'รามาฯ จับมือเซนต์หลุยส์ ผนึกความร่วมมือทางการแพทย์–วิชาการ ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่ Medical Hub พร้อมมิติ Spiritual Healthcare'

United States News News

'รามาฯ จับมือเซนต์หลุยส์ ผนึกความร่วมมือทางการแพทย์–วิชาการ ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่ Medical Hub พร้อมมิติ Spiritual Healthcare'
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 thaipost
  • ⏱ Reading Time:
  • 245 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 101%
  • Publisher: 51%

กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership

กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership เพื่อผสานจุดเด่นของทั้งสองฝ่าย โดยรามาฯ จะนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และการพัฒนาบุคลากรมาผสานกับจุดเด่นด้านการดูแลมิติจิตวิญญาณของเซนต์หลุยส์ รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการของรัฐมาสู่ภาคเอกชนในย่าน CBD ของประเทศเพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น การจับมือกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรโดยโรงพยาบาลเอกชนจะมีเทคโนโลยีและระบบการจัดการที่คล่องตัว ในขณะที่คณะแพทย์โรงพยาบาลภาครัฐมีนวัตกรรม เครือข่าย และการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง การร่วมมือกันแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายนำจุดแข็งมาผสานกันได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในการให้บริการสาธารณสุขและทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้นคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองสถาบันทางการแพทย์ที่มีอัตลักษณ์และคุณค่าร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรมเพื่อระบบสุขภาพของประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศเพื่อสังคม” ด้วยการสร้างแพทย์ นักวิชาการ และบุคลากรการแพทย์ การพยาบาลที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ และพร้อมทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์มีความโดดเด่นในฐานะสถาบันการแพทย์เอกชนที่ดำเนินงานด้วยจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “การร่วมมือกันระหว่างสองสถาบันในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการเชื่อมโยงทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสาน “พลังแห่งความรู้และจิตวิญญาณแห่งความรัก” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าใหม่แก่ระบบสาธารณสุขไทย”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก่อตั้งมากว่า 127 ปี ยึดมั่นในพันธกิจแห่งการดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้จิตวิญญาณเซนต์หลุยส์ซึ่งสะท้อนผ่านการ “บริการด้วยรัก ” การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการมอบคุณค่าทางจิตใจ ความหวัง และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย การจับมือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในครั้งนี้ จึงเป็นการผสานอัตลักษณ์ที่งดงามของทั้งสองสถาบัน ระหว่าง “ความเชี่ยวชาญทางวิชาการและความเป็นเลิศทางการแพทย์” ของรามาธิบดี และ “จิตวิญญาณแห่งการดูแลด้วยความรักและเมตตา” ของเซนต์หลุยส์ ให้หลอมรวมกันเป็นพลังแห่งความร่วมมือ ที่พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้แก่วงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีพันธกิจสำคัญ 3 ประการ คือการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ซึ่งถือเป็น “หัวใจของระบบสุขภาพ” ให้มีโอกาสฝึกฝน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งต่อการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ครบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ “ความร่วมมือนี้จึงจะเป็นมากกว่าบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางร่วมกัน ด้วยหัวใจเดียวกัน” หัวใจที่มุ่งมั่นจะพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และการพยาบาล ควบคู่กับการธำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างระบบสุขภาพไทยที่เปี่ยมคุณภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน”ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันครั้งนี้ มีคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย เพราะเป็นการบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการของรามาธิบดี กับจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และการรับใช้ของเซนต์หลุยส์ ตลอดเวลากว่า 127 ปี โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้ดำเนินงานภายใต้ปรัชญาที่ว่า “Ubi caritas et amor, Deus ibi est” หรือ “เมตตากรุณาและความรักอยู่ที่ใด พระเจ้าสถิตที่นั่น” โรงพยาบาลจึงยึดมั่นอยู่ในคุณค่าของความเมตตา และการให้ “บริการด้วยรัก” หรือ “Love in Action” ตลอดมา ในขณะที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีก็เป็นผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ยังมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศตนเพื่อสังคม” อย่างแท้จริงอีกด้วย “ความร่วมมือในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงพลังแห่งความดีงาม พลังแห่ง “ความรู้และความรัก” ที่จะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น” โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในภารกิจอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้น การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ นับเป็น “การเดินทางร่วมกันด้วยหัวใจเดียวกัน” ของสองสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศที่ต่างก็มีอุดมการณ์ร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีความสมดุลระหว่าง “ศาสตร์แห่งการแพทย์” และ “ศิลป์แห่งความเป็นมนุษย์” การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในด้านการรักษาที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการขยายพื้นที่การให้บริการของโรงพยาบาลรามาธิบดีสู่การเพิ่มศักยภาพร่วมกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ในย่านสาทร เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่ผสานทั้งนวัตกรรมและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน.

กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศความร่วมมือในรูปแบบ Public-Private Partnership เพื่อผสานจุดเด่นของทั้งสองฝ่าย โดยรามาฯ จะนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และการพัฒนาบุคลากรมาผสานกับจุดเด่นด้านการดูแลมิติจิตวิญญาณของเซนต์หลุยส์ รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการของรัฐมาสู่ภาคเอกชนในย่าน CBD ของประเทศเพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น การจับมือกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรโดยโรงพยาบาลเอกชนจะมีเทคโนโลยีและระบบการจัดการที่คล่องตัว ในขณะที่คณะแพทย์โรงพยาบาลภาครัฐมีนวัตกรรม เครือข่าย และการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง การร่วมมือกันแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายนำจุดแข็งมาผสานกันได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในการให้บริการสาธารณสุขและทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้นคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองสถาบันทางการแพทย์ที่มีอัตลักษณ์และคุณค่าร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรมเพื่อระบบสุขภาพของประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศเพื่อสังคม” ด้วยการสร้างแพทย์ นักวิชาการ และบุคลากรการแพทย์ การพยาบาลที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ และพร้อมทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์มีความโดดเด่นในฐานะสถาบันการแพทย์เอกชนที่ดำเนินงานด้วยจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “การร่วมมือกันระหว่างสองสถาบันในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการเชื่อมโยงทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสาน “พลังแห่งความรู้และจิตวิญญาณแห่งความรัก” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าใหม่แก่ระบบสาธารณสุขไทย”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก่อตั้งมากว่า 127 ปี ยึดมั่นในพันธกิจแห่งการดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก ความเมตตา และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้จิตวิญญาณเซนต์หลุยส์ซึ่งสะท้อนผ่านการ “บริการด้วยรัก ” การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการมอบคุณค่าทางจิตใจ ความหวัง และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย การจับมือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในครั้งนี้ จึงเป็นการผสานอัตลักษณ์ที่งดงามของทั้งสองสถาบัน ระหว่าง “ความเชี่ยวชาญทางวิชาการและความเป็นเลิศทางการแพทย์” ของรามาธิบดี และ “จิตวิญญาณแห่งการดูแลด้วยความรักและเมตตา” ของเซนต์หลุยส์ ให้หลอมรวมกันเป็นพลังแห่งความร่วมมือ ที่พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้แก่วงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีพันธกิจสำคัญ 3 ประการ คือการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ซึ่งถือเป็น “หัวใจของระบบสุขภาพ” ให้มีโอกาสฝึกฝน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งต่อการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ครบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ “ความร่วมมือนี้จึงจะเป็นมากกว่าบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางร่วมกัน ด้วยหัวใจเดียวกัน” หัวใจที่มุ่งมั่นจะพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และการพยาบาล ควบคู่กับการธำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างระบบสุขภาพไทยที่เปี่ยมคุณภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน”ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันครั้งนี้ มีคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการแพทย์และการพยาบาลของประเทศไทย เพราะเป็นการบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการของรามาธิบดี กับจิตวิญญาณแห่งความรัก ความเมตตา และการรับใช้ของเซนต์หลุยส์ ตลอดเวลากว่า 127 ปี โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้ดำเนินงานภายใต้ปรัชญาที่ว่า “Ubi caritas et amor, Deus ibi est” หรือ “เมตตากรุณาและความรักอยู่ที่ใด พระเจ้าสถิตที่นั่น” โรงพยาบาลจึงยึดมั่นอยู่ในคุณค่าของความเมตตา และการให้ “บริการด้วยรัก” หรือ “Love in Action” ตลอดมา ในขณะที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีก็เป็นผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ยังมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธกิจ “อุทิศตนเพื่อสังคม” อย่างแท้จริงอีกด้วย “ความร่วมมือในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงพลังแห่งความดีงาม พลังแห่ง “ความรู้และความรัก” ที่จะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น” โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในภารกิจอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้น การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ นับเป็น “การเดินทางร่วมกันด้วยหัวใจเดียวกัน” ของสองสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศที่ต่างก็มีอุดมการณ์ร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีความสมดุลระหว่าง “ศาสตร์แห่งการแพทย์” และ “ศิลป์แห่งความเป็นมนุษย์” การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในด้านการรักษาที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการขยายพื้นที่การให้บริการของโรงพยาบาลรามาธิบดีสู่การเพิ่มศักยภาพร่วมกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ในย่านสาทร เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่ผสานทั้งนวัตกรรมและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

งานนวราตรี 2568: วัดแขก สีลม เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่บูชาพระแม่ทุรคางานนวราตรี 2568: วัดแขก สีลม เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่บูชาพระแม่ทุรคาวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) เตรียมจัดงานนวราตรี 2568 เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน - 3 ตุลาคม 2568 ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ใหญ่ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568
Read more »

เกมเมอร์รวมพล! True dtac 5G x TrueID บุก gamescom asia x Thailand Game Showเกมเมอร์รวมพล! True dtac 5G x TrueID บุก gamescom asia x Thailand Game Showทรู คอร์ปอเรชั่น ชวนคอเกมสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์ในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ “PlayCup Combo” และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย พบกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โปรโมชั่นสุดคุ้ม และ TrueID Game Hub ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 17-19 ตุลาคม 2568
Read more »

KTB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาท/หุ้น ขึ้น XD 11 พ.ย. 68KTB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาท/หุ้น ขึ้น XD 11 พ.ย. 68KTB แจ้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
Read more »

ม.รังสิตมอบรางวัล BME-Q Award 2568 เชิดชูหน่วยงาน-บุคลากรวิศวกรรมชีวการแพทย์ม.รังสิตมอบรางวัล BME-Q Award 2568 เชิดชูหน่วยงาน-บุคลากรวิศวกรรมชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตมอบรางวัล BME-Q Award ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูหน่วยงานและบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่โดดเด่น พร้อมส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชีย
Read more »

Genesenn บูมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ดันไทยสู่ Longevity HubGenesenn บูมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ดันไทยสู่ Longevity HubGenesenn เดินหน้ารุกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ตั้งเป้าดึงลูกค้าชาวจีน 80-90% พร้อมชูโมเดล อสังหาริมทรัพย์ผสมผสานสร้างสังคมคนอายุยืน (Longevity Community) ดันไทยสู่ Longevity Hub Thailand
Read more »

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่ Medical & Wellness S-Curve ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่ Medical & Wellness S-Curve ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) เดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยสู่ Medical & Wellness S-Curve เน้นย้ำมาตรฐาน 'ปลูก–ผลิต–ควบคุมคุณภาพ' พร้อมนำเทคโนโลยีรังสีเสริมความปลอดภัย
Read more »



Render Time: 2026-04-02 04:39:02