันในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการเชื่อมโยงทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสาน “พลังแห่งความรู้และจิตวิญญาณแห่งความรัก” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าใหม่แก่ระบบสาธารณสุขไทย”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก่อตั้งมากว่า 127 ปี ยึดมั่นในพันธกิจแห่งการดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้จิตวิญญาณเซนต์หลุยส์ซึ่งสะท้อนผ่านการ “บริการด้วยรัก ” การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการมอบคุณค่าทางจิตใจ ความหวัง และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย การจับมือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในครั้งนี้ จึงเป็นการผสานอัตลักษณ์ที่งดงามของทั้งสองสถาบัน ระหว่าง “ความเชี่ยวชาญทางวิชาการและความเป็นเลิศทางการแพทย์” ของรามาธิบดี และ “จิตวิญญาณแห่งการดูแลด้วยความรักและเมตตา” ของเซนต์หลุยส์ ให้หลอมรวมกันเป็นพลังแห่งความร่วมมือ ที่พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้แก่วงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีพันธกิจสำคัญ 3 ประการ คือการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ซึ่งถือเป็น “หัวใจของระบบสุขภาพ” ให้มีโอกาสฝึกฝน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งต่อการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ครบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ “ความร่วมมือนี้จึงจะเป็นมากกว่าบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางร่วมกัน ด้วยหัวใจเดียวกัน” หัวใจที่มุ่งมั่นจะพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และการพยาบาล ควบคู่กับการธำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างระบบสุขภาพไทยที่เปี่ยมคุณภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน”ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันครั้งนี้ มีคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย เพราะเป็นการบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการของรามาธิบดี กับจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และการรับใช้ของเซนต์หลุยส์ ตลอดเวลากว่า 127 ปี โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้ดำเนินงานภายใต้ปรัชญาที่ว่า “Ubi caritas et amor, Deus ibi est” หรือ “เมตตากรุณาและความรักอยู่ที่ใด พระเจ้าสถิตที่นั่น” โรงพยาบาลจึงยึดมั่นอยู่ในคุณค่าของความเมตตา และการให้ “บริการด้วยรัก” หรือ “Love in Action” ตลอดมา ในขณะที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีก็เป็นผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ยังมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศตนเพื่อสังคม” อย่างแท้จริงอีกด้วย “ความร่วมมือในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงพลังแห่งความดีงาม พลังแห่ง “ความรู้และความรัก” ที่จะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น” โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในภารกิจอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้น การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ นับเป็น “การเดินทางร่วมกันด้วยหัวใจเดียวกัน” ของสองสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศที่ต่างก็มีอุดมการณ์ร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีความสมดุลระหว่าง “ศาสตร์แห่งการแพทย์” และ “ศิลป์แห่งความเป็นมนุษย์” การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในด้านการรักษาที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการขยายพื้นที่การให้บริการของโรงพยาบาลรามาธิบดีสู่การเพิ่มศักยภาพร่วมกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ในย่านสาทร เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่ผสานทั้งนวัตกรรมและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน.
กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership เพื่อผสานจุดเด่นของทั้งสองฝ่าย โดยรามาฯ จะนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และการพัฒนาบุคลากรมาผสานกับจุดเด่นด้านการดูแลมิติจิตวิญญาณของเซนต์หลุยส์ รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการของรัฐมาสู่ภาคเอกชนในย่าน CBD ของประเทศเพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น การจับมือกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรโดยโรงพยาบาลเอกชนจะมีเทคโนโลยีและระบบการจัดการที่คล่องตัว ในขณะที่คณะแพทย์โรงพยาบาลภาครัฐมีนวัตกรรม เครือข่าย และการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง การร่วมมือกันแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายนำจุดแข็งมาผสานกันได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในการให้บริการสาธารณสุขและทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้นคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองสถาบันทางการแพทย์ที่มีอัตลักษณ์และคุณค่าร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรมเพื่อระบบสุขภาพของประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศเพื่อสังคม” ด้วยการสร้างแพทย์ นักวิชาการ และบุคลากรการแพทย์ การพยาบาลที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ และพร้อมทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์มีความโดดเด่นในฐานะสถาบันการแพทย์เอกชนที่ดำเนินงานด้วยจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “การร่วมมือกันระหว่างสองสถาบันในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการเชื่อมโยงทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสาน “พลังแห่งความรู้และจิตวิญญาณแห่งความรัก” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าใหม่แก่ระบบสาธารณสุขไทย”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก่อตั้งมากว่า 127 ปี ยึดมั่นในพันธกิจแห่งการดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้จิตวิญญาณเซนต์หลุยส์ซึ่งสะท้อนผ่านการ “บริการด้วยรัก ” การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการมอบคุณค่าทางจิตใจ ความหวัง และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย การจับมือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในครั้งนี้ จึงเป็นการผสานอัตลักษณ์ที่งดงามของทั้งสองสถาบัน ระหว่าง “ความเชี่ยวชาญทางวิชาการและความเป็นเลิศทางการแพทย์” ของรามาธิบดี และ “จิตวิญญาณแห่งการดูแลด้วยความรักและเมตตา” ของเซนต์หลุยส์ ให้หลอมรวมกันเป็นพลังแห่งความร่วมมือ ที่พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้แก่วงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีพันธกิจสำคัญ 3 ประการ คือการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ซึ่งถือเป็น “หัวใจของระบบสุขภาพ” ให้มีโอกาสฝึกฝน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งต่อการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ครบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ “ความร่วมมือนี้จึงจะเป็นมากกว่าบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางร่วมกัน ด้วยหัวใจเดียวกัน” หัวใจที่มุ่งมั่นจะพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และการพยาบาล ควบคู่กับการธำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างระบบสุขภาพไทยที่เปี่ยมคุณภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน”ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันครั้งนี้ มีคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย เพราะเป็นการบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการของรามาธิบดี กับจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และการรับใช้ของเซนต์หลุยส์ ตลอดเวลากว่า 127 ปี โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้ดำเนินงานภายใต้ปรัชญาที่ว่า “Ubi caritas et amor, Deus ibi est” หรือ “เมตตากรุณาและความรักอยู่ที่ใด พระเจ้าสถิตที่นั่น” โรงพยาบาลจึงยึดมั่นอยู่ในคุณค่าของความเมตตา และการให้ “บริการด้วยรัก” หรือ “Love in Action” ตลอดมา ในขณะที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีก็เป็นผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ยังมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศตนเพื่อสังคม” อย่างแท้จริงอีกด้วย “ความร่วมมือในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงพลังแห่งความดีงาม พลังแห่ง “ความรู้และความรัก” ที่จะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น” โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในภารกิจอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้น การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ นับเป็น “การเดินทางร่วมกันด้วยหัวใจเดียวกัน” ของสองสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศที่ต่างก็มีอุดมการณ์ร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีความสมดุลระหว่าง “ศาสตร์แห่งการแพทย์” และ “ศิลป์แห่งความเป็นมนุษย์” การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในด้านการรักษาที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการขยายพื้นที่การให้บริการของโรงพยาบาลรามาธิบดีสู่การเพิ่มศักยภาพร่วมกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ในย่านสาทร เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่ผสานทั้งนวัตกรรมและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
งานนวราตรี 2568: วัดแขก สีลม เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่บูชาพระแม่ทุรคาวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) เตรียมจัดงานนวราตรี 2568 เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน - 3 ตุลาคม 2568 ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ใหญ่ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568
Read more »
เกมเมอร์รวมพล! True dtac 5G x TrueID บุก gamescom asia x Thailand Game Showทรู คอร์ปอเรชั่น ชวนคอเกมสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์ในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ “PlayCup Combo” และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย พบกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โปรโมชั่นสุดคุ้ม และ TrueID Game Hub ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 17-19 ตุลาคม 2568
Read more »
KTB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาท/หุ้น ขึ้น XD 11 พ.ย. 68KTB แจ้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
Read more »
ม.รังสิตมอบรางวัล BME-Q Award 2568 เชิดชูหน่วยงาน-บุคลากรวิศวกรรมชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตมอบรางวัล BME-Q Award ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูหน่วยงานและบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่โดดเด่น พร้อมส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชีย
Read more »
Genesenn บูมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ดันไทยสู่ Longevity HubGenesenn เดินหน้ารุกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ตั้งเป้าดึงลูกค้าชาวจีน 80-90% พร้อมชูโมเดล อสังหาริมทรัพย์ผสมผสานสร้างสังคมคนอายุยืน (Longevity Community) ดันไทยสู่ Longevity Hub Thailand
Read more »
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่ Medical & Wellness S-Curve ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) เดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยสู่ Medical & Wellness S-Curve เน้นย้ำมาตรฐาน 'ปลูก–ผลิต–ควบคุมคุณภาพ' พร้อมนำเทคโนโลยีรังสีเสริมความปลอดภัย
Read more »
